RWA - Real world asset คืออะไร? ทำไมจึงเป็น mega trend

Image
  * การเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินระดับ Private Banking สำหรับทุกคน    * แพลตฟอร์มอย่าง ether_fi เริ่มเปิดให้ผู้ใช้กู้เงินโดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัล/โทเคนเป็นหลักประกันด้วยดอกเบี้ยต่ำ (4%) ทำให้เครื่องมืออย่าง วงเงินสินเชื่อที่มีสินทรัพย์/หุ้นค้ำประกัน (Asset-backed credit lines) ซึ่งเคยจำกัดอยู่แค่ในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ (Private Banking/Wealth Management) กลายเป็นสิ่งที่คนทั่วไปเข้าถึงได้  * การเติบโตของสินทรัพย์รูปแบบใหม่บน Blockchain (Tokenization & RWA)    * โลกการเงินบน Chain เปิดโอกาสให้เกิดสินทรัพย์ประเภทใหม่ๆ เช่น สินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกนำมาแปลงเป็นโทเคน (Real World Assets - RWA) หุ้นแปลงเป็นโทเคน (Tokenized Equities) ตั๋วเงินคลัง (T-Bills) ตลอดจนสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนจากการ Staking ซึ่งถูกรวบรวมไว้ได้ในพอร์ตเดียว  * กลยุทธ์ "ถือยาว ไม่ต้องขาย" (Never Sell, Just Borrow)    * ผู้ถือสินทรัพย์ไม่จำเป็นต้องขายสินทรัพย์ที่มูลค่าเพิ่มขึ้นเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย แต่สามารถนำพอร์ต (หุ้น, ทองคำ, ETH, T-Bills, อสังหาริมทรัพย์) ไปเป็นหลักประกันเพื...

Being Right or Making Money ความต่างที่มือใหม่ ไม่เข้าใจ

ทัศนคติการเทรด "Being Right" กับ "Making Money" มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถส่งผลต่อผลลัพธ์ของการเทรดได้อย่างชัดเจน ดังนี้:


1. ทัศนคติ "Being Right" (การต้องถูกต้อง)

- ลักษณะของทัศนคติ: นักเทรดที่มีทัศนคตินี้มักจะมุ่งเน้นไปที่การพิสูจน์ว่าตัวเองถูกต้องเสมอ พยายามที่จะทำให้การคาดการณ์และการตัดสินใจในการเทรดถูกต้อง

- ผลลัพธ์:

  - อารมณ์และจิตใจ: นักเทรดอาจรู้สึกเสียใจหรือโกรธเมื่อการเทรดไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำให้เกิดความเครียดและความกดดัน

  - การจัดการการขาดทุน: การไม่ยอมรับความผิดพลาดอาจทำให้นักเทรดไม่ยอมปิดตำแหน่งที่ขาดทุน และถือครองตำแหน่งนานเกินไป จนกระทั่งขาดทุนหนักขึ้น

  - การตัดสินใจที่ไม่เป็นระบบ: การพยายามที่จะพิสูจน์ว่าตนเองถูกต้องอาจทำให้นักเทรดเปลี่ยนกลยุทธ์บ่อยๆ ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่เป็นระบบและไม่สอดคล้องกับแผนการเทรด


2. ทัศนคติ "Making Money" (การทำกำไร)

- ลักษณะของทัศนคติ: นักเทรดที่มีทัศนคตินี้มุ่งเน้นไปที่การทำกำไรในระยะยาวมากกว่าการพิสูจน์ว่าตนเองถูกต้อง พวกเขายอมรับความเสี่ยงและเข้าใจว่าการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเทรด

- ผลลัพธ์:

  - อารมณ์และจิตใจ: นักเทรดมักมีความสงบและมีสมาธิ เพราะมุ่งเน้นที่การปฏิบัติตามแผนการเทรดและการจัดการความเสี่ยง มากกว่าการพิสูจน์ว่าตนเองถูกต้อง

  - การจัดการการขาดทุน: นักเทรดที่มุ่งเน้นการทำกำไรมักมีการตั้งจุดหยุดการขาดทุน (stop loss) ที่ชัดเจน และยอมรับความผิดพลาดได้ง่ายขึ้น ซึ่งช่วยป้องกันการขาดทุนหนัก

  - การตัดสินใจที่เป็นระบบ: การมุ่งเน้นการทำกำไรทำให้นักเทรดปฏิบัติตามกลยุทธ์และแผนการเทรดอย่างเคร่งครัด ลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจที่อิงอารมณ์


วิธีการเปลี่ยนทัศนคติจาก "Being Right" เป็น "Making Money"

1. การเรียนรู้และยอมรับความเสี่ยง: นักเทรดควรเรียนรู้ว่าการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเทรด และไม่มีใครสามารถคาดการณ์ตลาดได้อย่างถูกต้องทุกครั้ง


2. การตั้งจุดหยุดการขาดทุนและจุดทำกำไร: การมีจุดหยุดการขาดทุนและจุดทำกำไรที่ชัดเจนจะช่วยให้นักเทรดสามารถปฏิบัติตามแผนการเทรดได้อย่างมีวินัย


3. การทบทวนและปรับปรุงแผนการเทรด: นักเทรดควรทบทวนผลการเทรดเป็นระยะ และพยายามปรับปรุงกลยุทธ์หรือแผนการเทรดอย่างต่อเนื่อง


4. การพัฒนาทัศนคติที่ถูกต้อง: นักเทรดควรมุ่งเน้นที่การทำกำไรในระยะยาว และพัฒนาทัศนคติที่ยอมรับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนของตลาด


สรุป : ทัศนคติ "Being Right" มุ่งเน้นที่การพิสูจน์ว่าตนเองถูกต้อง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเครียดและการตัดสินใจที่ไม่เป็นระบบ ขณะที่ทัศนคติ "Making Money" มุ่งเน้นที่การทำกำไรในระยะยาว ยอมรับความเสี่ยงและการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเทรด ซึ่งส่งผลให้นักเทรดมีวินัยและปฏิบัติตามแผนการเทรดได้ดียิ่งขึ้น


คอร์สสอนเล่นหุ้น

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

แนะนำอีบุ๊คเล่มใหม่ครับ เทคนิค Pyramiding คิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่า 10 เท่า

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

สรุปเนื้อหามังงะ ตามติดชีวิตนักเทรดฟอเร็กซ์ FX Fighter Kurumi-chan

แนวทางซื้อเพิ่ม หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ให้ได้สิบเด้ง