“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...
โรค FOMO คืออะไร?
มันย่อมาจาก Fear Of Missing Out แปลเป็นไทยว่า "กลัวตกรถ" เป็นอาการ "มือลั่น" ซื้อหรือขายเพราะเกิดเหตุการณ์หรือรับข่าวสารที่กระตุ้นให้ต้องลงมือทำอะไรสักอย่างทันที
นี่เป็นคำพูดติดปากของคนเป็นโรค FOMO ครับ
I knew it : "ฉันรู้ดี" เป็นคำพูดของคนที่มีแผนการเทรด แต่ไม่เคยทำตามแผน
One time : "ครั้งเดียวเอง" คิดจะเล่นสนุกๆ แล้วตลาดก็เล่นด้วย อ่วมสิ
I just enter with a small position : "ฉันซื้อไม่เยอะ" คือคนที่อยากละเมิดกฎตัวเอง
I have a feeling : "ฉันรู้สึกว่าต้องใช่ตัวนี้" พวกนี้เล่นหุ้นเหมือนแทงหวย
It still has room to go : "มันยังไปได้อีก" มักจะคิดรันเทรนด์ในเวฟ 5 หรือเจอ false breakout
I waited so long for this trade : "ฉันรอโอกาสแบบนี้มานานแล้ว" เป็นพวกคันคะเยอ เงินเหลือเยอะ
Not this time : "ไม่ใช่ตอนนี้หรอกน่า" พวกตกรถมาก่อน แล้วอยากแก้ตัว สุดท้ายก็เจอตลาดแก้ผ้า
I could have made so much money today : "วันนี้ฉันจะทำเงินให้ได้มากที่สุด" พวกโลภไม่รู้จักพอ เป็นอาการ overconfidence สุดท้ายก็คืนกำไรให้ตลาดหมดสิ้น
Top 4 Tips For Dealing With FOMO (Fear Of Missing Out!)
คลิปนี้เขาบอกวิธีการรับมือกับ FOMO ไว้ว่า
๑) Make a firm decision : ตัดสินใจแน่วแน่ ว่าไม่ตาม
ทำใจให้นิ่งไว้ นั่งทับมือ อย่าไปหลงกับมัน คิดว่ามันวิ่งมากไกลแล้ว เข้าซื้อตอนนี้มีโอกาสดอยสูงมาก เสี่ยงมากเกินไป
๒) Come up with the plan to enter : มีแผนการเข้าเทรดเอาไว้แล้ว
เช่น แม้ไม่ได้ตามตอนนี้ ก็สามารถวางแผนรอตอนมันย่อ ถ้าเป็นแบบนี้ฉันจะเข้าซื้อที่ราคาโซนนี้ เป็นต้น ถ้าเรามีแผนเตรียมรับมือ ก็จะทำให้เราทำใจไม่ให้เสียดายโอกาสครั้งนี้ไปได้
๓) Come up with the plan to not miss the next : วิเคราะห์ เรียนรู้ว่า ทำไมเราถึงได้พลาดตัวนี้ไป
โดยอาจจะดู pattern ที่มันทำ, ข่าวหรือสิ่งแวดล้อม, อินดิเคเตอร์ ที่สนับสนุนให้เห็นว่ามันเป็นตัวจุดประกายให้ราคาวิ่ง เราจะได้เก็บเป็นข้อมูลไว้สแกนหาโอกาสในครั้งต่อไป
๔) Accept you need to miss many : ยอมรับว่าความผิดพลาดแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติ
ยอมรับว่าตัวเองเป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดา ไม่มีสายตาทิพย์เหมือนกูรูหุ้นทั้งหลาย ที่ปิดตลาดออกมาชี้โป๊ะชี้เป๊ะ ถูกทุกตัว เราเป็นเม่าที่รู้เท่าที่เห็น เห็นเท่าที่กรอบสายตาของเราให้ความสนใจ ดังนั้น มันต้องมีหุ้นซิ่งเล็ดลอดสายตาเราไปบ้างแหละ การยอมรับสภาพหรือรู้จักตัวเองให้ได้ ถือเป็นคุณสมบัติหนึ่งของมืออาชีพ(ที่เขาเทรดจริง)ครับ เมื่อคุณรับสภาาพได้ คุณก็จะบอกตัวเองว่า โอเคครั้งนี้ฉันพลาดทรงแบบนี้ แต่ฉันบันทึกทรง,ที่มาที่ไป ของแกไว้หมดแล้ว คราวหน้าอย่าให้เจออีก ฉันได้กำไรจากทรงนี้แน่
แนวทางจัดการกับความรู้สึกกลัวตกรถ (FOMO)
ผมได้ยินเพื่อนๆนักเทรดพูดกันบ่อยๆว่า "วันนี้พลาดหุ้น x เห็นแล้วล่ะว่ามันน่าจะวิ่งแน่ แต่ไม่ได้เข้า
ถ้าฉันซื้อตามไปตอนนั้นนะ ป่านนี้กำไรไปเป็นหมื่นแล้ว"
มีโอกาสได้ดูคลิป ชื่อ June 6 2016 Swing Trading with Gil Morales ก็เห็นว่ามีเนื้อหาน่าเอามาแชร์มาก Gil Morales เป็นผู้เขียนหนังสือหลายเล่ม ที่ดัๆและท่านน่าจะได้อ่านเวอร์ชั่นภาษาไทยในอีกไม่นานก็คือชื่อ "Trade Like an O'Neil Disciple: How We Made Over 18,000% in the Stock Market" ที่เขียนร่วมกับ Dr.Chris Kacher อีกเล่มก็คือ In The Trading Cockpit with the O'Neil Disciples: Strategies that Made Us 18,000% in the Stock Market และนอกจากนี้ก็ได้เขียนร่วมกันกับอาจารย์อย่าง วิลเลี่ยม โอนีล ชื่อ How to Make Money Selling Stocks Short อีกด้วย ผมเองก็เคยแปลงานของแกแบบมั่วๆ หลายเรื่องด้วยกันนะ อาทิ - Voodoo - ทรงหุ้นซิ่ง ราคาย่อ วอลุ่มหาย - สรุปกฎ Pocket Pivot Buy Point 10 ข้อ สรุปก็คือ ผมเป็นแฟนคลับของแกนั่นเองครับ ง่ายๆเลย ที่ชอบเพราะเราต่างมีอาจารย์ร่วมกันก็คือ ปู่โอนีล, ทวดลิเวอร์มอร์ และทวด Wyckoff นั่นเอง (คือผมเอามาอ้างแบบเกาะกระแสน่ะ เขาไม่รู้เห็นอะไรด้วยหรอก) พอได้เห็นคลิปของแกเข้า แถมพูดถึงเรื่อง swing trade ด้วย จึงอดสนใจไม่ได้ครับ คลิปนี้นะ...
ทฤษฎี Gap หุ้น อยาบอกกับท่านผู้อ่านว่า Gap คือหนึ่งใน setup จุดเข้าซื้อหุ้นของผมครับ ผมมักจะได้กำไรหุ้นงามๆ จากการเปิด gap ที่เข้าสูตร breakaway gap อยู่หลายตัว ฉะนั้น ถ้าหุ้นที่ผมทำการบ้าน มันส่งสัญญาณซื้อ แบบเปิด gap ผมจะชอบมาก แต่ถึงกระนั้น มันก็ไม่ได้เป๊ะทุกตัวนะครับ มีล้มเหลวเกินครึ่ง เราต้องคอยคัดตัวที่ไม่ดีออก เหลือตัวเจ๋งๆ แรงๆ ให้มันวิ่งทำเงินให้เราไป ทฤษฎี gap หุ้น ทริกเด็ดๆ เรื่อง Gap จากคุณน้ำผึ้ง สัตตารัมย์ เป็นการ Live ครั้งแรกของเธอ ที่แสดงให้เห็นภาพคลื่นแบบต่างๆ อีเลียตเวฟจะศักดิ์สิทธิ์เมื่อเอามาใช้ร่วมกับวอลุ่ม ในคลิปนี้เธอจัดเต็มเรื่องของ gap ซึ่งถือว่าครบเครื่องเอามากๆ ทฤษฎี gap ที่เกี่ยวข้องกับเวฟ มีดังนี้ Common gap ในเวฟสอง(sideway)เป็นสัญญาณการเก็บหุ้นของเจ้ามือที่หวงของ เพราะเขาจะตบขึ้น/ลงเพื่อให้เม่าคายหุ้นคืน ยิ่งมีเยอะยิ่งน่าสนใจ gap ประเภทนี้มักจะมีการลงมาปิดในเวลาอีกไม่นาน เพราะราคายังอยู่ในกรอบ sideway เพื่อเก็บหุ้น โดยจะถูกกระชากขึ้นและตบลง เป็นรูปแบบเวฟ complex ประเภท double three Breakaway gap เป็นการกระโดดข้ามเวฟสอง...
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...