The Space Economy คืออะไร? ทำไมจึงเป็นธีมเด่นของปี 2026

Image
  The Space Economy คืออะไร (สั้น ๆ ก่อน) ถ้าเปรียบโลกการลงทุนเป็นเมืองหนึ่ง Space Economy คือ “ย่านใหม่ของเมือง” ที่ยังสร้างไม่เสร็จ แต่คนที่เข้าไปก่อน มีโอกาสได้ที่ดินราคาถูก และโตไปพร้อมเมือง ธุรกิจอวกาศไม่ได้มีแค่ “ยิงจรวด” แต่มันคือระบบเศรษฐกิจทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ส่งของขึ้นฟ้า → ใช้งาน → เอาข้อมูลกลับมาหาเงินบนโลก ต่อไปมาดูทีละกลุ่ม แบบเข้าใจง่าย ๆ 1) Launch Services Providers คนเปิดประตูสู่อวกาศ ตัวอย่าง: $RKLB Rocket Lab นี่คือบริษัทที่ทำหน้าที่เหมือน “สายการบินของอวกาศ” ใครอยากเอาดาวเทียมขึ้นฟ้า ต้องใช้บริการกลุ่มนี้ก่อนเสมอ 🔹 จุดเด่น ยิ่งดาวเทียมเยอะ → ความต้องการยิงจรวดยิ่งสูง เป็นด่านแรกของทั้งระบบ 🔹 มุมมองนักเทรด ถ้า Space Economy โตจริง กลุ่มนี้คือคนเก็บค่าผ่านทาง 2) Space Infrastructure and Services ช่างก่อสร้างและผู้ดูแลเมืองบนวงโคจร ตัวอย่าง: $RDW, $LUNR, $MNTS, $LLAP, $SIDU บริษัทกลุ่มนี้ไม่ใช่ยิงจรวด แต่คือ สร้างโครงสร้าง ดูแลดาวเทียม ระบบพลังงาน / การเคลื่อนย้ายในอวกาศ 🔹 เปรียบง่าย ๆ เหมือนบริษัทรับเหมาก่อสร้าง + ซ่อมบำรุง ถ้าไม่มีพวกเขา เมืองอวกาศอยู่ไม่ได้ 🔹...

Risk Reward management ต่างหากที่เป็นส่วนสำคัญของหนังสือ

"ความสำเร็จของผมในฐานะนักเทรดหุ้น 

ไม่ได้มาจากสูตรลับใด ๆ ในการหาหุ้นที่ใช่ 

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากการจัดการความเสี่ยงอย่างเคร่งครัดและมีวินัยเสมอ ไม่ใช่เพราะผมเทรดถูกทุกครั้ง 

ตรงกันข้าม—ผมผิดบ่อยด้วยซ้ำ 

แต่สิ่งที่ทำให้ผมอยู่รอดและก้าวหน้าได้ 

คือการขาดทุนให้น้อยที่สุดเมื่อผิด"

- มาร์ค มิเนอร์วินี

.

เห็นทวีตนี้แล้ว ทำให้นึกถึงหนังสือของพี่มาร์ค

มือใหม่จำนวนมาก หมกมุ่นกับเนื้อหาชี้แจงวิธีการคัดหุ้น+หาหุ้นผู้ชนะ

Trend template + VCP + SEPA

หลายคนถึงกับคิดว่าเนื้อหาในส่วนนั้นคือ Holy Grail

ถ้าอ่านแล้วจำได้หมด ฉันรวยเหมือนเขาแน่

.

แท้จริงแล้วไม่ใช่เลย 

ความจริงคือมันแม่นยำแค่ 50-50

ภาพที่เอามาให้ดูนั้นคือ 50% ของทั้งหมด

ยังมีอีก 50% ที่เป็นแบบนี้แล้วล้มเหลว

.

แต่มือใหม่ ไม่รู้

พอไม่รู้ ก็เลย บริหารจัดการตัวที่ล้มเหลวไม่ได้

จึงพาล ด่าหนังสือ ด่า price pattern โทษว่าไม่เหมาะกับเมืองไทย

ความจริงในต่างประเทศมันก็แม่นยำแค่ 50-50

พี่มาร์คเองก็ยอมรับว่ามัน แม่นยำแค่ 50-50

.

เพราะมัน แม่นยำแค่ 50-50 นี่เองแหละ

ที่ Risk Reward management จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ

แม่นยำแค่ 50-50 จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

ถ้าคุณคิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่าหลายเท่า

Risk Reward management ต่างหากที่เป็นส่วนสำคัญของหนังสือ

.

กลับไปอ่านหนังสือของพี่มาร์คซ้ำครับ

เจาะจงอ่านส่วนของการบริหารความเสี่ยง

เจาะจงอ่านส่วนของการบริหารการเทรด

ส่วนนั้นสำคัญที่สุด 

ส่วนนั้นแหละคือ Holy Grail

.

ถ้าคุณเก็ท สิ่งที่ผมสื่อในบทความนี้

การเทรดของคุณจะเปลี่ยนไปแน่นอน

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)