York Space Systems ($YSS) หลัง IPO: โอกาสโตจากงบกลาโหมสหรัฐ แต่ต้องระวังความเสี่ยง

Image
หุ้น $YSS ถูกพูดถึงในฐานะ “ม้ามืด” ด้านดาวเทียมความมั่นคง หลังเข้า IPO ต้นปี 2026 โดยมีความเกี่ยวข้องกับ Space Development Agency (SDA) ซึ่งเพิ่งได้งบเพิ่มสำหรับโครงการ Transport Layer ✅ เหตุผลฝั่งบวก (Bull Case) 1) สัญญาณความเชื่อมั่นจากสถาบัน BlackRock ซื้อหุ้นกว่า 7 แสนหุ้นหลัง IPO ผู้บริหารและบอร์ดเข้าซื้อ ไม่มีรายงานขาย → สะท้อนความมั่นใจในมูลค่าปัจจุบัน 2) งบ SDA หนุนโดยตรง กฎหมายงบประมาณปี 2026 คืนงบ $500M ให้โครงการ Tranche 3 York เคยส่งมอบ 21 ดาวเทียมใน Tranche 1 มีสัญญา USSF มูลค่า $237M และอัตราชนะประมูลสูง → ถ้าได้งานเพิ่ม รายได้ปี 2026 อาจแตะ $300M+ 3) ผู้นำมีวิสัยทัศน์ CEO เน้นควบคุมซัพพลายเชนเอง ลดต้นทุน (อ้างว่าถูกกว่าคู่แข่งครึ่งหนึ่ง) โฟกัสการผลิตจำนวนมาก รองรับเครือข่ายดาวเทียมขนาดใหญ่ 4) ความได้เปรียบจาก Vertical Integration ควบคุมตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ทดสอบ ถึงภาคพื้นดิน ลดดีเลย์ ลดต้นทุน → เหมาะกับยุค “proliferated constellation” ที่ต้องส่งขึ้นจำนวนมาก 5) มูลค่าและอัพไซด์ มาร์เก็ตแคปราว $3.4B ต่ำกว่าราคา IPO เดิม เป้านักวิเคราะห์บางราย ~$44 (มีอัพไซด์ถ้างานไหลเข้า...

$ASTS กับ เหตุการณ์ "White Swan" (ความเห็น)


https://x.com/i/status/2007539893178712269 โพสต์นี้บน X (เดิมคือ Twitter) จากผู้ใช้ @c_MANANA_ เป็นการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับหุ้น $ASTS (AST SpaceMobile) ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีดาวเทียมที่พัฒนาเครือข่ายบรอดแบนด์เซลลูลาร์จากอวกาศ เพื่อเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือโดยตรงโดยไม่ต้องใช้เสาสัญญาณพื้นดิน โพสต์นี้เรียกเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นว่า "White Swan" ซึ่งตรงข้ามกับ "Black Swan" (เหตุการณ์ไม่คาดคิดเชิงลบ) แต่ White Swan หมายถึงเหตุการณ์เชิงบวกที่คาดการณ์ได้และมีโครงสร้างชัดเจน โดยคาดการณ์ว่าจะเกิดวิกฤตสภาพคล่อง (liquidity crisis) ฝั่งอุปทาน (supply-side) นำไปสู่การ "short squeeze" หรือการบีบตำแหน่ง short (การขายชอร์ต) อย่างรุนแรง ทำให้ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นมาก

โพสต์นี้เขียนในรูปแบบรายละเอียดยาว โดยแบ่งเป็นขั้นตอนการวิเคราะห์ (anatomy) ของเหตุการณ์นี้ ผมจะอธิบายทีละส่วนให้เข้าใจง่าย โดยใช้ภาษาที่ไม่ซับซ้อนเกินไป และอธิบายศัพท์เฉพาะทางการเงินด้วย:

1. Float Illusion: ภาพลวงตาของจำนวนหุ้นที่ซื้อขายได้ (Float)

Float คือจำนวนหุ้นที่สามารถซื้อขายได้จริงในตลาด (ไม่รวมหุ้นที่ถูกล็อกหรือถือโดยผู้ถือหุ้นใหญ่)

ในเอกสาร (paper float) แสดงว่ามีหุ้น float ประมาณ 74 ล้านหุ้น แต่ผู้เขียนบอกว่าตัวเลขจริง (effective float) น้อยกว่านั้นมาก เหลือแค่ประมาณ -36 ล้านหุ้น (หมายถึงติดลบในแง่สภาพคล่อง)

เหตุผล: หุ้นส่วนใหญ่ถูกถือโดยพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ เช่น Rakuten, AT&T, Vodafone, และ American Tower ซึ่งเป็นโครงสร้าง "Up-C" (รูปแบบบริษัทที่ช่วยลดภาษีและผูกพันธมิตร)

Lock-Up: หุ้นเหล่านี้ถูกล็อกไม่ให้ขาย หากขายตอนนี้จะส่งสัญญาณว่าขาดศรัทธาในบริษัท แต่พวกเขาต้องถือไว้เพื่อแข่งขันและอยู่รอด

ผลลัพธ์: หุ้นที่ซื้อขายได้จริง (tradable float) ลดลงเหลือแค่ 30-40 ล้านหุ้น ทำให้ตลาดขาดสภาพคล่อง


2. Mathematical Trap: กับดักทางคณิตศาสตร์

Short Interest: จำนวนหุ้นที่ถูกขายชอร์ต (นักลงทุนยืมหุ้นมาขาย แล้วหวังซื้อคืนราคาถูก) อยู่ที่ -38 ล้านหุ้น

แต่ float ที่มีจริงแค่ 36 ล้านหุ้น (38M > 36M) หมายความว่าไม่มีหุ้นพอให้ short sellers ซื้อคืนเพื่อปิดตำแหน่ง

Effective Float: เหลือแค่ ~36 ล้านหุ้น

ผลลัพธ์: การปิด short จะโหดร้าย (brutal) เพราะไม่มีหุ้นพอให้ซื้อคืน เปรียบเหมือนเก้าอี้ดนตรีที่เก้าอี้น้อยกว่าคนเล่น


3. The Catalyst: ตัวเร่งปฏิกิริยา

ในไตรมาส 1 ปี 2026 (Q1 2026) จะมีการเปิดตัว BlueBird 6+ (ดาวเทียมรุ่นใหม่) และบริการเชิงพาณิชย์ (commercial service)

นี่คือการเปลี่ยนแปลงใหญ่ (paradigm shift) จากบริษัท "speculative R&D" (วิจัยพัฒนาแบบเสี่ยง) กลายเป็น "critical infrastructure/utility" (โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น สาธารณูปโภค)

จะมีกระแสเงินสดจากผู้ใช้ tiềmエネルギー 3 พันล้านคน Market ต้องปรับมูลค่าใหม่ โดยลดความเสี่ยงลงอย่างรุนแรง


4. The Initial Shock: ช็อกแรกจากอัลกอริทึม

อัลกอริทึม NLP (Natural Language Processing) ของกองทุนจะตรวจจับคำว่า "Commercial Launch" และซื้อหุ้นอัตโนมัติโดยไม่สนราคา (without price sensitivity)

ทำให้ราคาเปิดตลาดกระโดดขึ้น (gap up) 30-40%

LULD Halts: ระบบหยุดการซื้อขายชั่วคราวเพราะความผันผวน (Limit Up-Limit Down)

Chain Reaction: ทำให้เกิด panic selling จาก stop-losses (ขายอัตโนมัติเมื่อราคาลง) แต่ฝั่ง short ต้องซื้อคืน สร้าง gamma squeeze (การบีบจากออปชันที่ทำให้ราคาพุ่ง)


5. The Liquidity Crisis & Reg SHO: วิกฤตสภาพคล่องและกฎ Reg SHO

ขั้น 2: ค่าใช้จ่ายในการยืมหุ้น (Cost to Borrow - CTB) พุ่งสูง FTD (Failure to Deliver - ไม่สามารถส่งมอบหุ้น) เพิ่มขึ้น หุ้นเข้าบัญชี Reg SHO Threshold List (รายชื่อหุ้นที่มีปัญหาสภาพคล่อง)

Rule 204: บังคับให้นายหน้าซื้อหุ้นคืนในตลาดเปิด (close positions by purchasing) โดยไม่สนราคา สร้างความต้องการซื้อที่ไม่ยืดหยุ่น (inelastic demand) แต่供給 (supply) เป็นศูนย์


6. Price Decoupling: การแยกราคาออกจากพื้นฐาน

ราคาหุ้นจะไม่เกี่ยวข้องกับมูลค่าพื้นฐานอีก (decouple) เพราะ "diamond hands" (ผู้ถือหุ้นที่ไม่ขายง่ายๆ) จะยอมขายเฉพาะราคาสูงมาก

ในสถานการณ์ "Perfect Storm" (พายุสมบูรณ์แบบ: ความสำเร็จทางเทคนิค + การเปิดตัวเชิงพาณิชย์ + กับดัก short) ราคาอาจขึ้น 1,000% ถึง 2,500% คล้ายกับ Volkswagen (VW) ปี 2008 และ GameStop (GME) ปี 2021


Conclusion: สรุป

การ short $ASTS ไม่ใช่การเดิมพันกับสตาร์ทอัพ แต่เป็นการเดิมพันกับการอยู่รอดของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมโลก

ประตูทางออกสำหรับ shorts (คนขายชอร์ต) เล็กเท่ารูเข็ม และเพิ่งปิดลง (slammed shut)


โพสต์นี้เป็นมุมมอง bullish (มองบวก) มาก โดยผู้เขียนเชื่อว่านี่ไม่ใช่ hype แต่เป็นความล้มเหลวทางตลาดที่เกิดจากคณิตศาสตร์และโครงสร้าง โพสต์มีแฮชแท็กอย่าง #SpaceMobile #ShortSqueeze เพื่อดึงดูดนักลงทุน และมี replies จากผู้ใช้คนอื่นๆ เช่น บางคนถามวันที่ บางคนโพสต์มีม หรือขอสรุป ซึ่งแสดงว่ามีการถกเถียงกัน


คำเตือน: นี่เป็นการวิเคราะห์จากผู้ใช้ X ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน หุ้นมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะบริษัทอย่าง ASTS ที่ยังอยู่ในขั้นตอนพัฒนา ถ้าสนใจ ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์บริษัทหรือรายงานทางการเงิน ถ้าต้องการข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับ ASTS ในปี 2026 บอกได้นะ!

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น