ชวนคุณให้รวย (Why we want you to be rich)

โดย เซียว จับอิดนึ้ง : facebook.com/zyoit


ความน่าสนใจของเล่มนี้คือ Donal Trump กับ Robert Kiyosaki เป็นนักเขียน นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ซุึ่งมีวิธีคิดของผู้ชนะที่เต็มเปี่ยม ที่ผมชอบอีกอย่างคือทั้งคู่ไม่บอกว่าเอาเงินไปลงทุนอะไร(ซึ่งเป็นการให้ปลา) แต่จะเล่าถึงวิธีคิดของเขาว่าทำไมจึงประสบความสำเร็จด้านการเงิน และเขามองโลกการเงิน ธุรกิจและการลงทุนอย่างไร

อ่านจบก็ได้คำคมประโยคทองที่ทรงพลัง อย่างมากมายทีเดียวครับ ดังนี้....

ปัญหาหนึ่งที่เงินไม่สามารถแก้ได้คือ ความยากจน สาเหตุหนึ่งคือขาดความรู้ในการจัดการเงิน
การใช้เงินเพื่อแก้ปัญหาความยากจนนั้นยิ่งทำให้มีคนจนมากขึ้น
และจะทำให้คนจนลงและจนนานมากขึ้น
แต่ถ้าคุณมีความรู้ด้านการเงินคุณจะเริ่มตระหนักถึงโอกาสทางการเงินในทุกคนทุกแห่ง


คนรวยส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าพวกเขารวยได้อย่างไร
และไม่อยากให้ใครรู้ว่าพวกเขาเคยล้มเหลว
แต่ผมต้องการให้คนอื่นรู้ เพราะความล้มเหลวทำให้ผมได้เรียนรู้มากมาย
ผมกล้าจะพูดว่าไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน เราต่างก็มีปัญหาทางการเงินด้วยกันทั้งนั้น
- โรเบิร์ต คิโยซากิ

ทุกๆคนต่างมีปัญหากันอย่างด้วยกันทั้งนั้น
ถ้าคุณอยากรวยคุณต้องแก้ปัญหา
การระบุปัญหาให้ชัดเจน เป็นการสร้างโอกาสในการแก้ปัญหา
- โรเบิร์ต คิโยซากิ

คนส่วนใหญ่ไม่เห็นการทำเงินเป็นการเล่นเกม พวกเขาคิดว่ามันเป็นความเป็นความตาย ชนะหรือ แพ้
อุปสรรคในชีวิตของตัวเอง ทำให้พวกเขากลัวการเสียเงิน นั่นทำให้พวกเขาเข้าใจผิดไปเอง ว่าการลงทุนคือความเสี่ยง
แล้วก็ลงเอยด้วยกันลงทุนที่มีความเสี่ยง!
มันคือโศกนาฏกรรมทางการเงิน!

เกมเป็นเรื่องสนุก ถ้าคุณสนุก คุณจะเรียนรู้มากขึ้น คุณต้องการที่จะชนะ ถึงแม้ว่าบางครั้งคุณจะแพ้
เราเล่นเกมเต็มที่เล่นเพื่อชนะนั่นแหละชีวิตถึงจะมีความหมาย

ทำไมนักลงทุนส่วนใหญ่ จึงเลือกเล่นอย่างปลอดภัย หรือลงทุนเพื่อไม่ให้สูญเสีย?
ทำไมคนอื่นถึงลงทุนเพื่อชัยชนะ?
อะไรเป็นความแตกต่างระหว่างคนที่เล่นเพื่อชัยชนะกับนักพนัน?
อะไรคือความเสี่ยงเหตุผลของคนส่วนใหญ่ที่ลงทุนเพื่อไม่ให้สูญเสีย?
ก็เพราะว่าคนเหล่านั้นคิดว่าการลงทุนเป็นความเสี่ยง หรือเป็นการพนัน หลายๆคนเชื่อว่าการให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น หมายความว่าคุณต้องเสี่ยงมากขึ้น หลายๆคนคิดไปเองว่าไม่มีอะไรหนีไปจากความจริงข้อนี้ได้


ถ้าคุณเริ่มต้นความจริงด้วยความฝันของคุณ ความฝันของคุณจะกลายเป็นความจริง
ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นน่ะหรือ?
เมื่อไม่มีความฝัน เราจะใช้ชีวิตอยู่ในระดับแค่พอมีชีวิตรอด 


ผู้ชนะมักจะมีความเป็นเด็กในหัวใจพวกเขา ตั้งเป้าหมายไว้สูง มีความกระตือรือร้น มีแผนที่จะไปสู่ความสำเร็จในสิ่งที่เขาตั้งเป้าหมายไว้
พวกเขาอาจจะมีความฝันที่สุดเหวี่ยง แต่ดีกว่าไม่มีความฝัน พวกเขาให้ความสนใจและมุ่งมั่นไปสู่สิ่งที่เขาต้องทำเพื่อประสบความสำเร็จ
ความแน่วแน่ เป็นนิสัยส่วนใหญ่ของคนที่จะเป็นผู้ชนะบาง คนส่วนใหญ่ล้มเหลวเพราะว่าเขายอมแพ้กลางคัน

ผู้ชนะคือคนคุมเกม หัวใจของการควบคุมคือการเรียนรู้ ยิ่งเราเรียนรู้เรื่องการเงินมากเท่าใด เราก็จะยิ่งมองสถานการณ์ว่าเราได้เปรียบหรือไม่ ได้เร็วขึ้นเท่านั้น การเขี่ยแนวคิดที่ไม่ดีออกจากแนวคิดที่ดีก็ทำได้ง่ายขึ้น

ชีวิตเต็มไปด้วยความเสี่ยง เราไม่สามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างมากเท่าที่เราอยากจะควบคุม แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มพลังทวีของเราด้วยการเรียนรู้ เลือกทางสายกลาง และรักษาทัศนคติเชิงบวกไว้ คนมากมายประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งๆที่พวกเขามีอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟันมากมาย พวกเขาชนะเพราะว่าพวกเขาตัดสินใจที่จะควบคุมชะตาชีวิตของพวกเขาเอง และปฏิเสธที่จะยอมแพ้

มีหลายคำที่มีความหมายคล้ายคำว่าควบคุม เช่น คำสั่ง ผู้บังคับบัญชา อาณาจักร ทำให้สำเร็จ
คุณอาจจะไม่ได้มีอำนาจที่จะควบคุมหลายต่อหลายอย่าง แต่คุณสามารถเริ่มต้นที่ตัวคุณเอง
พลังสมองเป็นพลังทวีขั้นสุดยอด คุณก็มีสมอง
ใช้สมองให้เป็นประโยชน์ คุณอาจเรียกผมว่าพวกบ้าควบคุม แต่ผมจะไม่แก้ตัว ผู้ชนะคือผู้ที่ควบคุมด้วยความรับผิดชอบ

ส่วนประกอบอื่นในการเป็นผู้ชนะนั้นก็คือ ทัศนคติของผู้ชนะ(ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ)
มองให้เห็นว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ การคิดในแง่บวกนั้นได้ผล มันมีอำนาจมาก การชนะต้องการพลังชนิดนี้
ไม่ว่าคุณจะชอบอยู่คนเดียวหรือเฮฮากับเพื่อนฝูง พลังอำนาจนั้นแข็งแกร่ง การคิดในแง่บวกสามารถทำให้คุณผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากได้


ช่วงที่ผมเป็นหนี้มากมาย ผมกลายเป็นคนแน่วแน่และปฏิเสธที่จะยอมตกต่ำ
ผมปฏิเสธที่จะคิดลบ ผมมุ่งหาหนทางของผม และผมก็มั่นใจในตัวเองว่าผมสามารถจะผ่านสถานการณ์ที่เลวร้าย และกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งได้
นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง สิ่งพิมพ์หลายฉบับเขียนเกี่ยวกับอวสานของผม และผมไม่เห็นด้วยกับพวกเขา ความจริงคือความฝันของผมไม่ใช่ตัวเลขเหล่านี้ ในที่สุดผมก็ชนะ


คุณแน่วแน่พอที่จะเป็นผู้ชนะหรือไม่?
ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณจะมีความสามารถในการลงทุนเพื่อที่จะชนะ


การเพิกเฉย อาจมีราคาแพงยิ่งกว่าการศึกษา และนั่นรวมถึงการศึกษาเกี่ยวกับการเงินของคุณด้วย
อย่าปล่อยให้ความกลัวในสิ่งที่คุณไม่รู้ ซ่อนอยู่ในความทะเยอทะยานและฐานะทางการเงินที่ดีของคุณ
มีผู้คนที่ต้องการให้คุณรู้สึกว่าคุณไร้ความสามารถเพื่อที่เขาจะเอาเปรียบคุณ อย่าปล่อยให้มันเกิดกับคุณ จงเรียนรู้เกี่ยวกับการเงินและให้เงินทำงานให้คุณ
นั่นเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จทางการเงิน


ผมแนะนำให้คุณใช้ความเงียบและตัดสินใจว่าด้านไหนเหมาะกับคุณที่สุด ถามตัวคุณเองว่า
๑) คุณค่าของคุณอยู่ที่ไหน? 
๒) คุณต้องการความมั่นคงหรือไม่? 
๓) คุณมีความสุขกับความมั่งคั่งแล้วหรือ? 
๔) ความเชี่ยวชาญของคุณนั้นเหมาะกับด้านที่คุณเป็นอยู่หรือไม่? 
๕) คุณควรมีอิสระมากกว่านี้? หรือคนอาจจะต้องถามตัวเองว่าพ่อแม่คุณอยู่ด้านไหน? 
๖) แล้วเพื่อนๆคุณอยู่ด้านไหน? เป็นความจริงที่ว่าคนที่อยู่ด้วยกันมักมีชีวิตที่คล้ายๆกัน


เราทุกคนต่างต้องรับผิดชอบการเขียนบทละครหนึ่งเรื่อง นั่นคือละครชีวิตของเราเอง
ลองนึกภาพว่าคุณกำลังเขียนเหตุการณ์ในละครของคุณ คุณอยากให้เป็นอย่างไรบ้าง ผมไม่คิดว่าจะมีใครอยากเขียนบทให้ตัวเองทำงานที่น่าเบื่อและยากจน
ไม่เพียงแต่ไม่สนุก ซ้ำยังน่าหดหู่ที่จะทนอยู่ด้วย ลองให้อิสรภาพกับตัวคุณเองสักนิด เพื่อพัฒนาตนเองไปสู่คนที่คุณอยากจะเป็น หรือสิ่งที่คุณอยากเป็นจริงๆ


มีเพียงคนเดียวที่จะให้โอกาสให้อิสรภาพกับคุณได้ นั่นคือ "ตัวคุณเอง"
มีผู้คนมากมายไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ชอบความเป็นอยู่แบบเดิมๆ คนๆนั้นอาจจะเป็นคุณก็ได้ แต่คุณเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงได้

คุณมีความสามารถที่จะเดินไปสู่จุดที่เหนือกว่าคนธรรมดา หรือออกจากสิ่งที่จะฉุดคุณให้ถอยหลังได้
ไม่มีใครในที่นี้อยากจะเป็นชนชั้นล่างของสังคม ใช้สินค้าคุณภาพต่ำรวมกับคนธรรมดาที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในสังคม ซึ่งเป็นหนทางใช้ชีวิตที่ง่ายที่สุด คนที่มีชีวิตในระดับและนั้นได้ ต้องเป็นคนที่ก้าวผ่านความเป็นธรรมดาไปแล้ว


ชีวิตและธุรกิจบางครั้งอาจขัดแย้งกัน อาจเป็นสงคราม
จงมั่นใจว่าคุณเลือกที่จะสู้ในสิ่งที่ดี และหลีกหนีการต่อสู้และสนามรบที่ไม่เห็นเป้าหมาย หรือไม่มีหนทางสำเร็จให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้


อย่าอยู่หรือสิ้นเปลืองพลังงาน ไปกับสิ่งที่ไม่ใช่เป้าหมายชีวิตของคุณ
จำไว้ว่า เขียนบทละครให้ตัวคุณเอง แสดงและผลิตด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะพบว่าคุณได้ใช้ชีวิตอย่างที่คุณต้องการ นั่นคืออิสระ นั่นคืออำนาจ และนั่นคือชัยชนะ

เงินไม่ต่างอะไรกับพรสวรรค์ ถ้าคุณเก็บเงินไว้นิ่งๆเงินก็ทำอะไรไม่ได้ เงินต้องได้รับการพัฒนา
เงินต้องได้รับการดูแล เงินต้องถูกใช้อย่างเหมาะสม ต้องใช้เวลา ต้องลงมือทำ และมีควาอดทน
คนที่มีพรสวรรค์มากมายไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองมีพรสวรรค์อะไร เพราะพวกเขาไม่เคยพัฒนาตัวเอง
ไม่ต่างอะไรกับความคิดดีๆที่มีแนวโน้มที่ดี แต่กลับไม่เคยได้รับโอกาส เพราะว่าเจ้าของความคิดนั้นไม่ได้คิดต่อ หรือที่แย่กว่านั้นก็คือไม่ได้คิดอะไรเลย

การลงทุนต้องการความรับผิดชอบ และเป็นความรับผิดชอบที่ต่อเนื่อง การออมนั้นไม่ต้องใช้ความรับผิดชอบเลย นักลงทุนไม่ใช่ว่าจะเป็นกันได้ทุกคน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเป็นนักลงทุน
ทันทีที่คุณลงมือทำและเรียนรู้ถึงผลที่เกิดขึ้น การลงทุนจะสร้างความตื่นเต้นประหลาดใจ

เมื่อต้องลงทุน สิ่งที่คุณควรถามคือ
1. จะลดความเสี่ยงและได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นได้อย่างไร
2. จะหาการลงทุนที่เยี่ยมยอดได้อย่างไร
3. จะรู้ได้อย่างไรว่านี่เป็นเงื่อนไขที่ดีหรือไม่ดี
4. จะลงทุนอย่างไรให้ใช้เงินของตัวเองน้อยและใช้เงินของคนอื่นมากกว่า
5. จะหาประสบการณ์โดยไม่ต้องใช้เงินไปเสี่ยงได้อย่างไร
6. มีแผนรับมือที่จะจัดการการขาดทุนได้อย่างไร
7.จะหาผู้ที่นำทางการเงินที่ดีได้อย่างไร
คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่อาจจะไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง เพราะจะมีคำตอบที่ดีกว่าเสมอ
เรารู้ว่าสามารถทำให้ดีขึ้นได้อีกตลอดไป

การหาคำตอบทำให้ผมรวย เป็นการค้นหาที่ทำให้ผมเกล้าไปข้างหน้า รวยขึ้น และยังไม่คิดที่จะเกษียณตัวเอง ถึงแม้ว่าผมมีเงินเพียงพอที่จะเกษียณได้ คุณเห็นแล้วว่านี่ไม่ใช่วิธีการหาวิธีที่จะรวย แต่เป็นการแสวงหาความรู้ เป็นความต้องการที่อยากจะรู้มากขึ้น ทำมากขึ้น ประสบความสำเร็จให้มากขึ้น และช่วยคนที่ต้องการจะเรียนรู้เช่นกัน
สิ่งเหล่านี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำหรับผม เงินเป็นเหมือนคะแนน เป็นเครื่องวัดที่จะบอกว่าผมทำได้เท่าไหร่แล้ว เงินเป็นรางวัลในการฉลองความสำเร็จ และการเสียเงินก็เป็นเครื่องเตือนว่าเราต้องเรียนรู้มากขึ้น เฉกเช่นนักเดินทางเฝ้าดูไมล์ที่สะสมได้ ผมมองเงินของผมเป็นเหมือนหลักกิโลเมตรเพื่อวัดว่าผมเดินทางไปถึงไหนแล้ว

คนทั่วไปมักคิดว่าพวกสมัครเล่นไม่ได้เล่นเกมเพื่อเงิน แต่พวกเขาเล่นเพราะรักในเกม
แต่ในความจริง สาเหตุที่พวกสมัครเล่นยังเป็นเพียงพวกสมัครเล่น 
ก็เพราะว่าพวกเขายังรักในเกมไม่เพียงพอ

คุณต้องเอาชนะแรงต้าน เพื่อที่จะไปให้ถึงจุดสูงสุดของชีวิตคุณ
บ่อยครั้งที่แรงต้านมักเป็นสิ่งที่ตัวเรากำหนดขึ้นมาเอง
วิธีชนะแรงต้านคือ
1. รักในสิ่งที่คุณทำ
2. อดทน
3. เผชิญหน้ากับความกลัว

ผมเชื่อว่าที่ผมชนะในเกมการเงิน เพราะว่าผมรักเพียงการเงิน
ผมเรียนและฝึกฝนเพราะผมรักในเกม และผมต้องการชนะ ผมอ่านและศึกษาประวัติความเป็นมาของเกม ซึ่งทำให้ผมรู้ว่าผมไม่สามารถรู้ได้มากเท่าที่ผมอยากรู้ ผมเรียนรู้กฎ ผมเรียนรู้ที่จะเป็นผู้เล่น ผมรู้จักคู่แข่งของผม ผมเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ด้วยความใส่ใจ

ก่อนที่ผมจะพบ โดนัลด์ ทรัมป์ ผมอ่านหนังสือของเขา เรียนรู้ความสำเร็จของเขาไปพร้อมพร้อมกับความล้มเหลว ผมยังเรียนรู้เรื่องของ Steve Jobs ผู้ก่อตั้ง Apple และเรื่องราวของ ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้ง Virgin คุณจะสังเกตได้ว่าผมเรียนรู้จากผู้ที่ปฏิวัติโลกธุรกิจ ไม่ใช่พวกที่ตามคนอื่น สำหรับผมแล้วคนที่ตามคนอื่นนั้นน่าเบื่อ

ไม่ว่าคุณจะชอบเกมการเงินหรือไม่ เราทุกคนต่างก็อยู่ในเกมนี้ ผู้ชนะเกมการเงินคือคนที่รักเกมการเงินมากที่สุด ถ้าคุณไม่รักที่จะเล่นเกมการเงินก็อย่าเล่น มีอะไรอีกมากมายที่คุณน่าจะตื่นเต้น และทำให้คุณทำประโยชน์ได้มากกว่า

เราต่างได้ผลกระทบจากเงิน ไม่ว่าคุณจะเป็นใครอยู่ที่ไหนหรือทำอะไร มันก็เหมือนกับเวลา มันเป็นสิ่งที่เราทุกๆคนใช้เหมือนกัน คนส่วนใหญ่ต้องการเงินไปซื้ออาหาร ซึ่งเป็นจำเป็นต่อการดำรงชีพ
ดังนั้นพวกเขาจึงถูกเชื่อมโยงให้เกี่ยวกับเงิน ไม่ว่าเราจะเลือกที่จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม

เงินมีผลกับชีวิตทุกคน 
ทฤษฎีของผมก็คือถ้าอะไรที่มีผลกับชีวิตคุณ ทางที่ดีที่สุดคือเรียนรู้เรื่องนั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

พวกเราส่วนใหญ่เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ 3D
1 Desire ความต้องการ
2 Drive แรงขับเคลื่อน
3 Discipline ความมีวินัย
เราทุกคนต่างก็เคยเห็นคนที่อยากได้ เช่น อยากรวยแต่พวกเขาอาจจะขาดแรงขับเคลื่อน หรือวินัย หรือทั้งสองอย่าง

พวกเราส่วนใหญ่เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ 3A
1 Ambition ความทะเยอทะยาน
2 Ability ทักษะ
3 Attitude ทัศนคติ
เราทุกคนต่างก็เคยเห็นคนที่มีความทะเยอทะยาน แต่ไม่เคยพัฒนาความสามารถ ซึ่งมักจะเป็นเพราะว่าพวกเขามีทัศนคติที่ไม่ดี

พวกเราส่วนใหญ่เคยได้ยินเกี่ยวกับ 3E
1 Education การเรียนรู้
2 Experience ประสบการณ์
3 Excution การลงมือทำ
เราทุกคนต่างเคยเห็นคนที่มีการศึกษาสูง แต่ขาดประสบการณ์จริง เมื่อเขาขาดประสบการณ์จากโลกที่เป็นจริง ส่วนมากแล้วพวกเขาจะไม่สามารถที่จะลงมือทำได้ ไม่สามารถทำสิ่งต่างๆให้เสร็จทันเวลา ไม่สามารถสร้างผลสำเร็จในโลกที่เป็นจริงได้


เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมเห็นใครพูดว่า "การลงทุนคือความเสี่ยง" ผมรู้ว่าคนๆนั้นไม่มีการเตรียมตัวและไม่ได้เป็นผู้รู้จริง
ผู้ชนะคือคนที่เตรียมตัวมามากที่สุด ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดว่า การต่อสู้ไม่ใช่ความเสี่ยง แต่การไม่เจียมตัวคือความเสี่ยง"

นโลกธุรกิจและการลงทุน ผมชอบที่จะฝึกฝนและเตรียมตัว ผมฝึกเพื่อที่จะลดความเสี่ยง 
ผมพัฒนาความสามารถของผมเพื่อที่จะลดความเสี่ยง 
ผมศึกษาค้นคว้าเพื่อที่จะลดความเสี่ยง
ผมเล่นเพื่อที่จะชนะ 
และคนเล่นเกมที่เตรียมตัวมาดีที่สุด มั่นใจที่สุด หรือเสี่ยงน้อยที่สุด ก็จะได้รับรางวัลไป

หลังจากธุรกิจกระเป๋าไนลอนของผมต้องล้มไป 
ผมกลับไปค้นคว้าอย่างจริงจังอีกครั้ง ผมเรียน ฝึกฝน เรียน ฝึกฝน 
ผมรู้ว่าการเป็นผู้ประกอบการไม่ใช่ความเสี่ยง แต่การไม่เตรียมตัวต่างหากเป็นเรื่องเสี่ยง

ไม่มีคำว่าแก้ตัว คุณเรียนรู้ที่จะไม่หงุดหงิดพึมพำ แต่คุณพยายามที่จะรักษาสมดุลและยืนหยัดต่อสู้ เมื่อผมต้องพบกับความยากลำบากและความกดดัน ผมปฏิเสธที่จะหลบหนี ผมรู้ว่าวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการปัญหา ก็คือมุ่งหน้าทำต่อไป
จงมุ่งมั่นบากบั่นทําสิ่งที่คุณต้องการต่อไป

ผมเชื่ออย่างสนิทใจว่าการซ้อมหรือทำซ้ำแล้วซ้ำอีก เป็นสิ่งสำคัญเหนืออื่นใดในการเตรียมตัว ไม่ว่าจะเรื่องกีฬาหรือเรื่องอื่นๆ
การฝึกซ้อมบ่อยๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือในธุรกิจ ที่จะต้องฝึกฝนกลยุทธ์ในการขาย หรือนำเสนอที่ดี
สิ่งที่เราได้จากการเตรียมตัวก็คือ ความรู้สึกในการที่สามารถควบคุมได้ และความมั่นใจว่าเราสามารถจัดการได้เมื่อลงสนามในเกมการแข่งขันจริง

ทุกๆคนที่เคยประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพที่ตัวเองเลือก จะเข้าใจถึงความสำคัญของการฝึกฝนและการเตรียมตัวเพื่อที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ
เราต้องเรียนรู้ที่จะฝึกฝนด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ มีสมาธิ การฝึกเป็นโอกาสเดียวที่เราจะแก้ไขจุดอ่อนให้ดีขึ้น

เมื่อเราทำงานเพื่อจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับบางอย่าง การทำเพียงแค่เท่าที่คาดหวังนั้นยังไม่เพียงพอ เราไม่ควรเริ่มต้นแล้วหยุดการฝึกฝน เมื่อเราฝึกฝน เราต้องฝึกอย่างต่อเนื่อง

