แนวทางซื้อเพิ่ม หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ให้ได้สิบเด้ง

Image
https://x.com/TraderLion/status/2105598645101834591 แนวคิดหลักของ Ross Haber: ทุกคนอยากซื้อตอน Breakout แต่คนส่วนน้อยที่อยู่กินกำไรคำใหญ่ได้ เพราะไม่รู้วิธีถือ แนะนำหนังสือ หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ https://www.zyo71.com/2019/05/3.html วิธีของเขาคือ ไม่ขายเพราะกลัว แต่ใช้ Trailing Stop ตามเส้นค่าเฉลี่ย (Moving Average) ในช่วงตลาดกระทิง เพื่อให้หุ้นวิ่งได้เต็มที่ แต่ก็ปกป้องกำไรไว้ เส้นค่าเฉลี่ย = เครื่องมือปกป้องกำไร ไม่ใช่แค่จุดซื้อ กรณีศึกษา SHOP ตั้งแต่ ก.ค. 2016 ในภาพ: การขึ้นรอบใหญ่: ถึงจะมีจังหวะเขย่าหลุด 21-DMA / 23-EMA บ้าง แต่ตลอดทาง SHOP เคารพ 50-DMA และ 65-EMA มาตลอด จนกว่าจะทำท็อปแล้วหลุดจริง จังหวะซื้อซ้ำ (Buy here): ทุกครั้งที่ย่อลงมาแล้วเด้งกลับมายืนเหนือ 21-DMA/23-EMA ได้ คือจุดเติมของ 1st pullback หลัง breakout ยืน 21-DMA/23-EMA ได้ = ทรงดี 2nd pullback ก็ยังยืนได้ 3rd pullback ถ้าหลุด 21-DMA/23-EMA คือสัญญาณอ่อนแรง สัญญาณเตือนให้ระวัง: ปิดแคบๆ ในกรอบสั้นๆ = ดี (Super tight closes = constructive) วอลุ่มน้อยตอนย่อ = ยังไม่มีแรงขายจริง (Not enough volume to add) วอลุ่มหนักมากตอน...

SELIC ผู้ผลิตกาว ที่จะโตตามแนวโน้มอุตสาหกรรมกาวโลก


SELIC ธุรกิจของบริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมกาว ถือว่ามีความสำคัญ โดยใช้เป็นตัวเชื่อมที่อยู่ในอุตสาหกรรมทุกขนาด โดยส่วนใหญ่ลูกค้าอยู่ในธุรกิจอาหาร เครื่องดื่มมากที่สุด 20% รองลงมาเป็นธุรกิจรองเท้า เครื่องนุ่งห่ม บรรจุภัณฑ์ และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งมีการกระจายกลุ่มลูกค้าค่อนข้างมากและมีโอกาสการขยายฐานลูกค้าเพิ่มในทุกอุตสาหกรรม ลูกค้าที่หลากหลายจะช่วยลดความเสี่ยงความผันผวนในแต่ละอุตสาหกรรมด้วย

อย่างที่ทราบกัน, กาวเป็นสินค้าที่ใช้แล้วหมดไป ลูกค้าต้องซื้อซ้ำเป็นประจำ ถือเป็นสินค้าที่ดีในมุมมองของนักลงทุน เพราะมันมีโอกาสเติบโตได้

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือบริษัทได้ตัดสินใจโฟกัส ในการผลิตกาวเท่านั้น โดยการตัดธุรกิจที่นอกเหนือจากกาวออก และสินค้าที่ไม่ก่อให้เกิดกำไรออกไปด้วย





ดังนั้นประเด็นที่น่าติดตามก็คือว่า จะโตได้แค่ไหน?
ลูกค้ามีเยอะมั้ย?
มีอะไรที่สามารถทำให้ลูกค้า "ติดหนึบ" กับผลิตภัณฑ์ที่บริษัท ทำขึ้นมา?


ข้อแรก, ผู้บริหารบอกว่า ความต้องการใช้กาวโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตลาดเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา เพราะมีการเปลี่ยนมาใช้กาวมากขึ้น

อีกอย่าง ลูกค้าอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อันมีสัดส่วนการซื้อถึง 20% ของพอร์ตบริษัท ก็มีความต้องการซื้อมากขึ้น รวมถึงมีการขยายโรงงานเพิ่มอีกต่างหาก


ทางด้านอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ก็มีแนวโน้มความต้องการซื้อที่โตเช่นกัน โดยเฉพาะ CLMV


มาดูแนวโน้มการเติบโตของยอดขาย ตามชนิดผลิตภัณฑ์
ออกไปทางทรงๆและทรุด ซึ่งแตกต่างจากการพรีเซนต์ของคุณเอก CEO เลยนะ
ส่วน Hot melt อันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทีมงานได้วิจัยและพัฒนาขึ้นมาเองก็ยังไม่มีนัยยะอะไร


ทางด้านความสามารถในการทำกำไร จากที่ได้ลดสัดส่วนโปรดักท์อื่นๆที่ไม่ใช่กาวออก
กำไรขั้นต้นก็สวยขึ้น โตขึ้น

แต่กระนั้น, ยังมีอีกส่วนซ่อนอยู่คือ บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิลดลง ตรงนี้ที่เป็นประเด็น เพราะเขาเอาเงินไปใช้เพื่อขยายตลาด อันจะมีผลให้ยอดขายมีโอกาสโตได้ในอนาคต


โครงการในอนาคต
จะเน้นไปในทางของ R&D ซึ่งผมมองในด้านบวกเลยนะ เพราะนี่แหละที่จะทำให้ธุรกิจมีจุดแข็ง และสามารถสร้างกำแพงความได้เปรียบใหม่ๆได้ ถ้าทำดี

จะพัฒนาห้องแล็ป ซื้ออุกรณ์ และนำเข้าพนักงานต่างชาติ ให้มาช่วยพัฒนาสินค้าให้สามารถแข่งขันและยกระดับขึ้นไปสู้ได้ในกลุ่ม Asia Pacific

ดังนั้นเราจึงต้องคาดหวังที่จะเห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาดอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนั้นก็จะพัฒนาไลน์การผลิตให้ทันกับโปรดักท์ใหมๆ ที่จะได้ออกมาจากห้องแล็ป อันจะทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนกันไปพอสมควร

ชัดแล้วล่ะว่า พวกเขาจะมี New Products แน่นอน

ส่วน New Market
บริษัทคาดว่าปี 2560 รายได้จะสามารถเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักได้ จากปีนี้ ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับอุตสากรรมกาวที่ปีหน้าจะยังมีการเติบโตอยู่ เพราะมองว่าหากสหรัฐอเมริกามีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และยุโรปจะมีการผ่านจุดต่ำสุดไปและเริ่มปรับตัวดีขึ้น

ซึ่งปัจจัยที่กล่าวมาน่าจะส่งผลดีมายังทวีปเอเชียด้วย ซึ่งตลาดในประเทศน่าจะมีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทเองมีการเดินหน้าหาลูกค้าและขยายฐานลูกค้าไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ มากขึ้น

พร้อมกันนี้บริษัทยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ 30% กระจายอยู่ใน 27 ประเทศทั่วโลก

ซึ่งในปี 2560 บริษัทจะรุกประเทศออสเตรเลียและประเทศในกลุ่ม CLMV(ลาว เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา) มากขึ้น ซึ่งในประเทศออสเตรเลียได้มีการเริ่มจำหน่ายสินค้าแล้ว

ส่วน CLMV มองว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจมากและมีอัตราการเติบโตที่ดี พร้อมกันนี้ยังศึกษาที่จะเข้าไปจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นแต่ยังไม่ได้สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ชัดเจน

S หรือ Shares Outstanding นั้นก็เข้าสูตรนะ เพราะมี 280 ล้านหุ้น เจ้าของถือเกินครึ่ง รายย่อยถือ 31%


ทางด้านกราฟ อันเป็นความเห็นของตลาดอันหมายถึง M = Market 
ก็พบว่า น่าจะ bottom ไปแล้ว กำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ
และมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้อีก ถ้าผ่าน 3.40 ขึ้นไปได้ จะมีพลังมากขึ้น


พอจะสรุปได้ว่า เป็นบริษัทที่มีความน่าสนใจพอสมควร ในเชิงของความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตณฑ์ เพราะเน้นการทำ R&D ออกสินค้าใหม่ๆ

ยิ่งถ้าอุตสาหกรรมกาวโลกเติบโต มีความต้องการใช้กาวเพิ่มขึ้น ก็น่าจะส่งผลในทางบวกต่อความสามารถในการขายและทำกำไรในอนาคตอันไกล้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็อย่าเพิ่งไว้ใจ หรือฝันไกลเกินจริง ผลประกอบการเท่านั้นที่จะให้คำตอบที่ดีที่สุด ว่ามันเหมาะสมที่จะเป็นหุ้นดาวรุ่งตัวใหม่หรือเปล่า

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

แนะนำอีบุ๊คเล่มใหม่ครับ เทคนิค Pyramiding คิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่า 10 เท่า

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

สรุปเนื้อหามังงะ ตามติดชีวิตนักเทรดฟอเร็กซ์ FX Fighter Kurumi-chan