York Space Systems ($YSS) หลัง IPO: โอกาสโตจากงบกลาโหมสหรัฐ แต่ต้องระวังความเสี่ยง

Image
หุ้น $YSS ถูกพูดถึงในฐานะ “ม้ามืด” ด้านดาวเทียมความมั่นคง หลังเข้า IPO ต้นปี 2026 โดยมีความเกี่ยวข้องกับ Space Development Agency (SDA) ซึ่งเพิ่งได้งบเพิ่มสำหรับโครงการ Transport Layer ✅ เหตุผลฝั่งบวก (Bull Case) 1) สัญญาณความเชื่อมั่นจากสถาบัน BlackRock ซื้อหุ้นกว่า 7 แสนหุ้นหลัง IPO ผู้บริหารและบอร์ดเข้าซื้อ ไม่มีรายงานขาย → สะท้อนความมั่นใจในมูลค่าปัจจุบัน 2) งบ SDA หนุนโดยตรง กฎหมายงบประมาณปี 2026 คืนงบ $500M ให้โครงการ Tranche 3 York เคยส่งมอบ 21 ดาวเทียมใน Tranche 1 มีสัญญา USSF มูลค่า $237M และอัตราชนะประมูลสูง → ถ้าได้งานเพิ่ม รายได้ปี 2026 อาจแตะ $300M+ 3) ผู้นำมีวิสัยทัศน์ CEO เน้นควบคุมซัพพลายเชนเอง ลดต้นทุน (อ้างว่าถูกกว่าคู่แข่งครึ่งหนึ่ง) โฟกัสการผลิตจำนวนมาก รองรับเครือข่ายดาวเทียมขนาดใหญ่ 4) ความได้เปรียบจาก Vertical Integration ควบคุมตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ทดสอบ ถึงภาคพื้นดิน ลดดีเลย์ ลดต้นทุน → เหมาะกับยุค “proliferated constellation” ที่ต้องส่งขึ้นจำนวนมาก 5) มูลค่าและอัพไซด์ มาร์เก็ตแคปราว $3.4B ต่ำกว่าราคา IPO เดิม เป้านักวิเคราะห์บางราย ~$44 (มีอัพไซด์ถ้างานไหลเข้า...

เขาเทรดขาดทุนซ้ำซากมาตลอด 15 ปี จนพบจุดเปลี่ยนนี้


ตลอดการเดินทางในการเทรด 23 ปีของผม ผมเป็นเทรดเดอร์ที่ย่ำแย่ไปมากกว่า 15 ปี อย่างที่ผมเคยเล่าไว้ในโพสต์ก่อนๆ ผมเคยล้มเหลวในเครื่องมือเกือบทุกประเภทที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ออปชัน ฟิวเจอร์ส หรือสกุลเงิน ถ้าชื่อว่ามีเครื่องมือนั้นอยู่ ผมก็น่าจะเคยล้มเหลวกับมันมาแล้ว ยกเว้นก็แต่บิทคอยน์ ที่เกิดขึ้นมาหลังจากผมปรับปรุงตัวได้สำเร็จ แล้วอะไรล่ะที่ช่วยให้ผมเปลี่ยนแปลงจนสามารถเทรดได้อย่างสม่ำเสมอและทำกำไรได้?



อัพเดทอีบุ๊กใหม่ขึ้นห้องสมุดครับ

https://mebmarket.com/index.php?action=search_book&type=author_name&search=%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%20%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87&auto_search_id=&exact_keyword=1&page_no=1


เทรดแบบ “รถถัง”:

ในการสัมภาษณ์ของ Marios แชมป์ USIC ในช่อง TraderLion เขาพูดถึงแนวคิดการเป็น “รถถังที่แข็งแกร่ง” (ultimate tank) [ลิงก์วิดีโอ](https://youtube.com/watch?v=7UfHg8PpDZk&t=5472s) ตอนที่ผมได้ยินแนวคิดนี้ ผมก็เข้าใจทันทีว่านั่นแหละคือสิ่งที่ผมทำมา ผมเปลี่ยนจากการเป็น “ปืนใหญ่ที่เปราะบาง” ที่พร้อมพังลงได้จากความผันผวนเพียงเล็กน้อย มาเป็น “รถถัง” ที่สามารถทนต่อการโดนโจมตีเล็กๆ น้อยๆ ได้ และรอคอยโอกาสที่จะโจมตีกลับอย่างหนัก สิ่งเดียวที่ผมเปลี่ยนคือการลดความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้งลงเหลือ 0.25-0.5% ทันทีที่ปรับลดความเสี่ยง ความแข็งแกร่งของผมก็ดีขึ้นอย่างมาก แน่นอนว่าคุณยังต้องใส่ใจกับสภาวะตลาดและต้องมีรูปแบบการเทรดที่ดี เพราะไม่อย่างนั้นคุณอาจจะตายจากบาดแผลเล็กๆ หลายพันแผล แต่ที่แน่ๆ คุณจะไม่พังทลายอย่างใหญ่โตอีกต่อไป


ฟังเสียงสะท้อนจากตลาด:

ในช่วงแรกของการเทรด ผมค่อนข้างดื้อดึง พอเจอความสูญเสียต่อเนื่อง ผมกลับคิดว่าผมพยายามไม่พอ ฮ่าๆ แม้ว่าตลาดจะส่งสัญญาณชัดเจนว่ามันไม่ได้ไปในทางที่ผมหวัง ผมก็ยังคงเพิ่มทุนในตำแหน่งที่ขาดทุนและเทรดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผลก็คือผมโดนตลาดกลืนกินอย่างสิ้นเชิง แต่เมื่อผมเริ่มเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้สอดคล้องกับผลลัพธ์ ไม่ว่าจะเป็นการลดความเสี่ยงและกิจกรรมเมื่อเจอช่วงขาดทุน หรือเพิ่มขึ้นเมื่อมีความสำเร็จ ผลการเทรดของผมก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ผมเริ่มฟังเสียงตลาด ถ้ามีสัญญาณลบ ผมจะถอยออกมา แต่ถ้ามีสัญญาณบวก ผมก็จะเพิ่มความมั่นใจและอาจจะกล้าเทรดมากขึ้น การปรับตัวแบบนี้ไม่ง่ายและต้องใช้เวลา แต่เป็นสิ่งจำเป็น การเพิกเฉยต่อสัญญาณลบและคิดว่ามันจะดีขึ้นเองไม่ใช่แผนการเทรดที่ดี เช่นเดียวกับการไม่ใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่ตลาดมีความเป็นไปได้สูงในการทำกำไร จะยิ่งทำให้คุณพลาดโอกาสดีๆ ไป


โฟกัสที่กระบวนการและรูปแบบหลักเพียง 1-2 แบบ:

ในช่วงแรกๆ ผมไม่มีเป้าหมายที่แน่นอน เปลี่ยนระบบ เปลี่ยนสไตล์การเทรดไปเรื่อย ไล่ตามตัวชี้วัดใหม่ๆ และทุกอย่างที่ดูเหมือนจะให้ผลตอบแทนดี ผมเคยลองใช้ทั้งกราฟ 5, 30, 60 นาที, รายวัน, รายสัปดาห์ ถ้าคุณหาดีๆ คุณจะเจอรูปแบบการเทรดที่ใช่สักที่แน่นอน และตลาดก็พร้อมจะเสิร์ฟให้ผมเสพติดการเทรดไปเรื่อยๆ ผลก็คือการเทรดมากเกินไป จนผมรู้ตัวว่าต้องโฟกัสกับรูปแบบหลักๆ เพียงไม่กี่แบบ และกรอบเวลาไม่กี่ช่วง ทำให้ผมหยุดการเทรดมากเกินไป ซึ่งต้องอาศัยความอดทนและวินัยที่ผมเคยขาดไปอย่างมาก ตอนนี้ ผมพบว่าตัวเองเทรดเยอะในบางตลาดและแทบไม่ทำอะไรเลยในตลาดอื่น ขึ้นอยู่กับว่ามีรูปแบบหลักที่ผมมองหาอยู่หรือไม่ ปัจจุบันผมใช้เวลาเทรดใกล้ช่วงเปิดตลาดราวๆ 30-60 นาทีต่อวัน และเวลาใส่ออเดอร์จริงๆ แค่ 5-10 นาทีในแต่ละรอบ เมื่อผมตระหนักว่า การนั่งดูกราฟทั้งวัน 6.5 ชั่วโมงไม่ได้เปลี่ยนผลของการเทรดแต่ละรายการ ผมก็หันไปโฟกัสกับเรื่องอื่นๆ แทน การนั่งจ้องหน้าจอนั้นนอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังทำให้ผมอยากจะเข้าไปยุ่งกับตำแหน่งของตัวเองโดยไม่จำเป็น


การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ – การกลายเป็นรถถัง การฟังเสียงสะท้อนจากตลาด และการโฟกัสกับกระบวนการและรูปแบบหลักเพียงไม่กี่อย่าง – เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผมสามารถเทรดได้อย่างสม่ำเสมอและทำกำไรได้ มันใช้เวลานานและต้องผ่านการลองผิดลองถูกมากมาย แต่ถ้าคุณโฟกัสที่สิ่งเหล่านี้ ผมมั่นใจว่าคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย สิ่งเหล่านี้ถูกพูดถึงซ้ำๆ โดยนักเทรดชั้นนำอย่าง Minervini, Qullamaggie, Zanger และนักเทรดระดับสูงอื่นๆ แต่ถ้าคุณยังไม่ได้สัมผัสกับประสบการณ์เหล่านี้ มันก็ยังไม่ใช่ความจริงของคุณ จงทำให้มันเป็นประสบการณ์ของคุณ จนกระทั่งมันกลายเป็นความจริงของคุณเอง

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น