ซื้อหนังสือหุ้น 2018

หนังสือหุ้น 2018/2561
มีหนังสือหุ้นที่เพิ่งออกในปี 2018 หรือ 2561 มาแนะนำครับ เผื่อมีใครสนใจซื้อหนังสือหุ้น สักเล่ม ที่ไม่เห็นวางขายในตลาดจะรับเอาไว้พิจารณา

-----------(ขอฝากโฆษณาหนังสือของผู้เขียนสักนิดนะครับ)----------
------- (เป็นหนังสือหุ้นเทคนิคอลเล่มล่าสุด ไม่มีขายตามร้านทั่วๆไป) -------

เล่มดำ (หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่)เป็นเหมือนภาคทฤษฎี พูดในองค์รวม กราฟวีค
เล่มเขียว(หุ้นซิ่ง สวิงเทรด) เป็นงานภาคปฏิบัติ เจาะลึกขึ้น เคสมากขึ้น กราฟรายวันครับ


ซื้อหนังสือเล่มกระดาษ
ติดต่อเพจ facebook.com/zyobooks เท่านั้นครับ


Ebook มีขายที่เว็บ mebmarket.com เท่านั้นครับ
รายละเอียด คลิกที่ชื่อหนังสือเลยครับ
----- (ขอบคุณครับ) ----


จะว่าไปแล้ว หนังสือหุ้นในบ้านเราก็มีอยู่พอสมควร ออกมาวางขายที่ร้านซีเอ็ด ร้านนายอินทร์ ให้เราเห็นอยู่เรื่อยๆ ซึ่งก็มีหัวเรื่องและ main idea ที่น่าสนใจ เอาล่าสุดนะ ที่เข้าไปดูในเว็บ se-ed



จาก 8 เล่มแรก มีหนังสือหุ้นแบบเทคนิคอลอยู่ 4 เล่ม (ที่เห็นชัดนะครับว่าใช่แน่ๆ)
นอกจากนั้นก็มีหนังสือแนวพื้นฐาน หรือวีไอ อย่างน้อยๆ ๒ เล่ม

นอกจากนั้นน่าจะเป็นการสรุปรวมไอเดีย ส่วนเล่มล่างสุดน่าจะเป็นสาย quant หรือไรไม่แน่ใจ
ผมเดินเข้าร้านหนังสือเป็นประจำนะครับ แต่ไม่ค่อยได้เปิดอ่านพวกนี้สัก้ท่าไหร่ เพราะคิดไปเองว่ามันยังไม่ใช่ target ที่เราต้องการจริงๆ

ทำคนเราถึงได้ตัดสินใจซื้อหนังสือหุ้นสักเล่ม?
คำถามนี้น่าสนใจนะ
อย่างแรกเลยคิดว่า มันต้องมีเนื้อหาตอบสนองความสนใจของคนนั้นก่อนล่ะ อาทิ
- แก้ปัญหาที่เขาเจอ มีทางออกให้
- พัฒนาให้เขามีมุมมองที่ดีขึ้น
- แนะเคล็ดลับใหม่ๆ ให้เขาได้ลู่ทางทำเงินได้มากขึ้น
หลักๆก็มีเท่านี้ ส่วนจะซื้อเพราะชอบผู้เขียนนี่ ในวงการหนังสือหุ้นก็อาจจะมีบ้าง ถ้าผู้เขียนคนนั้นเป็นไอดอล ออกทีวี มีผลงานการเทรดที่พิสูจน์แล้วว่าเก่งจริง
อีกอย่างก็คือ ซื้อเพราะเป็นหนังสืออกใหม่ ซิงๆ อย่างปีนี้คือ 2018 หรือ 2561 หนังสือที่เพิ่งออกใหม่ๆ คนก็ต้องการซื้อ หยิบง่ายๆว่าหนังสือเก่า

แต่หนังสือเก่าก็ใช่ว่าจะขายไม่ออกนะครับ มันขายได้เรื่อยๆ ยิ่งหนังสือที่มีความคลาสสิค เนื้อหาไม่ขึ้นอยู่กับเวลา อย่างผมเนี่ย มองว่าหนังสืออย่าง เทรดแบบเซียนหุ้นให้ได้กำไรขั้นเทพ ของพี่มาร์ค มิเนอร์วินี ก็เข้าข่ายนั้น หนังสือ CANSLIM หุ้นหุ้นชั้นยอดด้วยระบบชั้นเยี่ยม ของปู่โอนีล ก็เช่นกัน
หนังสือพวกนี้แม้เวลาจะล่วงเลยไปนาน แต่ก็น่าจะขายได้เรื่อยๆ เพราะมีคนบอกต่อกันว่าอ่านแล้วดี ได้ไอเดียไปเทรดมากมาย (อย่างน้อยก็ผมนี่แหละ)

ไอเดียในการเทรดก็สำคัญนะครับ เพราะนักเทรดส่วนใหญ่ ที่เพิ่งเข้ามา มักจะต้องการ โหยหา ไอเดียการทำเงินที่น่าเชื่อถือ และใช้งานได้จริง เขาจะได้ซื้อแล้วกำไรทันที ซื้อตัวเดียวเป็นเศรษฐีไปเลย
ซึ่งความเชื่อแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่มีมุมมองสดสวย แบบผ้าขาว
ก็ไม่ว่ากัน เพราะมันห้ามกันไม่ได้ มนุษย์เราเวลามองโลกในแง่ดี สายตาก็จะเห็นอะไรดีเกินเบอร์ไปเสมอ
จึงไม่แปลกที่หนังสือประเภทบอกเคล็ดลับ บอกสูตรทำเงินของกูรู แนะวิธีรวย เล่นแบบเกมรุก ทั้งรุ่นเก่า หน้าใหม่ จึงมีเป็นสัดส่วนมากกว่าแนวทางที่บอกถึงความน่ากลัวของการขาดทุน หรือเล่นแบบเกมรับ อย่างฟ้ากับเหว ซึ่งเท่าที่ออกไปดูร้านหนังสือประจำก็ไม่เห็นหนังสือประเภทหลังเลย

หลังจากที่แนะนำหนังสือชาวบ้านไปหลายเล่ม ก็ขออนุญาต ผู้อ่านแนะนำหนังสือของตัวเองสักนิด สั้นๆ
แน่นอนว่าหนังสือของผมก็เป็นแบบแรก คือแนะแนวทางการทำเงินด้วย เส้นค่าเฉลี่ย
ชื่อ "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" ปกสีเขียว สะดุดตา ก็เป็นสีมงคลสำหรับพวกเรานะครับ ใครๆก็ชอบสีเขียวกัน นี่เป็นหนังสือหุ้นที่เพิ่งออกมาในปี 2018 หรือ 2561 นี่เองครับ เรียกว่าใหม่สดซิง

เนื้อหาของหนังสือหุ้นเล่มนี้ ว่าด้วยการรันเทรนด์ขาขึ้นระยะสั้น กินคำเล็ก แบบ swing trade ด้วย daily chart โดยการนำเสนอ
๑) จุดเข้าซื้อที่เป็นแท่งเทียนรายวัน ที่หลากหลายขึ้น คือ ซื้อตอนที่ราคา breakout และ pulllback ลงไปเด้งที่เส้นค่าเฉลี่ย
๒) จุดขายหุ้น ที่หลากหลายกว่า คือขายเมื่อราคาวิ่งแรงแบบ climax run กับขายเมื่อราคาอ่อนแอหลุด trailing stop
๓) นำเสนอเส้นค่าเฉลี่ยที่เหมาะสำหรับการรันเทรนด์ระยะสั้น และเหมาะสำหรับการซื้อตอนย่อ หรือ buy on dip
๔) ลักษณะแท่งเทียนที่เห็นบ่อย และมีนัยยะสำหรับการซื้อและขาย
อ่าน สรุปหนังสือหุ้นซิ่ง สวิงเทรด http://zyo71.blogspot.com/2018/04/ema-swing-trade.html
สรุปรายบท http://zyo71.blogspot.com/2018/04/blog-post_26.html


สำหรับ "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" เป็นเหมือนภาคซูมของเล่มที่แล้วครับ
คือ "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" เป็นเหมือน position trading คือเป็นเคสซื้อแล้วถือยาวเป็นปี ด้วยเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว+แท่งเทียนรายสัปดาห์
ส่วน "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" จะเป็นแนวทางการเทรดในรอบสั้นกว่าครับ ซื้อแล้วถือในระดับสัปดาห์ถึงเดือน จึงใช้เส้นค่าเฉลีี่ยระยะสั้น + แท่งเทียนรายวัน ซึ่งจะทำให้ท่านเห็นการเคลื่อนไหวของราคาทันเหตุการณ์มากขึ้น

สำหรับเคสที่ยกมาประกอบหนังสือ "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" ส่วนใหญ่จะเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดไม่นานนี้เองครับ ไม่ว่าจะเป็น EA, KTC, AOT, NPP, และหุ้นเข้าใหม่ ฯลฯ เพราะตอนที่ผมเขียนต้นฉบับก็ได้เอาเคสที่เกิดในขณะนั้นมาใส่ไว้ด้วยเลย จะได้พิสูจน์ว่าตรงกับแนวคิดที่นำเสนอ

ความพิเศษของ "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" ที่ผมอยากอวดก็คือ
- การเอาแท่งเทียนมาอธิบายการเคลื่นไหวของราคา เพื่อระบุจุดซื้อและขาย ซึ่งผมคิดว่าไม่เคยมีใครเสียเวลาอธิบายในเรื่องนี้มาก่อน ส่วนใหญ่มักจะยกทฤษฎีมาแล้วก็เอาเคสเก่าครึมาให้ดูอันเดียวจบ แต่ผมจะเน้นเคสปัจจุบัน และมากกว่าหนึ่งเคส เอามาให้ท่านเห็นวนๆซ้ำๆ เพื่อให้เห็นจุดร่วมและจำได้ แถมยังมีการอธิบายจิตวิทยาเบื้องหลังของการเกิดลักษณะแท่งเทียนเหล่านั้นด้วย ก็รับรองว่าถ้าอ่านเล่มนี้ไป ท่านจะได้พื้นฐานของความเข้าใจแท่งเทียนเพื่อไปต่อยอดได้เป็นอย่างดีครับ

- จุดซื้อที่ยืดหยุ่น
ใน "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" เล่มนี้ นอกจากจะมีการเอ่ยถึงแนวทางการซื้อแบบ buying strength คือซื้อเมื่อราคาแสดงออกถึงความแข็งแกร่ง คือ breakout กับการเปิด gap ซึึ่งผมเคยเขียนแนวคิดนี้ในหนังสือ "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" ไว้บ้างแล้ว ก็ยังมีแนวทางการซื้อแบบ buying weakness คือซื้อเมื่อราคากลับตัวจากการย่อ ด้วยการดูทรงแท่งเทียนที่เข้าสูตร
ที่ผมยกมาให้ท่านดูทั้งสองแบบก็เพราะว่า
๑) มันเป็นหลักการทางทฤษฎี ที่รวมไอเดียหลักๆให้ท่านได้รู้จักและจัดหมวดง่ายขึ้นครับ คือส่วนใหญ่แล้วหนังสือทั่วไปจะบอกแค่จุดซื้อตรงนั้นตรงนี้ แต่ไม่มีเหตุผลทางการเคลื่อนไหวรองรับ ทำให้เราอ่านแล้วจำไม่ได้ ซึ่งผมเสียดายไอเดียเหล่านั้น จึงเอามาจัดหมวดหมู่ใหม่ซะ ให้ท่านได้จุดเชื่อมใหม่ อันจะทำให้ท่านเข้าใจพฤติกรรมราคาได้มากขึ้น
๒) เพื่อความหลากหลาย คือหุ้นแต่ละตัว ก็มีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน เราไม่ควรระบุแนวทางการเข้าทำแค่สูตรเดียว เดี๋ยวไม่ทันเกมส์ตลาดเอา ดังนั้น "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" จะนำเสนอเคสให้ท่านดูเลยว่า ถ้าจะ buy strength ควรซื้อตรงไหน ยังไง buy weakness น่าซื้อกับหุ้นลักษณะไหน ดูแท่งเทียนยังไง
รับประกันว่า ไอเดียซื้อขายที่ผมเอามาให้ท่านอ่านในเล่มนี้จะทำให้ท่านเอาไปปรับใช้กับหุ้นได้หลากหลายสไตล์กับหลากหลายสภาพตลาดขึ้น

- จุดซื้อขายที่ยืดหยุ่น
เล่มที่แล้ว ผมเน้นเรื่องการรันเทรนด์ระยะยาวอย่างเดียวครับ ซึ่งปัญหาก็คือ หุ้นส่วนใหญ่ของตลาดมันไม่วิ่งยาวดังใจเราหวัง มันวิ่งเป็นขาขึ้นรอบเล็กๆ-สั้นๆ ทำให้หลายท่านชะล่าใจ มัวแต่ถือ มองไกล ไม่กล้าขาย ผลก็คือปล่อยให้กำไรหลายสิบเปอร์เซ็นต์ หดหายจนกลายเป็นขาดทุนก่อนที่จะคิดได้ว่าต้องขาย แทนที่จะได้ take profit ก็กลายเป็น take loss ไปเสียฉิบ ดังนั้น "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" จะเข้ามาช่วยให้ท่านเห็นจังหวะน่าขายสวยๆสองแบบ คือ selling into strength ที่ราคาวิ่งขึ้นแบบ climax run ก่อนกลับตัวแรง และอีกแนวคือ selling weakness คือขายเมื่อราคาอ่อนแอ จบรอบไปจริงๆ ซึ่งเคยบอกไว้แล้วในหนังสือเล่มก่อน
พูดง่ายๆคือ ถ้าท่านได้อ่านเล่มนี้ ท่านจะได้ไอเดียในการขายที่มากขึ้น แน่นอนล่ะว่าผมไม่สามารถระบุเพื่อช่วยให้ท่านได้ขายที่จุดสูงสุดได้ แต่แนวทางใหม่ในเล่มนี้ก็น่าจะทำให้ท่านได้ขายที่โซนสูงสุดแน่นอน

- จุดกลับตัวของหุ้น IPO
แม้จะไม่เยอะ แต่ผมคิดว่า เด็ด หากท่านดูทรงของแท่งเทียนเป็น ท่านน่าจะได้จุดซื้อสวยๆจากมัน

ยังมีรายละเอียดอื่น ที่มาของหนังสือ, ไอดอลต้นแบบที่เป็นแรงบันดาลใจ, สารบัญ, ตัวอย่างบทความที่ผมเอาไปไว้ในหนังสือ, ฯลฯ ซึ่งท่านสามารถเข้าไปอ่านในโพสต์ใหม่ที่ผมทำมาเพื่อโปรโมทเล่มนี้โดยเฉพาะ



ไหนๆก็อ้างไปถึงอีกเล่มก่อนหน้านี้ ก็ขอเอ่ยถึงสักนิดก็แล้วกันครับ

"หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" เป็นเล่มแรก ออกเมื่อช่วงกลาง-ปลายปีที่แล้ว
เนื้อหาว่าด้วย
๑) ใครทำให้เกิดขาขึ้นรอบใหญ่
๒) ต้นเทรนด์ของขาขึ้น
- ที่จุดสูงสุด
- ที่จุดต่ำสุด
๓) แนวคิดการ stop loss
๔) การทนรวย
๕) การ take profit
อ่าน สรุปหนังสือหุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ http://zyo71.blogspot.com/2017/09/blog-post_7.html


สรุปคือตอนนี้ผมมีผลงาน เป็นหนังสือ อยู่ ๒ เล่ม ครับ คือ
หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ กับ หุ้นซิ่งสวิงเทรด
ก็เป็นหนังสือหุ้นแนวเทคนิคอลทั้งคู่ครับ
ที่มาของทั้งสองเล่มก็คือเป็นการรวบรวมบทความและไอเดียที่ผมอยากรู้และเอามาใช้เป็นประจำมาให้ท่านได้อ่านเป็นเล่มอ้างอิงก็ว่าได้

๑) หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่
เป็นการหาเบาะแสที่มาของการวิ่งรอบใหญ่ของหุ้นผู้ชนะที่วิ่งเป็นขาขึ้นรอบใหญ่ว่ามาจากสาเหตุอะไรบ้าง, จุดเริ่มต้นของการขึ้นรอบใหญ่อยู่ตรงไหน ดูได้จากอะไร, ถ้าซื้อแล้วไม่ใช่ทำไมเราต้อง stop loss, การทนรวย และ take profit เรียกได้ว่าครบลูปของการเทรดแบบเทคนิคอลกันเลย
๒) หุ้นซิ่งสวิงเทรด
เป็นการนำเสนอแนวโน้มขาขึ้นที่เป็นภาพเล็กลงกว่าเดิมครับ เพราะว่าหุ้นหลายตัวก็ไม่ได้วิ่งแรงเป็นเด้ง แค่ 20% ก็จะมีการพักฐานใหญ่ ซึ่งมันอาจจะจบรอบไปเลยก็ได้ ถ้าหากเราไม่อยากจะเสียเวลากับตอนที่มันย่อก็สามารถใช้หลักการ swing trade ตามหนังสือเล่มนี้ได้ โดยผมจะเน้นการดูแท่งเทียนและเส้นค่าเฉลี่ยเป็นหลัก

ทั้งสองเล่ม ก็ถือว่าเป็นบทสรุปของการหาความรู้ทางด้านเทคนิคอล หรือ method ที่ผมคิดว่ามัน make sense ที่สุดสำหรับผมแล้ว
เพราะผมชอบอะไรที่ KISS = keep it simple and stupid = เน้นแนวทางที่ง่ายๆโง่ๆ
จับแนวทางหลักให้อยู่และปรับใช้ให้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ก็น่าจะพอไหว
ซึ่ง method ที่ผมสนใจก็น่าจะเอาเท่านี้แหละ ตอนนี้ผมก็ใช้แนวทางตามที่เขียนในหนังสือเป็นหลัก ไม่ได้ไปไกลและซับซ้อนกว่านี้
ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการหาหุ้น ของดีโผลมาให้เห็นเรื่อยๆ
จากนี้ไปก็เป็นการปรับปรุงบางจุดให้ดีขึ้น โดยเฉพาะสภาพจิต

หากท่านอยากซื้อเพื่อหาไอเดีย ก็ติดต่อไปที่เพจ Zyo Books ได้เลยนะครับ ทั้งสองเล่มไม่มีขายตามหน้าร้านครับ เป็น Rare Edition หายาก ท่านต้องซื้อออนไลน์เท่านั้น
ติดต่อไปที่เพจ Zyo Books นะครับ หน้าตาตามรูปนี้ นี่เป็นลิ้งค์ครับ เผื่อหาไม่เจอ www.facebook.com/zyobooks ส่งข้อความไปทักแอดมินได้เลยครับ เธอชื่อคุณแป๋ม แจ้งความจำนงเข้าไป เดี๋ยวเธอจะส่งรายละเอียดคร่าวๆให้ท่านทราบทันทีเลย สะดวกมาก ไม่ต้องไปร้านหนังสือ สั่งแล้วเดี๋ยวไปรษณีย์จะส่งหนังสือให้ท่านถึงบ้านเลย รอรับง่ายๆชิลๆ


"ส่งข้อความ" สั่งซื้อหนังสือหุ้นได้ที่เพจ Zyo Books : facebook.com/zyobooks ครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รีวิวหนังสือหุ้น "เทคนิคอล อนาไลซิส" Technical Analysis of the Financial Markets

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

หุ้นจ่อเบรค 14/12/2018

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง