แนะนำ อีบุ๊ค เล่มใหม่ครับ "ปรัชญาสโตอิก เข้าใจง่าย ชนะตลาดได้ สำหรับนักเทรดมือใหม่"

Image
  แนะนำ อีบุ๊ค เล่มใหม่ครับ " ปรัชญาสโตอิก เข้าใจง่าย ชนะตลาดได้ สำหรับนักเทรดมือใหม่ " เชิญชวนให้นักเทรดมือใหม่ ทำความรู้จักปรัชญาสโตอิก และนำไปประยุกต์ใช้กับการเทรด แบบเข้าใจง่ายๆ ครับ หลังจากที่ผมเขียนหนังสือ Stoic Kickoff ไปแล้ว พบว่า ชอบการนำเสนอ แบบนั้น เข้าใจง่ายดี เลยขอต่อยอด เขียนสโตอิก สำหรับนักเทรดมือใหม่ ให้มือใหม่เข้าใจปรัชญานี้แบบง่ายๆ จึงกลายเป็นเล่มนี้ขึ้นมา ถ้าคุณชอบแนวทางการนำเสนอแบบ Stoic Kickoff ผมคิดว่า คุณน่าจะชอบเล่มนี้เหมือนกันแน่นอน " การเทรด คือ สนามฝึกสโตอิก ที่ง่ายและดีที่สุด " ผมเชื่อแบบนี้ครับ ดังนั้น จึงอยากนำเสนอ เพื่อให้คุณเปิดใจเรียนรู้  และนำเอา ปรัชญาสโตอิก ไปใช้ร่วมกับการเทรดดูครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน! ซื้ออ่านได้แล้วที่ https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjQ2NTcyOTt9

Being Right or Making Money ความต่างที่มือใหม่ ไม่เข้าใจ

ทัศนคติการเทรด "Being Right" กับ "Making Money" มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถส่งผลต่อผลลัพธ์ของการเทรดได้อย่างชัดเจน ดังนี้:


1. ทัศนคติ "Being Right" (การต้องถูกต้อง)

- ลักษณะของทัศนคติ: นักเทรดที่มีทัศนคตินี้มักจะมุ่งเน้นไปที่การพิสูจน์ว่าตัวเองถูกต้องเสมอ พยายามที่จะทำให้การคาดการณ์และการตัดสินใจในการเทรดถูกต้อง

- ผลลัพธ์:

  - อารมณ์และจิตใจ: นักเทรดอาจรู้สึกเสียใจหรือโกรธเมื่อการเทรดไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำให้เกิดความเครียดและความกดดัน

  - การจัดการการขาดทุน: การไม่ยอมรับความผิดพลาดอาจทำให้นักเทรดไม่ยอมปิดตำแหน่งที่ขาดทุน และถือครองตำแหน่งนานเกินไป จนกระทั่งขาดทุนหนักขึ้น

  - การตัดสินใจที่ไม่เป็นระบบ: การพยายามที่จะพิสูจน์ว่าตนเองถูกต้องอาจทำให้นักเทรดเปลี่ยนกลยุทธ์บ่อยๆ ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่เป็นระบบและไม่สอดคล้องกับแผนการเทรด


2. ทัศนคติ "Making Money" (การทำกำไร)

- ลักษณะของทัศนคติ: นักเทรดที่มีทัศนคตินี้มุ่งเน้นไปที่การทำกำไรในระยะยาวมากกว่าการพิสูจน์ว่าตนเองถูกต้อง พวกเขายอมรับความเสี่ยงและเข้าใจว่าการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเทรด

- ผลลัพธ์:

  - อารมณ์และจิตใจ: นักเทรดมักมีความสงบและมีสมาธิ เพราะมุ่งเน้นที่การปฏิบัติตามแผนการเทรดและการจัดการความเสี่ยง มากกว่าการพิสูจน์ว่าตนเองถูกต้อง

  - การจัดการการขาดทุน: นักเทรดที่มุ่งเน้นการทำกำไรมักมีการตั้งจุดหยุดการขาดทุน (stop loss) ที่ชัดเจน และยอมรับความผิดพลาดได้ง่ายขึ้น ซึ่งช่วยป้องกันการขาดทุนหนัก

  - การตัดสินใจที่เป็นระบบ: การมุ่งเน้นการทำกำไรทำให้นักเทรดปฏิบัติตามกลยุทธ์และแผนการเทรดอย่างเคร่งครัด ลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจที่อิงอารมณ์


วิธีการเปลี่ยนทัศนคติจาก "Being Right" เป็น "Making Money"

1. การเรียนรู้และยอมรับความเสี่ยง: นักเทรดควรเรียนรู้ว่าการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเทรด และไม่มีใครสามารถคาดการณ์ตลาดได้อย่างถูกต้องทุกครั้ง


2. การตั้งจุดหยุดการขาดทุนและจุดทำกำไร: การมีจุดหยุดการขาดทุนและจุดทำกำไรที่ชัดเจนจะช่วยให้นักเทรดสามารถปฏิบัติตามแผนการเทรดได้อย่างมีวินัย


3. การทบทวนและปรับปรุงแผนการเทรด: นักเทรดควรทบทวนผลการเทรดเป็นระยะ และพยายามปรับปรุงกลยุทธ์หรือแผนการเทรดอย่างต่อเนื่อง


4. การพัฒนาทัศนคติที่ถูกต้อง: นักเทรดควรมุ่งเน้นที่การทำกำไรในระยะยาว และพัฒนาทัศนคติที่ยอมรับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนของตลาด


สรุป : ทัศนคติ "Being Right" มุ่งเน้นที่การพิสูจน์ว่าตนเองถูกต้อง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเครียดและการตัดสินใจที่ไม่เป็นระบบ ขณะที่ทัศนคติ "Making Money" มุ่งเน้นที่การทำกำไรในระยะยาว ยอมรับความเสี่ยงและการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเทรด ซึ่งส่งผลให้นักเทรดมีวินัยและปฏิบัติตามแผนการเทรดได้ดียิ่งขึ้น


คอร์สสอนเล่นหุ้น

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

ขั้นตอนการทำราคาของ Market Maker

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave