หรือว่า $LITE จะซื้อ(หรือควบรวม) $ALMU

Image
นักวิเคราะห์ได้เสนอสมมติฐานเกี่ยวกับหุ้น $LITE (Lumentum) และ $ALMU (Aeluma) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และอัปเดตเพิ่มเติมจากคำพูดของ Lumentum เมื่อวานนี้ โดยสรุปใจความสำคัญดังนี้ ที่มา https://x.com/i/status/2028885302782345658 Lumentum กำลังเจอปัญหา อุปสงค์-อุปทานไม่สมดุลหนักมาก และขายหมดทุกความจุของเลเซอร์อินเดียมฟอสไฟด์ไปแล้ว เนื่องจากความต้องการ CPO (Co-Packaged Optics) พุ่งสูง บริษัทจึงต้องย้ายโรงงาน flex fab ในสหราชอาณาจักร จากการผลิตโฟโตไดโอด (Photodiode) และเทคโนโลยีรับสัญญาณ ไปผลิตเลเซอร์แทน ทำให้ตอนนี้ผลิต PD ได้แค่ “นิดเดียว” แต่ Lumentum เองก็ยอมรับว่า ตลาด receive technology ยังมีมูลค่าทางการเงินและเชิงกลยุทธ์มหาศาลที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ทางด้าน Aeluma กลับเลือกกลยุทธ์ตรงข้าม โดยหลีกเลี่ยงตลาดเลเซอร์ แล้วโฟกัสเต็มที่ที่ จุดคอขวดของอุตสาหกรรม คือ high-speed detectors โดยเฉพาะ commercial detector ความเร็ว 50-100 GHz ที่ Lumentum ผลิตไม่ได้ในปริมาณที่เพียงพอ จุดเด่นของ Aeluma คือเพิ่งจ้าง Bouch Nassar เป็น Senior VP of Business Development ซึ่งเคยเป็นคนดูแลสายผลิตภัณฑ์ high-speed ...

จำนวนดาวเทียม กับ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากอวกาศ


จากโพสต์บน X (เดิมคือ Twitter) ของผู้ใช้ @SpacBobby เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2026 ซึ่งพูดถึงความต้องการในการปล่อยดาวเทียมของจีนที่อาจมากกว่าประเทศอื่นๆ หลายเท่าในช่วงทศวรรษ 2030 หากจีนสามารถสร้างกลุ่มดาวเทียมขนาดใหญ่ (mega-constellations) ที่เทียบเคียงกับ Starlink ของ SpaceX ได้สำเร็จ โพสต์นี้เน้นที่กลุ่มดาวเทียมของจีนซึ่งรวมกันแล้วอาจมีดาวเทียมประมาณ 44,000 ดวง ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ ทั่วโลกมีประมาณ 11,000 ดวง โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ Bloomberg Intelligence


โพสต์ระบุว่า:

การติดตั้งจะนำโดยเครือข่ายบรอดแบนด์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนอย่าง Guowang และ Qianfan ซึ่งแต่ละเครือข่ายตั้งเป้าหมายปล่อยดาวเทียม 13,000-15,000 ดวงในช่วงทศวรรษ 2030

ผู้เล่นเอกชนอย่าง Geesatcom และ Yinhe ก็วางแผนเครือข่าย LEO (Low Earth Orbit) ขนาดเล็กกว่าที่เน้น Internet of Things (IoT) และ 5G

เมื่อรวมกัน กลุ่มดาวเทียมจีนอาจถึง 44,000 ดวง ซึ่งมากกว่ากลุ่มดาวเทียมเชิงพาณิชย์อื่นๆ ทั่วโลกเกือบ 4 เท่า

เทียบกับ Starlink ของ SpaceX ที่ปล่อยไปแล้วประมาณ 10,000 ดวง จากแผน 12,000 ดวง (แต่เฟสสองอาจเพิ่มอีก 30,000 ดวง)

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลล่าสุด (ณ เดือนธันวาคม 2025) Starlink มีดาวเทียมในวงโคจรประมาณ 9,357 ดวง และ SpaceX กำลังปรับโครงสร้าง constellation โดยลดระดับความสูงของดาวเทียมบางส่วนเพื่อความปลอดภัยในอวกาศ

🎯📌อธิบายกราฟในภาพ

กราฟชื่อ "Major Constellations' Planned Size, Progress" แสดงจำนวนดาวเทียมที่วางแผนไว้สำหรับกลุ่มดาวเทียมหลักๆ โดยแบ่งเป็น:

สีส้ม (Launched): ดาวเทียมที่ปล่อยแล้ว

สีน้ำเงิน (Remaining): ดาวเทียมที่ยังต้องปล่อย

แกน X: จำนวนดาวเทียม (จาก 0 ถึง 20,000 ดวง)

เน้นว่ากลุ่มจีนรวมกัน ~44,000 ดวง (ปล่อยหลังปี 2030) ในขณะที่กลุ่มอื่น ~11,000 ดวง


🎯📌รายชื่อกลุ่มดาวเทียมในกราฟ (เรียงจากจำนวนมากที่สุด):

