แนะนำหนังสือ Stoic Kickoff ฮาวทูดูบอลไม่ให้หัวร้อนแม้ทีมรักจะเล่นโคตรกาก

Image
STOIC KICK-OFF ฮาวทูดูบอลไม่ให้หัวร้อน แม้ทีมรักจะเล่นโคตรกาก สิ้นสุดกันทีกับการดูบอลแล้วหัวร้อน เลิกสติแตกกับฟอร์มการเล่น อันน่าละเหี่ยใจของทีมที่คุณเชียร์ เพราะเมื่อนำ "หลักสโตอิก" มาใช้กับการดูบอล ทุกอย่างก็จะอยู่ในการควบคุมของคุณทันที! Stoic Kickoff  — สโตอิกสำหรับแฟนบอล ⚽ ไม่ใช่การเล่าเรื่องบอล แต่เป็นการนำปรัชญาสโตอิก มาประยุกต์ใช้กับการเป็นแฟนบอลและกับชีวิต สำหรับผู้ที่ต้องการความเข้มแข็งภายใน แม้ในยามที่ผลการแข่งขันไม่เป็นใจ Stoic Kickoff มีวางจำหน่ายแล้วครับ ▪️สั่งซื้อพร้อมรับส่วนลดได้ที่ 🛒 Welearnbook : https://m.me/288870284534992 📱Meb : https://shorturl.asia/EatKO 🎉🎊🎁 หนังสือ Stoic Kickoff  มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านหนังสือ อยู่ในโซน พัฒนาตนเอง นะครับ เมื่อเราเอาความสุข ไปผูกไว้กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นความคิดเห็น หรือความสำเร็จของคนอื่น แทนที่จะจดจ่อกับตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เราควบคุมได้เต็มร้อย นั่นเท่ากับเรากำลังหาความทุกข์ใส่ตัว #StoicKickoff #สโตอิก #ฟุตบอล #stoic 15 วินาที คือเวลาเฉลี่ย ที่คนเราจะหัวเราะเยาะ หรือล้อเลียนความผิดพลาดของคนอื่น 8...

ความสำเร็จในการเทรดระยะยาว ไม่ได้มาจากการหา entry ที่ดี (pattern, indicator, news) แต่มาจาก Position Sizing

 


สรุปประเด็นหลักจากโพสต์ของ @IManghaila

 (เกี่ยวกับ Position Sizing Philosophy ของ Mark Minervini ที่แยกนักเทรดมือสมัครเล่นจากตำนานตลาดหุ้น):โพสต์เน้นว่า ความสำเร็จระยะยาวไม่มาจากการหา entry ที่ดี (pattern, indicator, news) แต่มาจาก การควบคุมขนาดตำแหน่ง (Position Sizing) ซึ่งเป็นตัวกำหนดการอยู่รอดและการเติบโตของพอร์ต

9 ประเด็นสำคัญ (สรุปสั้น ๆ):

1) อย่าเทรดเพื่อ “หาเงิน” แต่เทรดเพื่อ “อยู่รอด”  

Risk สูงสุดแค่ 1.25–2.5% ต่อเทรด  

Stop loss แน่น (ขาดทุนเฉลี่ย 5–6%)

→ อยู่รอดก่อน เงินถึงจะทบต้นได้


2) ขนาดตำแหน่งไม่เท่ากัน (Hierarchical)  

มือใหม่: ทุกหุ้นขนาดเท่ากัน  

มือโปร: แบ่งตามระดับความมั่นใจ (Small → Medium → Large)  

สูงสุด 20–25% ในหุ้นตัวเด่น, ไม่เกิน 50% ในตัวใดตัวหนึ่ง

→ พอร์ตจะ “ไหล” ไปหาหุ้นแข็งแรงอัตโนมัติ


3) Pilot Buy (ซื้อนำร่อง)  

เริ่มเล็ก ๆ → รอราคายืนยัน → ค่อยเพิ่มขนาด  

ความไม่แน่นอนสูงสุดตอนเข้า → Exposure ต่ำสุดตอนเข้า

→ ไม่เดา แต่ “หาสิทธิ์” ในการเพิ่มขนาด


4) ให้ผู้ชนะจ่ายค่าผู้ชนะตัวต่อไป  

อย่าเพิ่มความเสี่ยงจากเงินต้น  

เพิ่มขนาดจากกำไรที่ได้มา

→ บัญชีเล็กกลายเป็นบัญชีใหญ่โดยไม่ระเบิด


5) Progressive Exposure (ปรับขนาดตามสถานการณ์)  

กำไรต่อเนื่อง → เพิ่มขนาด  

ขาดทุน/ตลาดแย่ → ลดขนาด

→ ระบบป้องกัน drawdown ใหญ่


6) คำนวณขนาดตำแหน่งย้อนกลับ (Backing Into Risk)  

ดู Entry + Stop + Volatility → คำนวณขนาดให้ขาดทุนคงที่

→ ไม่เดา แต่ “มาตรฐานความเสี่ยง” ทุกเทรด


7) Concentration คืออาวุธ (ไม่ใช่ความเสี่ยง)  
Diversify มากเกินไป = เจือจางผลกำไร  
Focus ในหุ้นผู้นำตลาด + ตัดหุ้นอ่อนเร็ว
→ ความมั่งคั่งมาจากผู้ชนะไม่กี่ตัว

8) พอร์ตเป็นระบบนิเวศที่ “มีชีวิต”  หุ้นชนะ = อาหาร → ให้อาหารมากขึ้น  
หุ้นอ่อน = วัชพืช → ถอนทิ้ง  
หมุนเงินไปหาแรงที่แข็งแกร่งที่สุด

9) โครงสร้างกำจัดอารมณ์  กฎชัดเจน (Risk, Size, Scaling)  
ไม่ต้องพึ่งวินัยที่แตกง่าย → ระบบทำให้ตัดสินใจอัตโนมัติ

บทสรุปของโพสต์:
“อยากเทรดปั้นพอร์ตโต ต้องเสี่ยงน้อย / เพื่อชนะใหญ่ ต้องขาดทุนน้อย / เพื่อสเกลเร็ว ต้องสเกลช้า”
Position Sizing ไม่ใช่แค่เทคนิค แต่เป็น ระบบการอยู่รอดทั้งหมด(มีรีพลายสั้น ๆ ว่า “Sizing > entries. Stay small, survive, then scale winners.” ซึ่งตรงกับแก่นทุกประการ)




7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

วิธีทำลายพอร์ต : เปลี่ยนแนวทางจาก Trader เป็น Invester (วีไอจำเป็น)

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

ขั้นตอนการทำราคาของ Market Maker

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo