จำนวนดาวเทียม กับ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากอวกาศ
จากโพสต์บน X (เดิมคือ Twitter) ของผู้ใช้ @SpacBobby เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2026 ซึ่งพูดถึงความต้องการในการปล่อยดาวเทียมของจีนที่อาจมากกว่าประเทศอื่นๆ หลายเท่าในช่วงทศวรรษ 2030 หากจีนสามารถสร้างกลุ่มดาวเทียมขนาดใหญ่ (mega-constellations) ที่เทียบเคียงกับ Starlink ของ SpaceX ได้สำเร็จ โพสต์นี้เน้นที่กลุ่มดาวเทียมของจีนซึ่งรวมกันแล้วอาจมีดาวเทียมประมาณ 44,000 ดวง ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ ทั่วโลกมีประมาณ 11,000 ดวง โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ Bloomberg Intelligence
โพสต์ระบุว่า:
การติดตั้งจะนำโดยเครือข่ายบรอดแบนด์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนอย่าง Guowang และ Qianfan ซึ่งแต่ละเครือข่ายตั้งเป้าหมายปล่อยดาวเทียม 13,000-15,000 ดวงในช่วงทศวรรษ 2030
ผู้เล่นเอกชนอย่าง Geesatcom และ Yinhe ก็วางแผนเครือข่าย LEO (Low Earth Orbit) ขนาดเล็กกว่าที่เน้น Internet of Things (IoT) และ 5G
เมื่อรวมกัน กลุ่มดาวเทียมจีนอาจถึง 44,000 ดวง ซึ่งมากกว่ากลุ่มดาวเทียมเชิงพาณิชย์อื่นๆ ทั่วโลกเกือบ 4 เท่า
เทียบกับ Starlink ของ SpaceX ที่ปล่อยไปแล้วประมาณ 10,000 ดวง จากแผน 12,000 ดวง (แต่เฟสสองอาจเพิ่มอีก 30,000 ดวง)
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลล่าสุด (ณ เดือนธันวาคม 2025) Starlink มีดาวเทียมในวงโคจรประมาณ 9,357 ดวง และ SpaceX กำลังปรับโครงสร้าง constellation โดยลดระดับความสูงของดาวเทียมบางส่วนเพื่อความปลอดภัยในอวกาศ
🎯📌อธิบายกราฟในภาพ
กราฟชื่อ "Major Constellations' Planned Size, Progress" แสดงจำนวนดาวเทียมที่วางแผนไว้สำหรับกลุ่มดาวเทียมหลักๆ โดยแบ่งเป็น:
สีส้ม (Launched): ดาวเทียมที่ปล่อยแล้ว
สีน้ำเงิน (Remaining): ดาวเทียมที่ยังต้องปล่อย
แกน X: จำนวนดาวเทียม (จาก 0 ถึง 20,000 ดวง)
เน้นว่ากลุ่มจีนรวมกัน ~44,000 ดวง (ปล่อยหลังปี 2030) ในขณะที่กลุ่มอื่น ~11,000 ดวง
🎯📌รายชื่อกลุ่มดาวเทียมในกราฟ (เรียงจากจำนวนมากที่สุด):
Qianfan (Shanghai SpaceSail, จีน): วางแผน ~15,000 ดวง ปล่อยแล้วน้อยมาก (สีส้มแทบไม่มี) เป็นเครือข่ายบรอดแบนด์ LEO เฟสแรก 1,296 ดวงภายในปี 2030
Guowang (China SatNet, จีน): วางแผน ~13,000 ดวง ปล่อยแล้วบางส่วน (สีส้มประมาณครึ่ง) เป็นโครงการรัฐบาลจีนเพื่อบรอดแบนด์ LEO ขนาด 12,992 ดวง
Starlink (SpaceX, สหรัฐฯ): วางแผน ~12,000 ดวง (แต่จริงๆ แล้วแผนรวมถึง 42,000 ดวงในอนาคต) ปล่อยแล้ว ~5,000-10,000 ดวง (จากข้อมูลล่าสุด ~9,400 ดวง) เป็นเครือข่ายบรอดแบนด์ LEO ที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน ให้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วโลก
Honghu-3 (Hongqing Technology, จีน): วางแผน ~10,000 ดวง ปล่อยแล้วน้อย (สีส้มเล็กน้อย) มุ่งเน้นบรอดแบนด์และ IoT
OneWeb (Eutelsat, สหราชอาณาจักร/ฝรั่งเศส): วางแผน ~600-700 ดวง ปล่อยแล้วส่วนใหญ่ เป็นเครือข่าย LEO สำหรับบรอดแบนด์ทั่วโลก เสร็จสิ้นเฟสแรกแล้ว.
