How to build a 10× portfolio แนวทางปั้นพอร์ตโต 10× (5-10 ปี) มุ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี disruptive


สรุปจากบทความ https://x.com/futurist_lens/status/2012235416858939708?s=20

กรอบการลงทุนโดยรวมสำหรับทศวรรษหน้า: ผู้เขียน (@futurist_lens) แนะนำกรอบการลงทุนส่วนตัวที่มุ่งเน้นเทคโนโลยี disruptive เพื่อสร้างความมั่งคั่งระยะยาว โดยแบ่งพอร์ตโฟลิโอออกเป็นสองส่วนหลัก คือ Core Anchors (หุ้นมั่นคงสำหรับถือยาว) และ Cycle Legs หรือ Flow Ideas (หุ้นที่มี momentum สูงแต่ความเสี่ยงมากกว่า) เพื่อให้เกิดการ compounding และสร้างมรดก generational wealth โดยไม่ไล่ตาม FOMO (fear of missing out) แต่เน้น conviction จากการวิจัยลึก

Core Anchors (หุ้นหลักมั่นคง): ส่วนนี้คิดเป็นครึ่งหนึ่งของทุนลงทุน โดยเลือกหุ้นที่เป็นผู้นำตลาดและมีศักยภาพเติบโตยั่งยืน เช่น $TSLA (Tesla สำหรับ EV และ robotics), $NVDA (NVIDIA สำหรับ chips และ AI), $GOOGL (Alphabet สำหรับ AI และ tech platforms) หุ้นเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นฐานที่มั่นคง รับมือ volatility ได้ดี และใช้เป็นที่หมุนเวียนกำไรจากส่วนอื่น

Cycle Legs หรือ Flow Ideas (หุ้น momentum): อีกครึ่งของพอร์ตโฟลิโอลงทุนในหุ้นที่มี upside สูงแต่เสี่ยงสูง เช่น $RKLB (Rocket Lab สำหรับ space), $ASTS (AST SpaceMobile สำหรับ satellite comms), $IREN (Iris Energy สำหรับ AI infra และ bitcoin mining), $ONDS (Ondas สำหรับ defense tech และ drones), $EOSE (EOS Energy สำหรับ battery storage) หุ้นเหล่านี้ถูกเลือกจากธีมเติบโตสูงที่ยังไม่ crowded

กลยุทธ์การหมุนเวียนกำไร (Rotation Strategy): เมื่อหุ้นใน Cycle Legs ขึ้น 200-300% ให้ตัดกำไร (trim) และย้ายเงินไปเพิ่มใน Core Anchors เพื่อล็อกกำไรและลดความเสี่ยง วิธีนี้เปลี่ยน volatility ให้เป็น compounding โดยไม่ถือหุ้น momentum นานเกินไป และหลีกเลี่ยงการไล่ซื้อตอนแพง

การจัดการความเสี่ยงและตัดขาดทุน: เน้นวินัยระยะยาว โดยตัดขาดทุน (cut losses) หากหุ้นไม่เป็นไปตาม thesis เช่น หาก drawdown เกินระดับที่กำหนด ให้ขายเพื่อรักษาทุน หลีกเลี่ยง emotional trading และมุ่งเน้น position sizing ที่เหมาะสม โดยจำกัดหุ้นเสี่ยงสูงไม่ให้เกินสัดส่วนใหญ่ของพอร์ต

ธีมการลงทุนหลัก (Disruptive Themes): มุ่งเน้น 12 ภาคส่วนที่คาดว่าจะเติบโตสูงใน 5-10 ปี เช่น Space (space economy), AI Infrastructure (data centers และ power), Battery Tech (energy storage), Defense Tech (drones และ autonomy), AI Energy (nuclear และ renewables), Robotics & Automation, Chips, Rare Earths, Air Taxis/eVTOL, Quantum, Memory, Biotech เพื่อตามทุนเอกชนที่ไหลเข้าธีมเหล่านี้ก่อนตลาดหลัก

ตัวอย่างหุ้นในธีมเฉพาะ:
ในธีม Space: $RKLB, $ASTS, $PL, $RDW;
AI Infra: $IREN, $NBIS, $CRVW, $APLD;
Battery: $EOSE, $TE, $FLNC, $TSLA;
Defense: $ONDS, $AVAV, $KTOS;
AI Energy: $OKLO, $SMR, $BE, $VST;
Robotics: $SYM, $PATH, $OUST, $TSLA;
Quantum: $IONQ, $RGTI, $CCCX; Biotech: $PRME
ผู้เขียนเน้นหุ้นที่ undervalued และมีศักยภาพ 10x

แนวคิด Conviction vs. FOMO: ผู้ติดตามชื่นชอบที่กรอบนี้เน้น conviction จากการเข้าตำแหน่งที่เหมาะสม (เช่น เข้าตอน undervalued) แทนการไล่ตาม hype ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยง drawdown ใหญ่ เช่น หุ้น high-flyers ที่ตก 50% ในช่วง Nov-Dec 2025 โดยมุ่ง compounding ในธีมเติบโตสูงเพื่อผลตอบแทนยั่งยืน

มุมมองต่อตลาดและการกระจายความเสี่ยง: แนะนำ concentration ใน 4-5 หุ้น disruptive เพื่อสร้าง wealth ก่อน แล้วใช้ diversification เพื่อปกป้อง เช่น หลีกเลี่ยงหุ้น SaaS ที่ถูก AI disrupt และหันไปธีมอย่าง space, AI energy, robotics ที่ตลาดยังไม่เต็ม เน้นว่า capital ไหลเข้าธีมเอกชนก่อน แล้วตลาดจะตามมา

คำเตือนและเป้าหมายระยะยาว: นี่ไม่ใช่ get-rich-quick แต่เป็นแผน 5-10 ปีเพื่อเป็น millionaire โดย position early ในธีม disruptive และปล่อยให้ compounding ทำงาน ผู้เขียนเตือนว่าต้องทำ research เอง หลีกเลี่ยง high-risk ทั้งพอร์ต (เช่น เดินบนไฟ) และใช้กลยุทธ์ anchor-flow เพื่อ balance ความเสี่ยงกับ reward สำหรับ generational wealth

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)