Qianfan (Shanghai SpaceSail, จีน): วางแผน ~15,000 ดวง ปล่อยแล้วน้อยมาก (สีส้มแทบไม่มี) เป็นเครือข่ายบรอดแบนด์ LEO เฟสแรก 1,296 ดวงภายในปี 2030

Guowang (China SatNet, จีน): วางแผน ~13,000 ดวง ปล่อยแล้วบางส่วน (สีส้มประมาณครึ่ง) เป็นโครงการรัฐบาลจีนเพื่อบรอดแบนด์ LEO ขนาด 12,992 ดวง

Starlink (SpaceX, สหรัฐฯ): วางแผน ~12,000 ดวง (แต่จริงๆ แล้วแผนรวมถึง 42,000 ดวงในอนาคต) ปล่อยแล้ว ~5,000-10,000 ดวง (จากข้อมูลล่าสุด ~9,400 ดวง) เป็นเครือข่ายบรอดแบนด์ LEO ที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน ให้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วโลก

Honghu-3 (Hongqing Technology, จีน): วางแผน ~10,000 ดวง ปล่อยแล้วน้อย (สีส้มเล็กน้อย) มุ่งเน้นบรอดแบนด์และ IoT

OneWeb (Eutelsat, สหราชอาณาจักร/ฝรั่งเศส): วางแผน ~600-700 ดวง ปล่อยแล้วส่วนใหญ่ เป็นเครือข่าย LEO สำหรับบรอดแบนด์ทั่วโลก เสร็จสิ้นเฟสแรกแล้ว.

GEESATCOM (Geely, จีน): วางแผน ~6,000 ดวง ปล่อยแล้วบางส่วน (เฟสหนึ่งเสร็จสิ้นตามหมายเหตุ) มุ่งเน้น IoT และ 5G สำหรับยานยนต์และอุตสาหกรรม

Project Kuiper (Amazon, สหรัฐฯ): วางแผน ~3,236 ดวง ปล่อยแล้ว ~27 ดวง (เริ่มปี 2025) ต้องปล่อยครึ่งหนึ่งภายในกรกฎาคม 2026 เพื่อให้บริการบรอดแบนด์ LEO

Yinhe (GalaxySpace, จีน): วางแผน ~1,000 ดวง ปล่อยแล้วน้อย เป็นเครือข่าย LEO สำหรับบรอดแบนด์และ IoT

Lightspeed (Telesat, แคนาดา): วางแผน ~200 ดวง ปล่อยแล้วน้อย มุ่งเน้นบรอดแบนด์สำหรับธุรกิจและรัฐบาล.

BlueBird (AST SpaceMobile, สหรัฐฯ): วางแผน ~168 ดวง (แต่ในกราฟแสดงน้อย) เน้น direct-to-device (เชื่อมต่อตรงกับมือถือ) ล่าสุดปล่อย FM1 สำเร็จปลายปี 2025

C-3 (Globalstar, สหรัฐฯ): วางแผนขนาดเล็ก สำหรับ IoT และ messaging.

O3b mPower (SES, ลักเซมเบิร์ก): วางแผน ~20 ดวง ใน MEO (Medium Earth Orbit) สำหรับบรอดแบนด์ ปล่อยแล้วบางส่วน.

หมายเหตุในกราฟ: จำนวนดาวเทียมเป็นค่าประมาณและอาจเปลี่ยนแปลง GEESATCOM เฟสหนึ่งเสร็จสิ้นและใช้งานได้ ข้อมูลสำหรับ GEESATCOM หมายถึงเฟสสามที่คาดหวัง


🎯📌ความหมายและบริบทเพิ่มเติม

ความสำคัญของกลุ่มจีน: จีนกำลังเร่งพัฒนาเพื่อแข่งขันกับ Starlink โดยมุ่งเป้าไปที่บรอดแบนด์ทั่วโลก IoT และ 5G ซึ่งอาจทำให้จีนเป็นผู้นำในเทคโนโลยีอวกาศ แต่ก็ก่อให้เกิดความกังวลเรื่องขยะอวกาศ (space debris) และการรบกวนทางดาราศาสตร์ รวมถึงปัญหาการขออนุญาตในต่างประเทศ (เช่น EU) ตามที่ผู้ตอบโพสต์บางคนกล่าวถึง 


🎯📌ความคืบหน้าล่าสุด(ณ มกราคม 2026):

Starlink: กำลังลดระดับความสูงดาวเทียม ~4,400 ดวงเพื่อลดความเสี่ยงการชน และวางแผนขยายไปถึง 42,000 ดวง

Kuiper (Amazon Leo): เริ่มปล่อยและได้รับอนุญาตในหลายประเทศ รวมถึงไนจีเรียสำหรับปี 2026

กลุ่มจีน: ยังอยู่ในระยะต้น แต่คาดว่าจะเร่งปล่อยในปี 2026-2030 โดย Guowang และ Qianfan เป็นหลัก

🎯📌โดยรวม: จำนวนดาวเทียมในวงโคจรอาจเกิน 100,000 ดวงภายในสิ้นทศวรรษนี้

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีปั้นพอร์ตเล็ก (ต่ำกว่า $10,000) ให้เติบโต