Take Profit ตรงไหนดี? คำตอบขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของคุณ

Image
คำแนะนำเทรดเดอร์ระดับตำนาน: “คุณเป็นเทรดเดอร์แบบไหน? นั่นคือคำตอบทั้งหมด”เมื่อไม่นานมานี้ Ashish Bhambhani (@AshishB108) ได้โพสต์คำถามตรง ๆ บน X (Twitter) ถึงสองเทรดเดอร์ชื่อดัง อย่าง Mark Minervini และ Mark Ritchie II เกี่ยวกับกลยุทธ์การจัดการกำไรในหุ้นที่พุ่งขึ้นแรงหลัง IPOคำถามของ Ashish คือ “ตามแนวคิดของ Mark Minervini ถูกต้องหรือไม่ที่ควรขายทำกำไร 60-70% ในหุ้นที่ขึ้นมาแล้วกว่า 40% จากฐาน IPO และควรเพิ่มตำแหน่ง (add position) เมื่อราคาผ่อนลง 10-15% หรือไม่?” โพสต์มาพร้อมกราฟราคาหุ้น Master Stock A. Inc. (หรือหุ้นที่กำลังอยู่ในช่วงเทรนด์ขาขึ้นชัดเจน) แสดงให้เห็นราคาที่วิ่งขึ้นต่อเนื่อง มีการพักฐานหลายครั้ง แต่โดยรวมยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง โดยมีอินดิเคเตอร์ต่าง ๆ อย่าง EPS Growth, Relative Strength และ Industry Group Rank อยู่ในระดับสูงมาก คำตอบจาก Mark Ritchie II (@MarkRitchie_II) ซึ่งเป็นเทรดเดอร์ที่ได้รับการยกย่องในวงการและเคยร่วมงานกับ Mark Minervini มาโดยตรง ได้ตอบกลับด้วยข้อความที่ตรงประเด็นและลึกซึ้ง: “คุณเป็นเทรดเดอร์แบบไหน และแผนการของคุณคืออะไร? คุณมีผู้ชนะ (w...

1 Setup ก็เพียงพอแล้วต่อการทำเงินสม่ำเสมอจากตลาดหุ้น

 


A+ setups คือกุญแจสู่ความสำเร็จในโลกการเทรด

การเทรดนั้นเต็มไปด้วยความท้าทายและความผันผวน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้คุณประสบความสำเร็จ คือการโฟกัสไปที่ A+ setups หรือโอกาสที่มีความเสี่ยงต่ำแต่ผลตอบแทนสูงครับ หลายคนอาจจะคิดว่าการเทรดต้องอาศัยการจับทุกจังหวะของตลาดเพื่อทำกำไร แต่ความจริงแล้ว แค่ 1 โอกาสที่ดี ก็เพียงพอให้คุณเป็นผู้ชนะในสนามการเทรดได้ 

https://mebmarket.com/index.php?action=search_book&type=author_name&search=%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%20%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87&auto_search_id=&exact_keyword=1&page_no=1


เริ่มต้นโฟกัสกับโอกาสที่เสี่ยงน้อยแต่ผลตอบแทนมาก

สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ มองหาโอกาสที่เป็น A+ setups โอกาสเหล่านี้คือจุดที่ความเสี่ยงต่ำ แต่มีโอกาสในการทำกำไรสูง คุณไม่จำเป็นต้องเทรดทุกครั้งที่เห็นกราฟเคลื่อนไหว หากคุณรอจนเจอโอกาสที่ดีที่สุด มันจะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียเงิน และเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้มากขึ้น


ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าคุณเทรดตามแนวรับ-แนวต้าน คุณไม่จำเป็นต้องรีบเข้าเทรดทุกครั้งที่ราคาขยับเข้าหาแนวรับหรือแนวต้าน คุณควรรอให้มีสัญญาณที่ชัดเจน เช่น price action ที่บ่งบอกว่าแนวรับนั้นแข็งแกร่งก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเข้าไป มันจะช่วยให้คุณมีความมั่นใจในจังหวะนั้นมากขึ้นและลดความเสี่ยงไปในตัว


หยุดกังวลว่าคุณจะต้องใช้เวลามากในการหาจังหวะที่ดี

หลายครั้งนักเทรดมือใหม่มักรู้สึกว่าตัวเองต้องเทรดบ่อยๆ เพราะกลัวจะพลาดโอกาส แต่จริง ๆ แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ตลาดมีจังหวะขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา การรอให้เจอโอกาสที่ชัดเจนและเหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณ เป็นวิธีที่ดีกว่าการพยายามจับทุกการเคลื่อนไหวของตลาด


การเทรดที่ดีไม่ใช่เรื่องของปริมาณ แต่เป็นเรื่องของคุณภาพของโอกาสที่คุณเลือกเข้า คุณไม่จำเป็นต้องอยู่หน้าจอตลอดเวลา แค่ใช้เวลาส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์และวางแผน พอเจอโอกาสที่เข้ากับกลยุทธ์ที่คุณเตรียมไว้ ก็ลงมือเทรดอย่างมีวินัยครับ


คุณไม่จำเป็นต้องจับทุกการเคลื่อนไหวของตลาด

นักเทรดหลายคนมีความคิดว่า การเทรดที่ประสบความสำเร็จคือการทำกำไรได้ทุกครั้งที่ตลาดขยับ แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดครับ การพยายามเทรดทุกการเคลื่อนไหวของตลาดไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำกำไรได้มากขึ้น ในทางกลับกัน การเข้าออกตลาดบ่อยเกินไปอาจจะทำให้คุณเจอกับความผันผวนที่ไม่คาดคิดและเสียเงินได้มากขึ้น


ในความเป็นจริง คุณแค่ต้องมองหา **โอกาสที่เหมาะสม**  เช่น เจอสัญญาณยืนยันจากเครื่องมือเทคนิคของคุณและตรงกับกลยุทธ์ที่คุณวางไว้ก็เพียงพอแล้ว


1 setup ก็เพียงพอแล้ว

คุณไม่จำเป็นต้องมีหลายๆ กลยุทธ์ หรือเทรดทุกการเคลื่อนไหวของตลาดเพื่อจะประสบความสำเร็จในการเทรดครับ แค่มี setup เดียวที่มั่นใจ ว่าเป็น A+ setup และคุณสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดี เท่านั้นก็เพียงพอให้คุณชนะในสนามนี้แล้ว 


โฟกัสไปที่โอกาสที่มีคุณภาพและจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ แล้วคุณจะพบว่าการเทรดเป็นเรื่องที่มีประสิทธิภาพและสนุกขึ้นมากครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

แชร์วิธีการหารายได้จากการช่วยขาย ebook ที่ mebmarket.com

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

Anthropic ฝึกโมเดล Mythos ล่าสุดบนชิปของ AWS → $AMZN พุ่งแรง ทำไม $MRVL กับ $AAOI ถึงรอคิวเด้งตาม

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน

Photonics Panic : บริษัทที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง (และโอกาสลงทุน)