หลังจากที่ผมล้มเหลวทางธุรกิจในช่วงที่ผมอายุได้ 30 ปีต้นๆ ผมตระหนักได้ว่าผมล้าหลังในเรื่องการเรียนรู้อย่างมาก ผมเห็นคนรุ่นพ่อของผมมีความก้าวหน้าในชีวิต นั่นเพราะว่าพวกเขาจริงจังกับการเรียนรู้และความก้าวหน้าในอาชีพการงานของเขา ความล้มเหลวในธุรกิจครั้งนี้ของผม ทำให้ผมเรียนรู้ว่าผมต้องกลับไปเป็นนักเรียนอีกครั้ง กลับไปเรียนอย่างที่ผมไม่เคยเรียนมาก่อน

หลายปีที่ผ่านไป แทนที่จะถอยหนีให้ไกลจากความล้มเหลวนั้น ผมพยายามที่จะฟื้นธุรกิจขึ้นมาอีกเพื่อที่จะหาว่า ผมยังไม่รู้อะไรอีกบ้าง ผมมองข้ามอะไรไป และอะไรที่ผมยังไม่เห็น หรือที่เรียกว่าเรียนรู้จากความผิดพลาด

แต่สำหรับผม นั่นไม่ได้เป็นแค่ความผิดพลาด แต่ยังเป็นความเจ็บปวดอีกด้วย ผมต้องเผชิญกับเรื่องทุเรศๆ ทุกอย่างที่ผมเคยเฝ้าบอกตัวเองว่าไม่ ผมต้องโกหกตัวเองและคนอื่น หลังจากนั้นสองสามปีแห่งความอับอายธุรกิจของผมก็กลับมาทำกำไรได้อีกครั้งเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในการทำธุรกิจ และเป็นความอับอายครั้งใหญ่ที่ผมเคยได้รับมา

บางครั้งก็เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่า "วิสัยทัศน์" คืออะไร ปกติแล้วเกิดจากพื้นฐานของความรู้เรื่องราวบางอย่างในอดีต แล้วคาดการณ์ว่าในอีก 10 ปี หรือ 20 ปีข้างหน้าจะเป็นอะไร
แน่นอนว่าล่ะ อาจไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป อาจจะมีความเสี่ยง แต่คนที่คิดไปข้างหน้ามักจะไม่พลาด
ทำไมคนเราจึงต้องมีวิสัยทัศน์ ลองสร้างวิสัยทัศน์ แต่วิสัยทัศน์ก็ยังคงเป็นวิสัยทัศน์ จนกว่าคุณจะเริ่มมุ่งมั่นลงมือทำ และทำให้เกิดขึ้นจริงให้คนอื่นเห็นว่าจะมีอะไรดีๆเกิดขึ้นกับพวกเขา

ถ้าคุณสร้างวิมานในอากาศ คุณก็ไม่เห็นจะขาดทุนตรงไหน
เฮนรี่ เดวิด ธอโร

การมีศรัทธา หมายถึงการเชื่อมั่นว่ามีพลังบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวของพวกเรา ซึ่งเรื่องนี้สอนให้ผมแข็งแกร่งที่จะพยายามในทุกๆสถานการณ์ เป็นสิ่งที่ผู้นำควรมีเพราะว่าพวกเขาต้องการศรัทธา พวกเขารู้ว่าไม่ได้รอบรู้ไปทั้งหมดหรือเห็นไปซะทุกอย่าง แต่พวกเขาทำดีที่สุดเพื่อคนรอบรอบตัวเขา และพวกเขาพยายามมากที่สุดที่จะทำได้เพื่อที่จะเห็นมโนภาพทั้งหมดได้ในการตัดสินใจ

คนที่มองหาคำตอบมหัศจรรย์(holy grail)มักจะเป็นคนที่ลงทุนเพื่อไม่ให้ขาดทุน คนพวกนี้กลัวแม้กระทั่งความผิดพลาด ถ้าคุณกลัวการทำผิดพลาดแล้วล่ะก็ คุณควรมองหาคนที่มีคำตอบมหัศจรรย์สำหรับคุณ แล้วเอาเงินของคุณให้พวกเขาไป

จงตั้งมาตรฐานใหม่ให้กับตัวคุณ อย่าหยุดเพียงแค่ว่าพอใช้ได้ โลกวันนี้มีการแข่งขันสูงและเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว คุณจะต้องมีการพัฒนาระดับความแข็งแกร่ง ถ้าคุณหวังที่จะอยู่ในการแข่งขัน หรือแม้แต่เริ่มจะเข้าสู่การแข่งขัน

โอกาส อยู่กับใจที่เตรียมพร้อมแล้ว
- หลุยส์ ปาสเตอร์

อย่าเห็นว่าการเรียนรู้ทางการเงินของคุณเป็นทางเลือก เว้นเสียแต่ว่าคุณต้องเจอกับปัญหาใหญ่ในภายหลัง จงทบทวนสถานการณ์การเงินของคุณทุกสัปดาห์ เพื่อที่จะเริ่มต้นชีวิตอย่างที่คุณต้องการ
เกาะติดอย่างต่อเนื่องเหมือนที่คุณจำเป็นต้องซักเสื้อของคุณ

คุณควรพยายามที่จะค้นคว้าหาความทะเยอทะยานและความหลงใหลของคุณ
ถ้าคุณยังไม่พร้อม คำถามที่ดีสำหรับตัวเองก็คือ
"คุณอยากจะทำอะไรถ้าคุณไม่จำเป็นต้องใช้เงิน?"

ทบทวนฝีมือหรือความชำนาญของคุณ ความสนใจของคุณ สิ่งแวดล้อมของคุณ แนวโน้มของคุณ และใส่ใจต่อการเปลี่ยนแปลงจิตใจของคุณ

เปิดใจรับแนวคิดใหม่ๆ ที่คุณอาจไม่ค่อยชอบนัก พึงตะหนักอยู่เสมอว่า โอกาสมาในรูปแบบใดก็ได้ และโอกาสใหญ่ๆมักจะมาหลังจากความเลวร้ายที่เพิ่งผ่านพ้นไป อาจจะไม่ง่าย แต่เกิดขึ้นได้

ไม่ว่าคุณจะทำอะไร อย่ายอมแพ้ง่ายๆ ประเมินว่าคุณมีความสามารถ หรือมีอะไรที่เป็นเครื่องมือสำหรับคุณ ใช้ให้เป็นประโยชน์
เราทุกคนต่างมีดีด้วยกันทั้งนั้น ทุกๆคนมีจุดเด่นของตัวเอง ไม่มีใครเหมือนใคร
และอย่างที่ผมบอก "คำแก้ตัว" ใช้ไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับชีวิตและความเป็นอยู่ของคุณและคนที่คุณรัก คุณเองก็คงไม่ต้องการที่จะใช้คำแก้ตัวเช่นกัน

-------------------------------------------
----------------------
----------------------
สนับสนุนโดยหนังสือหุ้นเทคนิคอลที่ปล่อยของแบบไม่มีกั๊ก
หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ และ หุ้นซิ่ง สวิงเทรด



ทำไมใครๆต่างบอกว่าหนังสือหุ้นทั้งสองเล่มเป็นการปล่อยของแบบไม่กั๊ก?
อ่านที่มาจากบทความนี้ครับ หนังสือหุ้นเทคนิคอลที่ปล่อยของแบบไม่มีกั๊ก

สนใจติดต่อสั่งซื้อหนังสือหุ้นทั้งสองเล่ม
ที่เพจ Zyo Books : facebook.com/zyoboooks


"ส่งข้อความ" สั่งได้ที่เพจ zyobooks : facebook.com/zyobooks ครับ
สนับสนุนโดย เพจ แกะหนังสือขายดี

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รีวิวหนังสือหุ้น "เทคนิคอล อนาไลซิส" Technical Analysis of the Financial Markets

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง

แกะกราฟ 5 หุ้นซิ่งวิ่งแรง UREKA, OCEAN, SEAOIL, FOCUS, PIMO