ประวัติศาสตร์ราคาทองแดง: จังหวะอุตสาหกรรมจากปี 1850 ถึง 2025
ประวัติศาสตร์ราคาทองแดง: จังหวะอุตสาหกรรมจากปี 1850 ถึง 2025 (สรุปจาก https://x.com/i/status/2015082501333754140 )
ทองแดงเป็นโลหะที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมและสุขภาพเศรษฐกิจโลก ประวัติศาสตร์ราคาทองแดงเล่าเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดจากเหตุการณ์สำคัญระดับโลก การพัฒนาเทคโนโลยี และการปรับสมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่การเปลี่ยนผ่านพลังงานกำลังกลายเป็นธีมหลักที่ขับเคลื่อนราคา
จากอินโฟกราฟิกที่แสดงราคาเฉลี่ยรายปีของทองแดง (ในหน่วยดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์) ตั้งแต่ปี 1850 ถึง 2025 เราสามารถเห็นรูปแบบที่ชัดเจนของการพุ่งขึ้นและตกต่ำที่สะท้อนถึงยุคสมัยต่างๆ ดังนี้
การปฏิวัติอุตสาหกรรมและการเพิ่มขึ้นของไฟฟ้า (1850-1900)
ในช่วงเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทองแดงถูกใช้อย่างกว้างขวางในเครื่องจักรและระบบไฟฟ้าที่กำลังเกิดใหม่ ราคาทองแดงค่อยๆ เพิ่มขึ้นจากระดับต่ำกว่า 0.50 ดอลลาร์ต่อปอนด์ในปี 1850 ไปสู่จุดสูงสุดราว 1.00 ดอลลาร์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 อย่างไรก็ตาม ในปี 1889 เกิดเหตุการณ์ "The Secretan Syndicate" ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มผูกขาดทองแดงที่ทำให้ราคาพุ่งขึ้นสองเท่า แต่สุดท้ายนำไปสู่การล่มสลายทางการเงินในปี 1889 ส่งผลให้ราคาร่วงลงอย่างหนัก
สงครามโลกและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ (1910-1945)
ช่วงนี้เป็นยุคแห่งความผันผวนสูงสุด ราคาทองแดงพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 (1916-1918) จากความต้องการทางทหารที่สูง เช่น การผลิตกระสุนปืนใหญ่และอุปกรณ์รบ โดยราคาเพิ่มขึ้นสามเท่าจากอุปทานที่มีจำกัด หลังจากนั้น ในปี 1930 เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ทำให้ราคาร่วงลงเหลือต่ำกว่า 0.10 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ตามด้วยสงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) ซึ่งตลาดทองแดงถูกปิดชั่วคราว แต่ราคายังคงผันผวนจากอุปสงค์ทางทหารที่สูง
การฟื้นตัวหลังสงคราม (1945-1990)
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกเข้าสู่ยุคฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ราคาทองแดงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลก การไฟฟ้า และการพัฒนาอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม มีแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อสูงในปี 1970s จากวิกฤตน้ำมันและการประท้วงของคนงานเหมือง ซึ่งทำให้อุปทานหยุดชะงักและราคาพุ่งขึ้นชั่วคราว
การเติบโตของจีนจุดประกาย (2000s)
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 จีนกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เมื่อจีนเข้าร่วมองค์การการค้าโลก (WTO) ในปี 2001 เศรษฐกิจจีนขยายตัวอย่างรวดเร็ว นำไปสู่ความต้องการทองแดงมหาศาลสำหรับการก่อสร้างและอุตสาหกรรม ราคาพุ่งขึ้นจากต่ำกว่า 1.00 ดอลลาร์ไปสู่ระดับสูงกว่า 4.00 ดอลลาร์ในช่วงปี 2000-2010 ตามด้วยวิกฤตน้ำมันและเงินเฟ้อที่ยิ่งทำให้ราคาสูงขึ้น
ปี 2020 เป็นต้นไป: การเปลี่ยนผ่านพลังงานและความต้องการใหม่
ปัจจุบัน เรากำลังอยู่ในช่วง " supercycle" ใหม่ที่ขับเคลื่อนโดยการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการไฟฟ้า ทองแดงเป็นส่วนประกอบสำคัญในยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งใช้ทองแดงมากกว่ารถยนต์น้ำมันถึง 4 เท่า โรงไฟฟ้าพลังงานลม offshore ต้องการทองแดงหลายพันตันสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลง และสายเคเบิล นอกจากนี้ ดาต้าเซ็นเตอร์ที่รองรับ AI กำลังบริโภคทองแดงในอัตราที่สูงเกินคาด
สถานการณ์ปัจจุบัน (ข้อมูลปี 2026):
- J.P. Morgan คาดการณ์การขาดดุลทองแดงบริสุทธิ์ทั่วโลกประมาณ 330,000 เมตริกตัน
- Citi ประมาณการการผลิตทองแดงบริสุทธิ์ที่ 26.9 ล้านตันในปีนี้ ชี้ให้เห็นถึงการขาดดุล 308,000 ตัน
- ความต้องการจากดาต้าเซ็นเตอร์อาจสูงถึง 475,000 เมตริกตัน
- การหยุดชะงักที่เหมือง Grasberg ในอินโดนีเซียและการดำเนินงานในชิลีทำให้อุปทานตึงตัวมากขึ้น
ปัญหาหลักคือระยะเวลาในการพัฒนาเหมืองใหม่ โดยเฉลี่ยใช้เวลา 16 ปีตั้งแต่ค้นพบแหล่งแร่จนถึงเริ่มผลิต ซึ่งหมายความว่าแหล่งแร่ที่พบในวันนี้จะไม่ผลิตได้จนถึงปี 2044 ในขณะที่ความต้องการกำลังเร่งตัวขึ้น ช่องว่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
โอกาสการลงทุน
ภาคทองแดงมีผลงานดีในปี 2025 โดยหุ้นผู้ผลิตหลายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อตลาดเริ่มคำนวณการขาดแคลนอุปทาน แต่ยังมีศักยภาพในการเติบโตเมื่อการขาดแคลนจริงเกิดขึ้น นักลงทุนกำลังจับตาหุ้นเช่น SCCO (ที่มีเจ้าของถือหุ้นสูงถึง 89.7% และกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้ดี) NAK (ซึ่งมีความเสี่ยงสูงแต่ศักยภาพมหาศาลหากได้รับใบอนุญาต) FCX ERO และ COPX อย่างไรก็ตาม การลงทุนในทองแดงควรทำการวิจัยอย่างละเอียด (DYOR) และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน
ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าราคาทองแดงพุ่งขึ้นในช่วงการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ และตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงนั้น การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังสร้างความต้องการที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งอาจนำไปสู่การพุ่งขึ้นของราคาในอนาคตอันใกล้
https://x.com/i/status/2014843232342131169
โพสต์นี้จากผู้ใช้ @jackprandelli บน X (Twitter) พูดถึงโอกาสที่ทองแดง (copper) จะกลายเป็นโลหะมีค่าอย่างเงินหรือทองคำหรือไม่ คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ใช่ในแบบเดียวกัน แต่ก็อาจสร้างความประหลาดใจได้
ทองแดงไม่ใช่โลหะทางการเงิน (monetary metal) ที่ซื้อขายบนพื้นฐานความกลัวหรือการป้องกันความเสี่ยงเท่านั้น
แต่กำลังกลายเป็นโลหะขาดแคลนเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากความต้องการสูงจาก:
✅การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น (electrification)
✅ระบบกริดไฟฟ้า
✅ศูนย์ข้อมูล (data centers)
✅รถยนต์ไฟฟ้า (EVs)
ด้านการเปิดเหมือง: ช้า ต้องลงทุนสูง มีปัญหาการเมือง การเปิดเหมืองใหม่ใช้เวลา 10-15 ปี
การขาดแคลนจะเริ่มชัดเจนหลังปี 2027 ไม่ใช่ตอนนี้
ต่างจากทองคำที่ตอบสนองต่อความเชื่อมั่น หรือเงินที่ตอบสนองต่อความเครียด ทองแดงตอบสนองต่อความเป็นจริงทางกายภาพ เมื่อไม่ทัน ราคาจะพุ่งขึ้นโดยไม่ต้องมีเรื่องเล่า
คำถาม: ทองแดงจะซื้อขายเหมือนโลหะทั่วไป หรือเหมือนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ?
พร้อมกราฟแสดงการขาดแคลนทองแดงที่คาดการณ์ว่าจะเริ่มตั้งแต่ปี 2027 โดยลดลงไปถึง -12 ล้านตันในปี 2040 (จากข้อมูลประมาณการ)

