Nicolas Darvas Trading System





Nicolas Darvas Trading System
แปลจาก http://www.darvastraderpro.com/nicolas-darvas-system.htm
.
ถือเป็นงานที่มีเนื้อหาเพิ่มเติมจากที่ผมเคยโพสต์เอาไว้ก่อนหน้านี้คือ วิธีกรองหุ้นของ Darvas โดยดูพื้นฐาน+โมเมนตัม ( fb.com/zyoit/posts/850303651763559 ) พอสมควรเพราะมันเพิ่มเติมในแง่มุมของพื้นฐานที่ช่วยให้เรามีความมั่นใจในการถือมากขึ้น เพราะผมเชื่อว่า เทคนิคอลช่วยให้เราได้จังหวะซื้อที่ดี แต่หากจะให้เราทนถือหุ้นจนได้กำไรมากๆต้องอาศัยความศรัทธา-ซึ่งมันก็คือพื้นฐานทางธุรกิจนั่นเอง
.
เนื่อหามีดังนี้:
มันมากกว่า50 ปีแล้วที่ระบบเทรดของดาร์วาสเป็นที่รู้จัก ระบบของเขาเป็นการเล่นตามแนวโน้ม (Trend-Trading System) ซึ่งในปัจจุบัน-เทรดเดอร์ระดับท็อปใช้เป็นเครื่องมือหาหุ้น(ราคา)เติบโตเร็วและเกาะกระแสเพื่อทำเงินไปตามแนวโน้มนั้น
.
นักลงทุนสไตล์ดาร์วาสมักจะตัดขาดทุนอย่างรวดเร็ว, การเทรดที่ได้ชัยส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อแล้วถือเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน
ดังนั้น,ระบบนี้อาจไม่เหมาะสำหรับคนเล่นสั้นหรือแม้แต่เดย์เทรด เพราะมันต้องใช้ความอดทนต่อความผันผวนมากกว่า
.
เป้าหมายของระบบเทรดของดาร์วาสคือการลงทุนเฉพาะหุ้นที่มีศักยภาพในการขึ้นเท่าตัว,สองเท่า,สามเท่า หรือสี่เท่า ภายในหกเดือนถึง 12 เดือน ดังนั้นเขาจึงพัฒนาเกณฑ์การคัดกรองที่ตัวเองพบว่ามันมีศักยภาพตามที่เขาต้องการ
.
ในปี 1977 หลังจากที่เขาออกหนังสือ You Can Still Make It in the Market ก็ได้ขยายความระบบของเขา โดยเรียงลำดับดังนี้
1) เลือกซื้อหุ้นของบริษัทที่มีการเจริญเติบโตและมีแนวโน้มผลประกอบการดีขึ้นเรื่อยๆ
2) เลี่ยงบริษัทที่ธุรกิจโตมากจนไม่สามารถขยายได้อีกแล้ว
3) เช็คแนวโน้มตลาดโดยรวม เพื่อให้แน่ใจว่าหุ้นส่วนใหญ่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
4) ตรวจสอบว่าหุ้นนั้นอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพทางการขึ้นของราคาดีกว่ากลุ่มอื่น
5) เลือกเฉพาะหุ้นที่ราคาวิ่งขึ้นและมีวอลุ่มเพิ่มขึ้นด้วยเท่านั้น
.
จากนั้น, และหลังจากผ่านเกณฑ์ทั้งห้าข้อ ดาร์วาสจะประเมินหุ้นตาม "ทฤษฎีกล่อง"
.
ทฤษฎีกล่องของดาร์วาส
เขาได้อธิบายแบบกว้างๆคือ การเคลื่อนที่ของราคาจะไม่ไร้ทิศทาง แต่มันจะขึ้นเป็นช่วงราคาหรือกล่อง
ดังนั้นเมื่อเขาอธิบายแบบหยาบๆๆอย่างนี้ เราจึงไม่ควรเถรตรงแบบเป๊ะๆเกินไป เพราะนั่นเป็นการอธิบายแบบภาพรวม
ถ้าจะตีความให้ชาวบ้านเข้าใจก็คือ ราคามันต้อง "ยกไฮยกโลว์" นั่นเอง การจะยกไฮได้ก็ต้องข้ามแนวต้านขึ้นไป จะยกโลว์ได้-โลว์ใหม่ก็ต้องสูงกว่าโลว์เก่า(ซึ่งมันก็คือแนวรับเก่านั่นเอง)
.
ที่วอลสตรีท, เขาเรียกรูปแบบนี้ว่า “trend trading” เพราะคุณซื้อหุ้นที่ราคาเติบโตสูง-จากการที่ราคาวิ่งยกไฮขึ้น(แนวโน้มยกขึ้น) และจะขายก็ต่อเมื่อราคาร่วงลงต่ำกว่าแนวรับถัดมา(หลุดเทรนด์ขาขึ้น)
.
สถาบันขนาดใหญ่(Big money) ประเภท กองทุนรวม, เฮ็ดจ์ฟันด์, กองทุนบำนาญ, กองทุนทรัสต์ ฯลฯ เป็นผู้ที่มีความสามารถในการผลักดันราคาหุ้นให้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นนักลงทุนสายดาร์วาสต้องเกาะตามติดสถาบันพวกนี้เป็นหลัก(เป็นเหาฉลาม)
.
โอกาสของนักลงทุนรายย่อย
นี่คือเหตุผลที่รายย่อยได้เปรียบผู้จัดการกองทุนขนาดใหญ่ เพราะด้วยจำนวนเงินของพวกเราน้อยกว่ามาก จึงสามารถเข้าและออกได้เร็วกว่า
และรายย่อยสามารถเกาะแนวโน้มขาขึ้นไปพร้อมกับสถาบันแถมยัง(มีโอกาส)ชิงจังหวะขายหนีออกก่อนที่สถาบันจะปล่อยของออกล็อตใหญ่ได้อีกด้วย
.
บางคนอาจนึกตะหงิดที่ว่า ระบบของดาร์วาส ก็ออกจะคล้ายกับ CAN SLIM อยู่นะ ท่านคิดไม่ผิดหรอก เพราะโอนีลก็ได้แรงบันดาลใจมาจากงานของดาร์วาสนี่แหละ
.
ถ้าใครจำระบบของดาร์วาสไม่ได้ เรามีวิธีจำแบบง่ายๆ ดังนี้
D – Direction of the Market (ทิศทางของตลาด)
A – Accelerated Earnings and Sales (กำไรและยอดขายโตเร็ว)
R – Relative Price Strength (and Return on Equity)
V – Volume Increasing (ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น)
A – Aggressive Growth Group (มีการขึ้นอย่างรุนแรงเป็นกลุ่ม)
S – Sound Base Pattern(มีการสร้างฐานราคาที่สมบูรณ์)
.
ต่อไปจะขยายความออกเป็นข้อๆ ดังนี้
D – Direction of the Market 
ทิศทางของตลาด
ตลาดโดยรวมเป็นขาขึ้นหรือไม่? เป็นไปได้ยากมากที่หุ้นจะวิ่งขึ้นไปได้ไกลๆหากตลาดโดยรวมเป็นขาลง  ดังนั้น, ก่อนลงทุนก็ให้แน่ใจว่าทิศทางของตลาดโดยรวมมีการเคลื่อนที่ขึ้น
.
A – Accelerated Earnings and Sales
กำไรและยอดขายโตแบบรวดเร็ว
กำไรและยอดขายในไตรมาสนี้ของบริษัทนั้นเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมาหรือเปล่า?
ปกติคุณต้องการที่จะเห็นหุ้นที่มีกำไรและยอดขายในไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 40% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และจำไว้เลยว่า,กำไรและยอดขายยิ่งสูงเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น หากคุณมีทางเลือกระหว่างหุ้นที่กำไรและยอดขายเพิ่มขึ้น 50% กับอีกตัวเพิ่มขึ้น 90% ก็ให้ไปเลือกตัวที่เพิ่ม 90%
.
R – Relative Price Strength (and Return on Equity)
Relative Price Strength (และ ROE)
(ก่อนหน้านี้ Relative Price Strength จะไม่มีสำหรับหุ้นบ้านเรา แต่ปัจจุบันต้องขอบคุณเพจ Sheju (fb.com/SEHJuInvestmentResearch)ที่ได้ทำเอาไว้ให้ ท่านสามารถเข้าไปเช็คตัวเลขนี้ที่เพจนี้ได้)
หุ้นที่มีค่า Relative Price Strength ยิ่งสูง ยิ่งดี หากมากกว่า 80 จะยอดมาก)
.
ก่อนที่เขาจะพิจารณาซื้อ-ดาร์วาสอยากจะเห็นหุ้นตัวนั้นวิ่งขึ้นสูงกว่าปีที่แล้วอย่างน้อยเท่าตัว ถ้าหุ้นได้วิ่งขึ้นมาอย่างแข็งแรงตั้งแต่ปีที่ผ่านมา,นักลงทุนส่วนใหญ่จะกลัวเพราะคิดว่ามันขึ้นมาสูงแล้ว-ต่อไปอาจจะลงแรงก็ได้, แต่จากข้อมูลที่ผ่านมาบอกว่า-ดาร์วาสประเมินถูกเพราะมันจะไปต่อได้อีก; ถ้าหุ้นได้วิ่งขึ้นอย่างมีพลังแล้ว, มันก็ได้พิสูจน์ตัวเองว่ามันยังมีแรงเหลือที่จะวิ่งสูงขึ้นไปได้อีก
.
อีกลักษณะที่สำคัญของหุ้นที่เข้าสูตรดาร์วาส ก็คือ ROE สูง ผู้จัดการกองทุนชอบที่จะเห็น ROE สูงๆ บางคนถึงกับให้ค่าพรีเมี่ยมกับหุ้นที่มี ROE สุงๆ มากกว่าหุ้นที่มีกำไรและยอดขายโตด้วยซ้ำ
(อย่าลืมนะ ว่าเราต้องเกาะกระแส big money อย่างพวกกองทุน ดังนั้น ถ้าเขาชอบอะไรเราต้องชอบตามด้วย)
.
วิลเลียม โอนีล ได้ทำการศึกษาย้อนหลัง 50 ปีในหุ้นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ผลการศึกษานี้ถูกตีพิมพ์ในหนังสือคลาสสิกของเขา How to Make Money in Stocks โอนีลพบว่าเกือบทั้งหมดของหุ้นที่เขาเรียกว่า "หุ้นเติบโตที่ยิ่งใหญ่สุดของปีที่ผ่านมา" เริ่มต้นจากที่มี ROE 17% หรือมากกว่านั้น และเช่นเดียวกับถ้ารายได้และยอดขายสูงกว่าเดิมด้วยล่ะก็  มันจะเป็นหุ้นในฝันเลยทีเดียว
.
ดังนั้น, หากมีกรณีที่เราต้องเลือก(ซึ่งหายากมากที่จะเจอเคสสุดยอดแบบนี้) เมื่อตัวเลือกของเรามีรายได้หรือเงื่อนไขอื่น ๆ ดูดีไปหมด, ก็ให้เราเลือกซื้อหุ้นที่มี ROE 17% หรือสูงกว่าเป็นคำตอบสุดท้าย
.
V – Volume Increasing
ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น
ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นในวันที่ราคาขึ้น,โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่หุ้น breakout ทำจุดสูงสุดใหม่หรือเปล่า?
ปริมาณการซื้อขายสามารถบอกคุณได้มากเกี่ยวกับหุ้น เป็นการดีที่คุณต้องการที่จะเห็นปริมาณการซื้อขายที่สูงกว่าปกติมากเมื่อหุ้น breakout ทำจุดสูงสุดใหม่ และวอลุ่มลดลงเมื่อราคาลดลง
.
A – Aggressive Growth Group
อยู่ในกลุ่มการเติบโตเชิงรุก
หุ้นตัวนั้นเป็นสมาชิกของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่ากลุ่มอื่นหรือเปล่า?
ในเวลาใดก็ตาม, มันจะมีหุ้นบางกลุ่มและภาคที่มีความร้อนแรงกว่าใคร มันจะเป็นแบบนี้เสมอและจะเป็นแบบนี้ต่อไป ตรวจสอบให้แน่ใจหุ้นของคุณเป็นสมาชิกของกลุ่มที่ร้อนแรงเหล่านี้
.
S – Sound Base Pattern
มีการสร้างฐานราคาที่สมบูรณ์
หุ้นตัวนั้นได้ breakout จากรูปแบบฐานที่สมบูรณ์หรือเปล่า?
คุณต้องซื้อหุ้นที่มีการ breakout จากช่วงราคาเก่า เพื่อขึ้นไปทำฐานใหม่เข้ามาในช่วงราคาที่สูงขึ้น นอกจากนี้คุณยังต้องการที่จะขายหุ้นที่จะร่วงลงไปอยู่ในช่วงราคาที่ต่ำกว่า ช่วงราคาเหล่านี้อาจถูกนำมาใช้อย่างเคร่งครัดในรูปแบบของกล่อง หรือฐานในรูปแบบอื่น ๆ (เช่น cup and handle, flat based, high tight flag, wyckoff accumulation,  ฯลฯ)

