10 เหตุผลที่ทำให้หุ้นกลุ่ม Photonics วิ่งร้อนแรงมาก

ปรากฏการณ์ที่หุ้นกลุ่ม Photonics (เทคโนโลยีที่ใช้แสงหรือโฟตอนแทนไฟฟ้า) พุ่งแรงในช่วงเดือนเมษายน 2026 นี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการบรรจบกันของข้อจำกัดทางกายภาพของระบบไฟฟ้าเดิม และความต้องการประมวลผลมหาศาลจาก AI นี่คือ 10 เหตุผลสำคัญที่ขับเคลื่อนกลุ่มนี้ครับ: 1. วิกฤตคอขวดของสายทองแดง (Copper Bottleneck) ในศูนย์ข้อมูล AI (Data Centers) ปัจจุบัน สายทองแดงแบบเดิมไม่สามารถส่งข้อมูลได้เร็วพอที่จะรองรับความแรงของ GPU รุ่นใหม่ๆ แสง (Optics) จึงกลายเป็นทางออกเดียวที่สามารถส่งข้อมูลในระดับ 800G และ 1.6T ได้โดยไม่เกิดความร้อนสะสมเกินไป 2. การเปลี่ยนผ่านสู่ Co-Packaged Optics (CPO) บริษัทไอทีระดับโลกกำลังเปลี่ยนจากการใช้โมดูลรับส่งสัญญาณแบบเสียบ (Pluggables) มาเป็นการรวมระบบแสงเข้ากับชิปประมวลผลโดยตรง (CPO) ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานได้มหาศาลและเพิ่มความเร็วในการสื่อสารระหว่างชิปต่อชิป (Chip-to-Chip) 3. การก้าวกระโดดของ Photonic AI Chips เริ่มมีการนำชิปที่ประมวลผลด้วยแสงโดยตรงมาใช้ (เช่น Linear Algebra แบบใช้แสง) ซึ่งประมวลผลได้เร็วกว่า GPU แบบเดิมถึง 3-5 เท่า และประหยัดพลังงานได้มากกว่า 70% ...

นี่อาจเป็น supercycle ของอุตสาหกรรมเหมืองแร่

 https://x.com/Ren_aramb/status/2015128250180092204?s=20


ประเด็นหลักจากโพสต์บน X (Twitter)โพสต์นี้จากผู้ใช้ @Ren_aramb

 เป็นการรีโพสต์และเพิ่มเติมจากโพสต์ของ @moninvestor

 โดยเน้นเรื่องการขาดแคลนแร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นสำหรับโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดในปี 2035 ตามรายงานจาก International Energy Agency (IEA)สาเหตุและสถานการณ์การขาดแคลนคาดการณ์การขาดแคลนแร่ธาตุในปี 2035 (จากโครงการเหมืองที่มีอยู่และประกาศแล้ว เทียบกับความต้องการหลัก):

ทองแดง (Copper): ขาด 33%

ลิเธียม (Lithium): ขาด 38%

นิกเกิล (Nickel): ขาด 19%

โคบอลต์ (Cobalt): ขาด 14%


เหตุผลหลัก:รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องการแร่ธาตุมากกว่ารถยนต์น้ำมันถึง 6 เท่า

แผงโซลาร์ เทอร์ไบน์ลม และ data center ต้องการทองแดงจำนวนมาก

การเปิดเหมืองใหม่ใช้เวลานานเฉลี่ย 16 ปี ตั้งแต่ค้นพบจนถึงผลิตจริง

สำหรับทองแดง ต้องเปิดเหมืองใหม่ระดับใหญ่ (tier-one) 3 แห่งต่อปีตลอด 30 ปีข้างหน้า

สำหรับลิเธียม ต้องเปิดเหมืองใหม่อย่างน้อย 30 แห่งภายในปี 2030


ปัจจุบัน การผลิตยังตามไม่ทันความต้องการ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10 เท่า จาก EV, data center และระบบ


มุมมองการลงทุนผู้โพสต์เชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นของ "ซูเปอร์ไซเคิล" (supercycle) ในตลาดแร่ธาตุสำคัญ และตลาดกระทิง (bull market) กำลังมา

แนะนำหุ้นและ ETF ที่เกี่ยวข้อง (pure plays):

ทองแดง: $COPX (ETF), $FCX (บริษัทเหมือง)

ลิเธียม: $LIT (ETF), $ALB (บริษัทเหมือง)

นิกเกิล: $VALE, $NILSY, $BHP (บริษัทเหมือง)


บริษัทที่ควบคุมแร่เหล่านี้จะมีมูลค่าสูงขึ้นเพราะอุปทานไม่พอต่ออุปสงค์


ความเห็นเพิ่มเติมในเธรดมีรีพลายจาก @GoodTexture

 ถามว่าหากใช้แบตเตอรี่โซเดียม (sodium batteries) จะยังทำให้ลิเธียมขาดแคลนได้อย่างไร (แต่ยังไม่มีคำตอบในเธรดนี้)


กราฟที่แนบมาแสดงข้อมูลเดียวกันจาก IEA ปี 2025 แสดงช่องว่างระหว่างอุปทานที่คาดหวังกับความต้องการ โดยยืนยันถึงการขาดแคลนสองหลัก (double-digit shortages) ภายใน 10 ปี โพสต์นี้เน้นโอกาสการลงทุนมากกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือการแก้ไข

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา