$SUNE หุ้นที่มี Unusual Volume มีอะไรน่าสนใจ?
https://x.com/Ren_aramb/status/2015128250180092204?s=20
ประเด็นหลักจากโพสต์บน X (Twitter)โพสต์นี้จากผู้ใช้ @Ren_aramb
เป็นการรีโพสต์และเพิ่มเติมจากโพสต์ของ @moninvestor
โดยเน้นเรื่องการขาดแคลนแร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นสำหรับโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดในปี 2035 ตามรายงานจาก International Energy Agency (IEA)สาเหตุและสถานการณ์การขาดแคลนคาดการณ์การขาดแคลนแร่ธาตุในปี 2035 (จากโครงการเหมืองที่มีอยู่และประกาศแล้ว เทียบกับความต้องการหลัก):
ทองแดง (Copper): ขาด 33%
ลิเธียม (Lithium): ขาด 38%
นิกเกิล (Nickel): ขาด 19%
โคบอลต์ (Cobalt): ขาด 14%
เหตุผลหลัก:รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องการแร่ธาตุมากกว่ารถยนต์น้ำมันถึง 6 เท่า
แผงโซลาร์ เทอร์ไบน์ลม และ data center ต้องการทองแดงจำนวนมาก
การเปิดเหมืองใหม่ใช้เวลานานเฉลี่ย 16 ปี ตั้งแต่ค้นพบจนถึงผลิตจริง
สำหรับทองแดง ต้องเปิดเหมืองใหม่ระดับใหญ่ (tier-one) 3 แห่งต่อปีตลอด 30 ปีข้างหน้า
สำหรับลิเธียม ต้องเปิดเหมืองใหม่อย่างน้อย 30 แห่งภายในปี 2030
ปัจจุบัน การผลิตยังตามไม่ทันความต้องการ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10 เท่า จาก EV, data center และระบบ
มุมมองการลงทุนผู้โพสต์เชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นของ "ซูเปอร์ไซเคิล" (supercycle) ในตลาดแร่ธาตุสำคัญ และตลาดกระทิง (bull market) กำลังมา
แนะนำหุ้นและ ETF ที่เกี่ยวข้อง (pure plays):
ทองแดง: $COPX (ETF), $FCX (บริษัทเหมือง)
ลิเธียม: $LIT (ETF), $ALB (บริษัทเหมือง)
นิกเกิล: $VALE, $NILSY, $BHP (บริษัทเหมือง)
บริษัทที่ควบคุมแร่เหล่านี้จะมีมูลค่าสูงขึ้นเพราะอุปทานไม่พอต่ออุปสงค์
ความเห็นเพิ่มเติมในเธรดมีรีพลายจาก @GoodTexture
ถามว่าหากใช้แบตเตอรี่โซเดียม (sodium batteries) จะยังทำให้ลิเธียมขาดแคลนได้อย่างไร (แต่ยังไม่มีคำตอบในเธรดนี้)
กราฟที่แนบมาแสดงข้อมูลเดียวกันจาก IEA ปี 2025 แสดงช่องว่างระหว่างอุปทานที่คาดหวังกับความต้องการ โดยยืนยันถึงการขาดแคลนสองหลัก (double-digit shortages) ภายใน 10 ปี โพสต์นี้เน้นโอกาสการลงทุนมากกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือการแก้ไข