ทำไมการ ipo ของ spaceX จึงเป็นตัวเร่งให้อุตสาหกรรมอวกาศ (หรือมีอย่างอื่นอีกที่เป็นตัวเร่ง?)
Cantor Fitzgerald ยกให้ $RKLB เป็น “ทางเลือกอันดับหนึ่งของ SpaceX” 👀
บริษัทหลักทรัพย์ยังคงคำแนะนำ Overweight ต่อ $RKLB ขณะที่บริษัทกำลังก้าวเข้าสู่ปี 2026 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
$RKLB เพิ่งผ่านปีที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งมา ในปี 2025 บริษัทประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวด Electron ทั้งหมด 21 ภารกิจ ทำให้ยอดภารกิจสะสมเพิ่มเป็น 79 ครั้ง และตอกย้ำสถานะการเป็นผู้ให้บริการปล่อยจรวดที่คึกคักเป็นอันดับสองของสหรัฐฯ
ด้านการเงินก็เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยรายได้ไตรมาส 3 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ราว 155 ล้านดอลลาร์ และมูลค่างานในมือ (backlog) 1.1 พันล้านดอลลาร์ โดยประมาณ 57% คาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ภายใน 12 เดือน
ปัจจัยกระตุ้นล่าสุดที่สำคัญที่สุดคือสัญญา SDA Tranche 3 มูลค่า 805 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัญญาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ $RKLB และทำให้ backlog เพิ่มขึ้นเกือบ เท่าตัว เมื่อรวมกับสัญญา SDA Tranche 2 มูลค่า 515 ล้านดอลลาร์ ที่ได้รับก่อนหน้านี้ ปัจจุบัน $RKLB กำลังออกแบบและผลิตยานอวกาศด้านการป้องกันประเทศจำนวน 36 ลำ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากผู้ให้บริการปล่อยจรวด ไปสู่การเป็น ผู้รับเหมาหลักด้านอวกาศ (space prime contractor) อย่างเต็มรูปแบบ
มองไปข้างหน้า ปี 2026 คือปีของ Neutron
Cantor มองว่า การบินครั้งแรกของ Neutron ซึ่งตั้งเป้าไว้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 คือ ปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญที่สุดเพียงหนึ่งเดียวของราคาหุ้น โดย Neutron คาดว่าจะช่วยปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนต่อหน่วยอย่างมีนัยสำคัญ และวางตำแหน่งให้ $RKLB เป็น คู่แข่งเชิงพาณิชย์รายเดียวที่มีศักยภาพ ต่อ Falcon 9 ของ SpaceX
แม้ยังมีความเสี่ยงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความล่าช้าของ Neutron อุปสรรคด้านกฎระเบียบ หรือปัญหาซัพพลายเชน แต่ Cantor เชื่อว่า ประสบการณ์การปล่อยจรวดที่สั่งสมมา และ บทบาทที่เพิ่มขึ้นในโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศ จะทำให้ $RKLB อยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่ง สำหรับการเติบโตในระยะถัดไป
> สำหรับนักเทรด นี่คือเรื่องราวของบริษัทที่ค่อย ๆ ไต่ระดับ จาก “ผู้เล่นเฉพาะทาง” ไปสู่ “ผู้เล่นหลัก” ในอุตสาหกรรมอวกาศ และปี 2026 อาจเป็นบทที่ตลาดเริ่มให้คุณค่าอย่างจริงจัง