ข้อมูลท่วมหัว เอาตัวไม่รอด


อยากต่อประเด็นจากเมื่อวานซึ่งผมคิดว่า สำคัญมากๆ เรื่องหนึ่ง
ก็ได้เรียนรู้มาจากการวิเคราะห์ความผิดพลาดของตัวเองนี่แหละ
สิ่งนั้นคือ "ประสบการณ์" ครับ
.
คุณอาจคิดว่า ใครๆ ก็มีประสบการณ์ทั้งนั้นแหละ
มันเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ?
.
สำคัญครับ มากๆด้วย
.
เพราะมันเป็นประสบการณ์จาก "การได้ลงมือทำจริงๆ"
การได้เจอของจริง สัมผัสด้วยตัวเอง นี่แหละครับ
.
ที่ผมกล้าพูดแบบนี้ก็มาจากการสังเกตุตัวเองนี่แหละ
ผมน่ะโพสต์ความรู้ให้ตัวเองกับคุณๆอ่านแทบจะน็อนสต็อป
ทำให้หลายคนตามอ่านไม่ทันต้องแปะไว้ มาอ่านทีหลัง
.
แน่นอน....ก่อนผมโพสต์ ก็ได้อ่านรีเช็คหลายรอบ
แต่ไม่น่าเชื่อว่า "ผมยังขาดทุน"
ทั้งๆที่มีความรู้ขนาดนั้น ไม่น่าจะเสียเงินไปได้มากมาย
น่าจะเอาชนะตลาดไปได้อย่างสวยงาม
.
ก่อนหน้านั้นผมก็คิดแบบคุณนั่นแหละครับ
หลงคิดไปว่า สิ่งที่ผมอ่านและโพสต์ให้คุณรับรู้ไปนั้นน่ะ มันเป็น "ความรู้"
แต่มาตอนนี้ ก็ได้สำเหนียกว่า เมื่อมันไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์
ก็เป็นแค่เพียง "ข้อมูล" เท่านั้นเอง
.
Information is not Knowledge
"ข้อมูล" ไม่ใช่ "ความรู้"
ไอน์สไตน์ เคยบอกไว้น่ะ มันโคตรจริง
.
ไม่แปลกเลยถ้าจะฟันธงไปว่า
สิ่งที่ผ่านตาผม ยังไม่ใช่ "ความรู้" นะ มันเป็นแค่ "ข้อมูล"
อะไรก็ตาม ที่ผ่านตาคุณ แต่ไม่รู้สึกถึงใจ มันก็ยังไม่ใช่
.
"ประสบการณ์" เท่านั้นครับ
ที่จะเป็นตัวแปลง "ข้อมูล" ให้กลายเป็น "ความรู้"
.
...........................................
เย็นวันหนึ่งที่ Bradley's beach club
ลิเวอร์มอร์นั่งดินเนอร์กับ เอ็ด แบรดลีย์ แค่สองคน
มีอยู่ช่วงหนึ่ง แบรดลีย์ถามลิเวอร์มอร์ว่า
"J.L. นักเก็งกำไรหุ้นที่ดีถูกสร้างจากอะไรบ้าง?
(What makes a good stock speculator?)"
.
"มันเป็นคำถามที่ตลกมากเลยเอ็ด
ไม่ต่างจากคำถามที่ว่า อะไรสร้างนักพนันที่ดี?"
"ผมคิดว่าต่างกันนะ" แบรดแย้ง
.
"อืม..สำหรับนักเก็งกำไรหุ้นแล้ว
ความเข้าใจ(aptitude)ในเกม
น้ำอดน้ำทน?(stomach for the ride)
และความสามารถที่จะมองเหตูการณ์ต่างๆ โดยปราศจากอารมณ์ร่วม
ความสามารถในการสร้างข้อมูล(observation)ในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้
และความทรงจำที่ดี ที่จะจำความจริงได้ถูกต้อง
โดยเฉพาะความจริงทางด้านตัวเลข"
.
"แต่...เอ็ด, เหนืออื่นใดแล้ว.......
 #ประสบการณ์คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
การเรียนรู้จากประสบการณ์ของเราเองคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
และคุณต้องการมันทั้งหมด
นักเก็งกำไรบางคนมีพลังที่ดีในการสังเกตุ(observation)และการจดจำ
แต่ไม่มีประสบการณ์
.
หรือบางคนมีประสบการณ์มากแต่ไม่เก่งเรื่องการสังเกตุและการจดจำ
หรือขาดทักษะในการสังเกตุหรือไม่มีความเข้าใจในทางด้านตัวเลข
.
เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จต้องการความสามารถทั้งหมดนี้แหละ
.
แต่กุญแจที่จะค้ำจุนความสำเร็จนั้น...
ผมเชื่อว่ามันคือ #ประสบการณ์" ลิเวอร์มอร์ ยืนยัน
...........................................
.
ประเด็นนี้แหละ คือคามท้าทายที่เราต้องเอาไปต่อยอดให้ได้
อ่านเยอะ ฟังเยอะ ดูเยอะ แต่ทำไม่ยังไม่เก่งสักที
เพราะข้อมูลน่ะ ใครๆก็เสพได้ มีเงิน มีเวลา ได้หมด
แต่ทักษะ หรือประสบการณ์นั้น มันเป็น "ปัจจัตตัง" คือ คุณต้องรู้ด้วยตัวเอง
.
พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่า
"อานนท์ ปฏิบัติให้มาก ทำให้มากแล้วจะสิ้นสงสัย"
ความสงสัยจะไม่มีวันสิ้นไปได้ ด้วยการคิด ด้วยทฤษฎี
ด้วยการคาดคะเน หรือด้วยการถกเถียงกัน
แม้แต่การอยู่เฉยๆไม่ปฏิบัติอะไรเลย ความสงสัยก็หายไปไม่ได้อีกเหมือนกัน ความโง่จะหายสิ้นไปได้ก็ด้วยการพัฒนาทางจิต ซึ่งจะเกิดได้ก็ด้วยการปฏิบัติที่ต่อเนื่องและถูกต้องเท่านั้น
.
เมื่อย้อนมาดูที่ตัวผมเอง
จะพบเลยว่า สิ่งที่ผมโพสมาทั้งหมดนั้นน่ะ มันจะกลายเป็นแค่ "ภาพที่ผ่านตา" ชั่วแวบ เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่นาที ผมก็ลืมมันไปหมดแล้ว
.
ขยันแบบโง่ๆ น่ะ
.
จึงน่าขัน และตลกร้ายมากเลยนะ ถ้าจะบอกว่า
สิ่งที่ผมเพียรทำมาทั้งหมดนั้น เป็น "การลงทุนเยอะ แต่ได้ผลน้อยมาก"
"รับรู้ข้อมูล" แต่ "ไม่ลงมือทำ" ก็ไม่ได้ดีกว่าการอยู่เฉยๆ สักเท่าไหร่เลย
.
ประเด็นนี้แหละที่ผมอยากจะสื่อให้คุณๆหรือแม้กระทั่งตัวเอง สำนึกให้มากขึ้น
คือ "เมื่อรับข้อมูลแล้ว ก็ต้องเอาไปทำการบ้าน +เอาไปใช้ต่อในสถานการณ์จริง เพื่อให้ตัวเอง หรือจิตใจของเรา จำได้ถึงระดับสัญชาติญาณ"
.
ดังนั้นต่อไป เมื่อได้อ่านได้เรียนมา ก็ต้องทดลอง ลงมือทำ ให้จิตใจมันคุ้นไว้
ในอนาคต เมื่อเราเจอสถานการณ์แบบนั้นอีก จะได้ มี "ภูมิคุ้มกัน" และหยิบอาวุธที่ถูกต้องมาใช้ได้เหมาะกับสถานการณ์
.
นี่ขนาดผมลงมือศึกษา ค้นคว้า ด้วยตัวเอง เสียแค่เวลา ไม่เสียเงินสักบาท
นับประสาอะไรกับ คนอื่นๆที่เสียเงินเพื่อจ่ายค่าคอร์สเป็นพันๆ เป็นหมื่นๆ เพื่อแลกกับ "ข้อมูล" ที่มาจาก "ประสบการณ์ของคนอื่น"
.
สิ่งที่คุณจ่ายไปจะมีค่าเป็น "0" ทันที
ถ้าหลังจากนั้น....คุณไม่เอามาทำการบ้าน เพื่อต่อยอดให้ "จิตใจคุณจดจำ" เอาไว้ได้จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในสมองและสัญชาติญาณของคุณเอง
.
ฉะนั้น อย่าหยุดแค่ "การเรียน"
แต่จง "ลงมือทำเพื่อให้รู้" ด้วย มันถึงจะครบสูตร
.
การเล่นหุ้นมันคล้ายกับการว่ายน้ำแหละครับ ผมว่านะ
คือคุณดูคลิป ไปฟังคนอื่น อ่านหนังสือ คุณยังว่ายน้ำไม่เป็นหรอก
คุณต้องลงสระ หัดแกว่งแขนดึงน้ำ หัดลอยตัว หัดใช้ตีนตะบันน้ำ
รวมถึงเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดจากการจมน้ำไปด้วย
เมื่อได้ลงน้ำจริง สะบัดแขนขาจริง จมน้ำจริงนั้นแหละ คุณถึงจะว่ายน้ำได้
.
ดังนั้น สิ่งที่ผมอยากบอก สั้นๆคือ....
เมื่อเรียนแล้ว ต้องลงมือทำต่อครับ ทำเพื่อให้รู้
ทำ ทำ ทำ ใช้เวลาศึกษาผล เพื่อให้ใจและสมองได้ประสบการณ์จากมัน
อย่าลืมบันทึกบันทึก เพื่อตอกย้ำ
ประสบการณ์เท่านั้นแหละครับ
ที่จะช่วยให้ผมและคุณอยู่รอดและเอาเงินจากตลาดได้
.
อย่าให้ "ข้อมูลท่วมหัว แต่เอาตัวไม่รอด" เหมือนผม

-------------------------------------------------------------
-------------------------------------------
----------------------
----------------------
สนับสนุนโดยหนังสือบันทึกการเรียนรู้เทคนิคอลของผู้เขียน
"หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" และ "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" ครับ

ใครๆก็ชมว่า ปล่อยของแบบไม่มีกั๊ก
มีกันหรือยังครับ? ทำไมผมเขียนแบบไม่กั๊กเลย?
สนใจติดต่อสั่งซื้อหนังสือทั้งสองเล่ม


"ส่งข้อความ" สั่งได้ที่เพจ Zyo Books : facebook.com/zyobooks ครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

1-2-3 Price Pattern เบสิคของการ breakout

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง

แกะกราฟ 5 หุ้นซิ่งวิ่งแรง UREKA, OCEAN, SEAOIL, FOCUS, PIMO