Mindset ของนักเทรดที่มีกลยุทธ์เทรด 1:100 Risk-Reward
สรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับเทรดดิ้งและอนาคตของการเทรด
Marios Stamatudis เน้นว่าอนาคตของการเทรดไม่ใช่แค่แอพลิเคชันหรือ AI แต่คือการผสมผสานระหว่าง AI กับการเทรดแบบ Discretionary (ตัดสินใจด้วยมนุษย์)
เทรดเดอร์หลายคนมักตามหากลยุทธ์ใหม่หรือ “Holy Grail” แต่ความจริงแล้ว กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือการเข้าใจตัวเองและระบบเทรดอย่างลึกซึ้ง
Marios มุ่งมั่นเป็นเทรดเดอร์ไฮบริดระดับโลกที่ใช้ AI ร่วมกับการเทรดแบบมนุษย์
เขาเน้นว่า ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับสไตล์การเทรดแบบเดียว แต่ควรผสมผสานแบบ MMA (Mixed Martial Arts) คือใช้หลายสไตล์ผสมกันตามความเหมาะสม
ประสบการณ์และเหตุผลที่ไม่ใช้ Day Trading เป็นหลัก
Marios เริ่มต้นด้วยการเป็น Day Trader มานานประมาณ 4 ปี แต่พบว่า Day Trading มีความกดดันทางอารมณ์สูงและความผันผวนของเงินทุนที่ทำให้ไม่สามารถทนได้ในระยะยาว
ทุกครั้งที่เกิด drawdown ใน Day Trading คือการขาดทุนของเงินทุนหลักทันที เนื่องจากปิดสถานะทุกวัน
ต่างจาก Swing Trading ที่เงินทุนส่วนหนึ่งยังคงอยู่ในพอร์ต ไม่ใช่เงินสดทั้งหมด ทำให้ drawdown ไม่กระทบทันที
Marios เห็นภาพการเติบโตของหุ้นในปี 2020 ที่สามารถทิ้งการเทรดประจำวันไปและถือหุ้นไปได้หลายเดือนเพื่อผลตอบแทนมหาศาล
ข้อสรุปสำคัญคือ: ให้เลือกสไตล์การเทรดที่สอดคล้องกับบุคลิกภาพและจุดแข็งของตัวเอง
สไตล์การเทรดแบบนี้ ผมใช้อยู่ครับ
เขียนในอีบุ๊ค
เคล็ดลึกเทรดหุ้นอเมริกา ด้วย Thematic Trading System
วิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง
จุดอ่อนของ Marios คือความไม่แม่นยำ, อีโก้สูง, และไม่สามารถตอบสนองเร็วกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้
จุดแข็ง คือความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาซับซ้อน, การเข้าใจข้อมูลจำนวนมาก, และการกรองเสียงรบกวน
ระบบเทรดของเขาเป็นแบบ Asymmetric (ความเสี่ยงน้อยแต่ผลตอบแทนสูง) ซึ่ง สามารถชดเชยข้อผิดพลาดหลายครั้งด้วยผลลัพธ์จากการเทรดที่สำเร็จเพียงไม่กี่ครั้ง
Marios ย้ำว่าไม่จำเป็นต้องเป็น Elite Day Trader แต่ต้องเป็น Elite Trader โดยที่ระบบเทรดช่วยเสริมจุดแข็งและลดผลกระทบจากจุดอ่อน
จุดเปลี่ยนและแรงผลักดันให้เปลี่ยนรูปแบบการเทรด
สาเหตุหลักคือ ไม่สามารถทนกับความผันผวนและแรงกดดันทางอารมณ์ของ Day Trading ได้ในระยะยาว
เห็นว่าตลาดปี 2020 ให้โอกาสในการสร้างผลตอบแทนโดยใช้เวลาน้อยลงและความเสี่ยงน้อยลงด้วย Swing Trading
Marios เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่การทิ้งสิ่งที่เรียนรู้ แต่เป็นการผสมผสานสิ่งที่ดีเข้ากับสไตล์ใหม่ที่เหมาะสมกับตัวเอง
มีการเปรียบเทียบกับการเป็นเชฟที่มีวัตถุดิบ 10 อย่าง แต่ความสามารถในการผสมผสานวัตถุดิบต่างหากที่จะสร้างผลงานที่แตกต่าง
การปรับตัวกับการเทรดแบบ Asymmetric และ Swing Trading
เขายังใช้เทคนิค Day Trading ในการบริหารความเสี่ยง เช่น การตั้ง Stop Loss ที่แคบและการเลื่อนจุดตัดขาดทุนไปที่ Break Even เพื่อให้เป็นการเทรดไร้ความเสี่ยง
เน้นการถือหุ้นในสัดส่วนที่เหมาะสม (ไม่กระจายพอร์ตเกินไปจนได้ผลตอบแทนต่ำ) เพื่อให้ Outlier Trade หนึ่งครั้งสามารถสร้างผลตอบแทนมหาศาลได้
Marios ทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง Stop Loss ที่แคบกับอัตราชนะ (Win Rate) พบว่า การลด Stop Loss ไม่ได้ทำให้อัตราชนะลดลงแบบเส้นตรง
ตัวอย่างเช่น ลดจาก 2 ATR เป็น 1 ATR อัตราชนะลดลงแค่เล็กน้อย แต่เพิ่มความคาดหวังของผลตอบแทน (Expectancy) เป็น 2 เท่า
การใช้ Stop Loss แคบและ Reward-to-Risk สูงจึงเป็น “คณิตศาสตร์ที่สร้างความได้เปรียบ” ซึ่งสถาบันใหญ่ไม่สามารถทำได้ง่าย
ขนาด Stop Loss (ATR) : Win Rate (%) : Expectancy (เทียบกับเดิม)
2.0 : 40 :1x
1.0 : ~30 : 2x
0.5 : ~23 : 4x
ความเป็นไปได้ของระบบที่มีทั้ง High Expectancy และ High Win Rate
Marios ยืนยันว่า ระบบที่มีทั้งอัตราชนะสูงและ Reward-to-Risk สูงในเวลาเดียวกันนั้นไม่มีจริง
ระบบต่างๆ จะต้องแลกเปลี่ยนระหว่างความถี่ของการชนะกับขนาดของผลตอบแทน
การยอมรับ “ความปกติใหม่” ของระบบ เช่น การยอมรับการเสียติดต่อกันจำนวนมากเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จในระยะยาว
อุปสรรคในการปรับตัวสู่ระบบใหม่
ปัญหาหลักคือการขาดความเชื่อมั่นในระบบที่สืบทอดมาจากคนอื่น เพราะไม่เข้าใจ “เหตุผลที่ระบบทำงาน”
Marios ใช้เวลาศึกษาและทดสอบระบบอย่างละเอียดเพื่อ ขจัดความสงสัยและสร้างความเชื่อมั่นในตัวระบบ
การมีความเชื่อมั่นในระบบช่วยป้องกันการ “style drift” หรือการเปลี่ยนแปลงระบบไปมาอย่างไม่เป็นระบบ
การเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่อยากเลิกและทำอย่างไรถึงไม่เลิก
Marios เคยเกือบเลิกเทรดเพราะความกดดันและ drawdown ที่สูงในปี 2020
สิ่งที่ทำให้เขายังสู้ต่อคือ ความรักในเกมและความเข้าใจว่าต้องใช้เวลาและความพยายามในการสร้างระบบที่เหมาะสมกับตัวเอง
การมีคู่ชีวิตที่เข้าใจและสนับสนุนช่วยให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากได้
คำแนะนำสำคัญคือ อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง และฟังเสียงตัวเองเพื่อหาสไตล์ที่เหมาะสม
บทบาทของคู่ชีวิตหรือคนใกล้ชิดในอาชีพเทรด
การมีคนที่เข้าใจและสนับสนุนช่วยลดความเครียดและความเหงาในอาชีพที่โดดเดี่ยวนี้ได้มาก
อารมณ์ในอาชีพเทรดถูกขยายและแปรผันสูง คนใกล้ชิดที่เข้าใจขอบเขตและเวลาที่สมควรให้กำลังใจเป็นสิ่งจำเป็น
การเริ่มต้นกับการเทรดและความตั้งใจ
Marios เริ่มต้นเทรดตอนอายุ 18 ปี โดยเริ่มจาก Day Trading เพราะเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่ายและดูน่าสนใจในวัยหนุ่ม
ในช่วง 2 ปีแรกเน้นการศึกษามากกว่าเทรดจริงจัง
ความหลงใหลในเทรดเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปี 2021 ที่เขารู้สึกได้ว่าระบบที่เขาใช้นั้นเหมาะสมกับตัวเอง
ความสำคัญของการศึกษา (Studying)
Marios ใช้เวลาศึกษามากกว่าเทรดจริงถึง 4-5 เท่า
การศึกษาช่วยในการคัดกรองหุ้น ลด universe ของหุ้นที่ติดตามจากหลายร้อยเหลือไม่กี่สิบตัวที่มีโอกาสกลายเป็น Outlier
วิธีการศึกษาคือศึกษาหุ้นในอดีตที่ประสบความสำเร็จและวิเคราะห์หา “DNA” หรือองค์ประกอบร่วมของหุ้นกลุ่มนั้น
นำข้อมูลทั้งด้านเทคนิค, พฤติกรรม และปัจจัยพื้นฐานมาสร้างกรอง (filters) เพื่อคัดเลือกหุ้นที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูง
นิยามและความถี่ของ Outlier Trade
Outlier Trade คือ เทรดที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า 20-30 เท่าของความเสี่ยง (Reward-to-Risk)
โดยเฉลี่ย Marios ทำการเทรดประมาณ 400-500 ครั้งต่อปี โดยมี Outlier ประมาณ 10-15 ครั้ง
Outlier เหล่านี้คิดเป็น 70-80% ของกำไรทั้งหมดในปีนั้น
เขายังคงเน้นการศึกษาต่อเพื่อเพิ่มโอกาสการเกิด Outlier
การบริหารความเสี่ยงแบบ Fixed Risk vs Dynamic Risk
Mario ใช้ Fixed Risk โดยกำหนดความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้งไม่เกิน 0.2-0.3% ของพอร์ต
Dynamic Risk เหมาะกับการเทรดระยะสั้นเพราะราคาครอบงำมากกว่า แต่ Swing Trading มีปัจจัยอื่นมากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงใช้ Dynamic Risk ยาก
Fixed Risk ช่วยให้ผลตอบแทนราบรื่นและควบคุม drawdown ได้ดี
การเลือกใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับสไตล์และระยะเวลาการเทรด
การทำให้ระบบเป็นของตัวเองและความสำคัญของการทดสอบย้อนหลัง (Backtesting)
Marios แนะนำให้เริ่มจากการเลียนแบบระบบของคนอื่นก่อน จากนั้นปรับแต่งและทดสอบจนเข้าใจระบบอย่างลึกซึ้ง
การตอบคำถามและขจัดความสงสัยในทุกส่วนของระบบเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันการเปลี่ยนระบบบ่อยๆ
ระบบที่ดีต้องประกอบด้วย: แนวคิดตลาด, โครงสร้างตลาด, กลยุทธ์การเข้าและออก, วิธีการเพิ่มตำแหน่ง และการเตรียมพร้อมก่อนเทรด
เข้าใจ “normalities” หรือความปกติของระบบ เช่น ช่วงเวลา drawdown หรือ losing streak เพื่อไม่ให้ตกใจเมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านั้น
ปัญหาของการ Copy & Paste ระบบโดยไม่ศึกษา
หลายคนมักเชื่อคำพูดเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จโดยไม่ทดสอบหรือทำความเข้าใจระบบจริง
Marios เคยผ่านจุดนี้และย้ำว่าการเทรดต้องมีความหลงใหลและความมุ่งมั่น ไม่ใช่แค่ต้องการกำไรเร็ว
การเทรดเป็นงานที่ยากและต้องผ่านความล้มเหลวมากมายก่อนจะประสบความสำเร็จ
คนที่ไม่ผ่านช่วง 3-5 ปีแรกมักจะเลิกกลางทาง
การปรับตัวกับสภาวะตลาดและธีมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลง
ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงและมีธีมใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอด เช่น ปี 2020 มีธีม AI, Data Centers, Quantum Computing, Space Economy
Marios เน้นการปรับน้ำหนักองค์ประกอบของหุ้นในพอร์ตตามธีมและปัจจัยใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาส Outliers
หลักการพื้นฐานของตลาด เช่น การเกิด Breakouts, การวิ่งขึ้นแบบ Parabolic, การทำ Climax Tops ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
การใช้ AI และเทคโนโลยีช่วยในการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การนำ AI มาใช้ในการเทรด
AI ช่วยในด้านการวิเคราะห์พฤติกรรมและ Sentiment ของตลาด เช่น การทำความเข้าใจข่าวสาร, ธีม, และเรื่องราวที่ทำให้หุ้นขยับแรง
AI ยังมีข้อจำกัดในเรื่องการคำนวณทางคณิตศาสตร์และการวิเคราะห์ Price Action
Marios ใช้ Prompt ที่ละเอียดและออกแบบมาอย่างดีเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างข้อมูลผิดพลาด (Hallucinations) ใน AI
เขาเชื่อว่าการผสมผสานการตัดสินใจของมนุษย์กับ AI คือ “New Meta” ของการเทรดในอนาคต
วิธีการระบุธีม (Themes) ในตลาด
ธีมคือกลุ่มหุ้นที่มีลักษณะการทำงานหรือโครงสร้างธุรกิจที่คล้ายกันและถูกตลาดให้ความสนใจในช่วงเวลาหนึ่ง
การจัดกลุ่มธีมทำโดยการวิเคราะห์คำสำคัญ (Keywords) ของบริษัทและจัดกลุ่มตามความสัมพันธ์ของคำเหล่านั้น
ตัวอย่างธีมที่ Marios ใช้ ได้แก่ Quantum Computing, AI Data Centers, Space Economy
ธีมที่ดีต้องเป็นสิ่งที่มีนวัตกรรม, มีผลกระทบใหญ่ต่อโลก, และได้รับการขับเคลื่อนด้วยแรงภายนอก เช่น เทคโนโลยีใหม่ หรือการสนับสนุนจากรัฐบาล
ความยากง่ายของการเทรด
สิ่งที่ยากที่สุดคือ การเข้าใจระบบเทรดของตัวเองอย่างลึกซึ้ง
สิ่งที่ง่ายที่สุดคือ การค้นหา Edge ในตลาด เช่น การใช้ Stop Loss แคบเพื่อเพิ่มความได้เปรียบ
Marios เน้นว่าความยากคือการรักษา Edge นั้นในระยะยาวและการมีวินัยไม่ให้เปลี่ยนระบบเมื่อตลาดเปลี่ยนแปลง
การจัดการกับความรู้สึกเมื่อพลาดโอกาสเทรดที่สำคัญ
หากพลาด Outlier Trade ที่ควรจะเข้าเพราะความไม่ระวัง จะทำให้เสียใจและอารมณ์เสีย
แต่ถ้าตลาดมีหลายโอกาสและพอร์ตมีความหลากหลาย การพลาดโอกาสไม่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่
Marios แนะนำให้มองว่า Outlier จะเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งในปีและส่วนที่เหลือคือความเชื่อมั่นในระบบและการรอโอกาสใหม่
ข้อสงสัยทั่วไป: ถ้ามีแค่ 10-15 เทรดที่ทำกำไรหลัก ทำไมไม่เทรดแค่เท่านั้น?
ไม่มีใครสามารถทำนายตลาดได้อย่างแม่นยำล่วงหน้าว่าเทรดไหนจะเป็น Outlier
จึงต้องเน้นการเพิ่มโอกาสการเกิด Outlier ในพอร์ตโดยรวม ไม่ใช่เลือกเทรดแค่บางตัวเท่านั้น
การตัดสินใจด้วยดุลพินิจ (Discretion) กับระบบอัตโนมัติ
ส่วนใหญ่เทคนิคการเข้าออกและการตั้งค่า Stop Loss สามารถทำให้เป็นระบบอัตโนมัติได้
แต่การวิเคราะห์ธีม, การประเมินคุณภาพข่าว, และการตีความตลาดยังต้องใช้ดุลพินิจมนุษย์อย่างมาก
Marios เชื่อว่าเทรดเดอร์ที่ดีที่สุดในอนาคตจะเป็นคนที่ผสมผสานความสามารถของมนุษย์กับ AI อย่างลงตัว
แหล่งการเรียนรู้และคำแนะนำสำหรับเทรดเดอร์
หนังสือแนะนำ เช่น หนังสือของ William O’Neil, Mark Minervini ที่ให้กรอบความคิดและระบบเทรดที่ดี
สตรีมของเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ เช่น Christian Kulamaggie ที่แชร์กระบวนการเทรดและมุมมองตลาด
Marios แนะนำให้สร้างแหล่งความรู้ด้วยตัวเอง โดยศึกษาหุ้นในอดีตและทำ Backtesting
คอนเทนต์ฟรีและพอดแคสต์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีในยุคนี้ เพียงแต่ต้องระวังข้อมูลล้นหลามและต้องมั่นใจในตัวเอง
ข้อคิดส่งท้ายและนิยามความสำเร็จของ Marios
ความสำเร็จอันดับแรกคือ ความเป็นอิสรภาพทางการเงิน
หลังจากนั้นความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับเป้าหมายส่วนบุคคล เช่น การสร้างผลกระทบต่อสังคม หรือความสุขในชีวิตส่วนตัว
ปัจจุบัน Marios ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับคนที่รัก มากกว่าการไล่ล่าผลตอบแทนสูงสุดอย่างเดียว
เขาย้ำว่า ความสำเร็จเปลี่ยนไปตามเวลาและเป้าหมายชีวิตของแต่ละคน
สรุปภาพรวม:
Marios Stamatudis ให้ความสำคัญกับการค้นหาสไตล์การเทรดที่เหมาะสมกับบุคลิกภาพตัวเอง โดยใช้ระบบที่เน้นความได้เปรียบทางคณิตศาสตร์ เช่น การใช้ Stop Loss แคบและการเทรดแบบ Asymmetric เพื่อให้ Outlier Trade หนึ่งครั้งสามารถชดเชยความผิดพลาดได้มากมาย เขายังเน้นการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อคัดเลือกหุ้นที่มีโอกาสเป็น Outlier และใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ธีมและพฤติกรรมตลาด แต่ยังคงใช้ดุลพินิจมนุษย์ควบคู่ไปด้วย ความเชื่อมั่นในระบบและการเข้าใจความปกติของระบบช่วยให้เทรดเดอร์สามารถฝ่าฟันความเครียดและความไม่แน่นอนได้ นอกจากนี้ การมีคนใกล้ชิดที่เข้าใจและสนับสนุนเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางอารมณ์ในอาชีพเทรดเป็นระยะยาว
ข้อคิดสำคัญ:
1️⃣เลือกสไตล์เทรดที่สอดคล้องกับตัวเอง
2️⃣ใช้ระบบที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งและมีความน่าเชื่อถือ
3️⃣ยอมรับความปกติของระบบ เช่น การเสียติดต่อกันหลายครั้ง
4️⃣ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแต่ไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์
5️⃣มีความรักและความหลงใหลในเกมเทรด
6️⃣การมีคู่ชีวิตหรือคนใกล้ชิดที่สนับสนุนช่วยให้ผ่านช่วงเว
ลาที่ยากลำบากได้
บทสัมภาษณ์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจแนวคิดการเทรดระยะยาวแบบมีระบบและมีความมั่นคงทางอารมณ์ รวมถึงการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการเทรดแบบสมัยใหม่


