(มือใหม่เล่นหุ้น) เส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ เทียบได้กับกี่วัน?

วันก่อนทีมงาน zyobook ขอร้องให้ผมไปตอบคำถามจากแฟนหนังสือเล่มดำ เขาถามมาแบบนี้
 "รบกวนหน่อยครับ พอดีกำลังอ่านหนังสือหุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ของคุณ zyo ได้กล่าวถึงเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ เทียบได้กับกี่วันครับ ขอบคุณครับ"

จริงๆ แล้ว ก่อนหน้านี้ก็มีคนถามแบบนี้กันหลายคน

คือถ้าเราใช้เซนส์ตามหลักการคณิตศาสตร์ ก็เอา 5 คูณ 30 = 150 วัน
เลข 5 ก็คือ จำนวนวันทำการในหนึ่งสับดาห์
ส่วน 30 ก็เป็นจำนวนสัปดาห์

แต่ด้วยความที่นักเทรดส่วนใหญ่เขามักจะไม่ใช้เส้นนี้กัน
ผมเห็นเขายึด 200 วันเป็นหลัก

ดังนั้น ผมขอตอบท่านว่า เส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ เทียบได้กับ 200 วันครับ

ทำไมถึงไม่ใช้เส้น 150 วัน ไปเลย?
บางคนอาจนึกสงสัย
ความจริงแล้ว สูตรของพี่มาร์ค เขาก็ใช้เส้นนี้นะ

แกบอกว่า ลักษณะของขาขึ้น
๑) ราคาวิ่งอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 150 วัน ซึ่งมันวิ่งเหนือเส้น 200 วัน
๒) เส้นค่าเฉลี่ยทั้งสอง ยกเฉียงขึ้น
๓) ราคายกไฮยกโลว์ เป็นขั้นบันได
๔) ตอนที่ราคาวิ่งขึ้น และทำจุดสูงสุดใหม่ วอลุ่มจะสูงกว่า ตอนที่ราคาย่อ


แต่ท่านดูให้ดี ยังไงซะมันก็ต้องไปเทียบกับเส้น 200 วันอยู่ดี
ดังนั้น ถ้าไม่อยากรกตา ก็ปัดไปใช้เส้นเดียวคือ 200 วัน ดีกว่ามั้ย?


ที่คิดแบบนี้ ต้องดูเจตนาของการใช้งานกันเป็นหลักครับ
โดยปกติแล้ว เราจะใช้เส้นค่าเฉลี่ย เป็นแนวรับ หรือแนวต้านกัน
ต้นฉบับของไอเดียนี้ คือ ทวด Stan Weinstine เขาเขียนไว้ ว่ามันเป็นเส้นค่าเฉลี่ยที่แยกหุ้นว่ามันอยู่ในแนวโน้มไหน โดยเขาใช้กราฟรายสัปดาห์นะครับ
- ถ้าราคาหุ้นอยู่ใต้เส้นเค่าเฉลี่ย ถือว่าเป็นขาลง ไม่น่าเล่น
- แต่ถ้าหากราคาหุ้นอยู่เหนือเส้น 30 สัปดาห์ ก็เป็นขาขึ้น

ดังนั้น ถ้าเราอยากจะเอาไอเดียนี้ไปประยุกต์ใช้งานให้เหมาะสมกับกราฟรายวัน
ก็คือต้องเอาที่เทรดเดอร์ทั่วไปเขายึดใช้กันแพร่หลาย นั่นคือ 200 วัน

ตรงนี้แหละที่ผมว่าสำคัญ เพราะการเป็นแนวรับที่น่าเชื่อถือนั้น
คนส่วนใหญ่ต้องเชื่อในเรื่องเดียวกัน ไม่ควรคิดเองเออเองเป็นเด็ดขาด
ยิ่งคนเชื่อมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นเท่านั้น

เพราะในทางการใช้เส้นค่าเฉลี่ยรายวันนั้น เส้น 200 วัน ถือเป็นเส้นค่าเฉลี่ยที่นักลงทุนระยะยาวเขาใช้เป็นตัวชี้วัดเลย ว่าหุ้นตัวนั้นเป็นขาขึ้นหรือขาลง

และจากการเช็คเคสย้อนหลังผมก็พบว่าเส้นนี้มันมีนัยยะต่อการเป็นแนวรับของหุ้น growth ที่พักฐานรอบใหญ่อยากมากมาย ซึ่งผมทำเคสเอาไว้ในเล่มเขียวไว้พอสมควร อาทิ AMATA, CPALL, BEAUTY

แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีหุ้นอีกจำนวนมากที่ไม่เคารพนะครับ มีโดนกดให้หลุดลงไปบ้าง
แต่มันก็มักจะถูกซื้อให้กลับขึ้นไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยนี้อย่างรวดเร็ว

นั่นหมายความว่ามันมีนัยยะต่อความเห็นของนักลงทุนส่วนใหญ่

ดังนั้นนะครับ ถ้าจะให้ตอบคำถามนี้อีกครั้ง
เส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ ควรเทียบได้กับเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันครับ
แต่ท่านจะใช้ 150 ก็ได้เช่นกัน ตามสะดวกนะ เพราะว่าท่านต้องเอาตัวท่านเป็นหลักในการเทรดเสมอ
เอาแบบที่...
๑) ท่านพอใจ
๒) ท่านหามันง่าย ไม่ต้องเดือดร้อน เสียเงินเสียทอง หรือเขียนสูตรใหม่
๓) ท่านใช้แล้วมันเวิร์คทุกที
เท่านี้แหละที่เป็นหัวใจในการเทรด ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับผมเลย ท่านต้องหาใจตัวเองให้เจอ
สิ่งที่ผมเขียนไปมันก็แค่ไกด์เท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตาม ผมเห็นหลายท่านถามมาแบบนี้กันหลายคน
แสดงว่าท่านไม่ได้ใช้กราฟรายสัปดาห์กันใช่มั้ย?
ถ้าท่านใช้กราฟรายวันเป็นประจำ ผมแนะนำให้ท่านอ่านหนังสือเล่มเขียวประกอบไปด้วยนะครับ
ท่านจะได้เข้าใจมากขึ้น เพราะผมยกเคสมาให้ท่านดูแบบจัดเต็มมากๆ ตั้งแต่ เส้นค่าเฉลี่ย 5, 10, 20, 50, 100 และ 200 วัน เลยทีเดียว ที่สำคัญคือผมยังเน้นเจาะลึกให้ท่านดูลักษณะของแท่งเทียนกลับตัวที่เส้นค่าเฉลี่ยเหล่านั้นด้วย ซึ่งน่าจะทำให้ท่านเห็นตัวอย่าง ไปปรับใช้กับตัวต่อไปของคุณเอง

แต่(อีกแล้ว) ผมไม่อยากให้ท่านเชื่อผมไปซะหมดนะครับ
นี่ต้องออกตัวแรงกันอีกครั้ง และบ่อยๆ
ตลาดหุ้นมันเอาแน่เอานอนไม่ได้ ถ้าทฤษฎีมันแม่นไปซะทุกตัว คงไม่มีคนเจ๊งหุ้นกันแล้วล่ะ
ท่านต้องเอาไปใช้โดยมีเงื่อนไขสำคัญอันดับหนึ่ง

นั่นก็คือ "รักษาเงินต้นของท่านเอาไว้ก่อน" 
หนังสือว่ายังไงช่างมัน แต่ตอนนี้ฉันไม่ไว้ใจ ฉันขอขายก่อน 

คือหนังสือที่ผมเขียนน่ะ มันเป็นการเขียนที่ผ่านมุมมองและประสบการณ์ของผมเอง
ซึ่งมันไม่เป๊ะไปซะทุกเคสหรอกครับ และมันก็อาจจะไม่เหมาะกับแนวทาง ความเชื่อของท่านด้วย
ดังนั้น การเอาไปปรับใช้ให้เหมาะกับตัวท่านเอง ถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นกว่าครับ

--------------(โฆษณา)-----------------
----------------------
----------------------
สนับสนุนโดยหนังสือหุ้น 2018 ที่ปล่อยของไม่มีกั๊กของผมเอง
ซึ่งเป็นเสมือนบันทึกการเรียนรู้เทคนิคอล เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเอง
"หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" และ "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" ครับ


"หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้น ด้วย กราฟวีค ก็จะเน้นการดูแนวโน้มขาขึ้นด้วย price pattern จากนั้นก็รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย จบลงที่การขายด้วย price pattern เรียกว่าครบวงจรตั้งแต่ซื้อยันขายเลยครับ
อ่านสรุปหนังสือ หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ที่ http://zyo71.blogspot.com/2017/09/blog-post_7.html

ส่วน "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้นด้วยกราฟรายวัน เล่มนี้จะเน้นการดูแท่งเทียน เอามาใช้ในการหาสัญญาณต้นเทรนด์ของขาขึ้น ซื้อหุ้นแบบ buying strength, buy weakness รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย 5,10,20,50, 100, 200 วัน ขายหุ้นออกด้วย selling into strength, selling weakness เรียกว่าครบวงจรตั้งแต่ซื้อยันขายเช่นกัน
อ่านสรุปหนังสือ หุ้นซิ่ง สวิงเทรด ที่ http://zyo71.blogspot.com/2018/04/ema-swing-trade.html 


สนใจติดต่อสั่งซื้อหนังสือหุ้นทั้งสองเล่ม
ส่งข้อความไปที่เพจ Zyo Books : facebook.com/zyoboooks


ขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนผลงานของเซียว จับอิดนึ้ง ครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รีวิวหนังสือหุ้น "เทคนิคอล อนาไลซิส" Technical Analysis of the Financial Markets

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง

แกะกราฟ 5 หุ้นซิ่งวิ่งแรง UREKA, OCEAN, SEAOIL, FOCUS, PIMO