GEESATCOM (Geely, จีน): วางแผน ~6,000 ดวง ปล่อยแล้วบางส่วน (เฟสหนึ่งเสร็จสิ้นตามหมายเหตุ) มุ่งเน้น IoT และ 5G สำหรับยานยนต์และอุตสาหกรรม
Project Kuiper (Amazon, สหรัฐฯ): วางแผน ~3,236 ดวง ปล่อยแล้ว ~27 ดวง (เริ่มปี 2025) ต้องปล่อยครึ่งหนึ่งภายในกรกฎาคม 2026 เพื่อให้บริการบรอดแบนด์ LEO
Yinhe (GalaxySpace, จีน): วางแผน ~1,000 ดวง ปล่อยแล้วน้อย เป็นเครือข่าย LEO สำหรับบรอดแบนด์และ IoT
Lightspeed (Telesat, แคนาดา): วางแผน ~200 ดวง ปล่อยแล้วน้อย มุ่งเน้นบรอดแบนด์สำหรับธุรกิจและรัฐบาล.
BlueBird (AST SpaceMobile, สหรัฐฯ): วางแผน ~168 ดวง (แต่ในกราฟแสดงน้อย) เน้น direct-to-device (เชื่อมต่อตรงกับมือถือ) ล่าสุดปล่อย FM1 สำเร็จปลายปี 2025
C-3 (Globalstar, สหรัฐฯ): วางแผนขนาดเล็ก สำหรับ IoT และ messaging.
O3b mPower (SES, ลักเซมเบิร์ก): วางแผน ~20 ดวง ใน MEO (Medium Earth Orbit) สำหรับบรอดแบนด์ ปล่อยแล้วบางส่วน.
หมายเหตุในกราฟ: จำนวนดาวเทียมเป็นค่าประมาณและอาจเปลี่ยนแปลง GEESATCOM เฟสหนึ่งเสร็จสิ้นและใช้งานได้ ข้อมูลสำหรับ GEESATCOM หมายถึงเฟสสามที่คาดหวัง
🎯📌ความหมายและบริบทเพิ่มเติม
ความสำคัญของกลุ่มจีน: จีนกำลังเร่งพัฒนาเพื่อแข่งขันกับ Starlink โดยมุ่งเป้าไปที่บรอดแบนด์ทั่วโลก IoT และ 5G ซึ่งอาจทำให้จีนเป็นผู้นำในเทคโนโลยีอวกาศ แต่ก็ก่อให้เกิดความกังวลเรื่องขยะอวกาศ (space debris) และการรบกวนทางดาราศาสตร์ รวมถึงปัญหาการขออนุญาตในต่างประเทศ (เช่น EU) ตามที่ผู้ตอบโพสต์บางคนกล่าวถึง
🎯📌ความคืบหน้าล่าสุด(ณ มกราคม 2026):
Starlink: กำลังลดระดับความสูงดาวเทียม ~4,400 ดวงเพื่อลดความเสี่ยงการชน และวางแผนขยายไปถึง 42,000 ดวง
Kuiper (Amazon Leo): เริ่มปล่อยและได้รับอนุญาตในหลายประเทศ รวมถึงไนจีเรียสำหรับปี 2026
กลุ่มจีน: ยังอยู่ในระยะต้น แต่คาดว่าจะเร่งปล่อยในปี 2026-2030 โดย Guowang และ Qianfan เป็นหลัก
🎯📌โดยรวม: จำนวนดาวเทียมในวงโคจรอาจเกิน 100,000 ดวงภายในสิ้นทศวรรษนี้