---------------------------------------------
----------------------------------
---------------------------
สนับสนุนโดย หนังสือหุ้นขาขึ้น ของผู้เขียนเอง
ชื่อ "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" และ "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด"
หนังสือหุ้นเทคนิค
ทำไมใครๆต่างบอกว่าหนังสือทั้งสองเล่มเป็นการปล่อยของแบบไม่กั๊ก?

"หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้น ด้วย กราฟวีค ก็จะเน้นการดูแนวโน้มขาขึ้นด้วย price pattern จากนั้นก็รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย จบลงที่การขายด้วย price pattern เรียกว่าครบวงจรตั้งแต่ซื้อยันขายเลยครับ อ่านเล่มเดียวจบ
อ่านสรุปหนังสือ หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ที่ http://zyo71.blogspot.com/2017/09/blog-post_7.html

ส่วน "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้นด้วยกราฟรายวัน เล่มนี้จะเน้นการดูแท่งเทียน เอามาใช้ในการหาสัญญาณต้นเทรนด์ของขาขึ้น ซื้อหุ้นแบบ buying strength, buy weakness รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย 10,20,50, 100, 200 วัน ขายหุ้นออกด้วย selling into strength, selling weakness เรียกว่าครบวงจรตั้งแต่ซื้อยันขายเลยครับ อ่านเล่มเดียวจบ
อ่านสรุปหนังสือ หุ้นซิ่ง สวิงเทรด ที่ http://zyo71.blogspot.com/2018/04/ema-swing-trade.html 


สนใจติดต่อสั่งซื้อหนังสือหุ้นทั้งสองเล่ม
ส่งข้อความไปที่เพจ Zyo Books : facebook.com/zyoboooks


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

วิธีทำเงินจาก $10,000 เป็น $42,000,000,000 ของ Dan Zanger

Manas Arora : ผมรวยเพราะเทรดสไตล์ Mark Minervini

BDMS กับเคสราคานำข่าว - รู้วิธีดูกราฟไว้ แล้วคุณจะได้เปรียบชาวบ้าน

สรุป Trading in The Zone แบบเจาะประเด็นเข้มข้น

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

หุ้นนำตลาด @ 15/2/2019