กลยุทธ์การเทรดหุ้นเพื่อทำกำไร 100%+

Image
โพสต์นี้  https://x.com/FelipeGuirao/status/1993487766035087841 จากผู้ใช้ @FelipeGuirao ซึ่งเป็นนักเทรดหุ้นแบบสวิง (swing trader) ที่มีประสบการณ์ 12 ปี โพสต์นี้พูดถึงกลยุทธ์การเทรดหุ้นเพื่อทำกำไร 100%+ โดยเน้นหลัก ๆ 2 อย่าง:  - การหดตัวและขยายตัวของความผันผวน (Volatility contraction/expansion): คือช่วงที่ราคาหุ้นเคลื่อนไหวแคบ ๆ ก่อนจะระเบิดออกไปในทิศทางใหม่ - โมเมนตัม (Momentum): แรงผลักดันของราคาที่กำลังขึ้นหรือลงอย่างต่อเนื่อง เขาแนะนำให้สร้างระบบเทรดที่ผ่านการทดสอบย้อนหลัง (backtested) โดยใช้ 2 องค์ประกอบนี้ แล้วจะไม่มีทางผิดพลาด จากนั้นอธิบาย "วัฏจักรแนวโน้ม (trend cycle)" ใน 6 ขั้นตอนสำหรับการเทรดแบบตามเทรนด์ โดยไป long (ซื้อ) ในหุ้นที่กำลังขึ้น: 1. ขาแรกของเทรนด์ใหม่ (First leg of a fresh new trend): ราคาทะลุฐานใหญ่ (breaking out from a big base) ที่ก่อตัวมานานหลายสัปดาห์หรือเดือน 2. EMA ทั้ง 8, 20, 50 เรียงตัวชิดและแนวโน้มชัด (All 8, 20, 50 EMAs stacked up and trending): เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Exponential Moving Averages) เรียงตัวจากสั้นไปยาวและชี้ขึ้น 3. ย่อลงมาที่ ...

"ไม่คัทเพราะกลัวขาดทุนหนัก สุดท้ายขาดทุนหนักกว่าเดิม" เกิดจากอะไร? มาดูกันครับ

อาการ "ไม่คัทเพราะกลัวขาดทุนหนัก สุดท้ายหนักกว่าเดิม" เป็นพฤติกรรมที่พบนักเล่นหุ้นมือใหม่หลายๆ คน และสามารถอธิบายได้ผ่านหลายเหตุผลทางจิตวิทยา ประสบการณ์ และธรรมชาติของมนุษย์ ดังนี้:

1. Loss Aversion (ความกลัวการสูญเสีย)

มนุษย์มักจะกลัวการสูญเสียมากกว่าที่จะได้รับกำไรในจำนวนเดียวกัน ความกลัวการสูญเสียทำให้ผู้คนยอมเสี่ยงที่จะขาดทุนมากขึ้นเพื่อไม่ให้เห็นการขาดทุนจริง ๆ ในปัจจุบัน


2. Confirmation Bias (อคติต่อการยืนยัน)

นักลงทุนมักจะมองหาข้อมูลที่สนับสนุนความเชื่อหรือการตัดสินใจของตนเอง และมองข้ามหรือไม่ยอมรับข้อมูลที่ขัดแย้งกับความเชื่อเหล่านั้น การไม่ยอมคัทขาดทุนอาจเกิดจากการเชื่อว่าหุ้นจะกลับมาฟื้นตัว


3. Overconfidence (ความมั่นใจเกินไป)

นักลงทุนมือใหม่อาจมีความมั่นใจในความสามารถของตนเองมากเกินไป ทำให้เชื่อว่าตนเองจะสามารถทนรอจนกว่าหุ้นจะฟื้นตัวกลับมาได้


4. Sunk Cost Fallacy (ความผิดพลาดในการคิดคำนวณต้นทุนที่จม)

มนุษย์มักจะยึดติดกับการลงทุนที่เคยทำมาแล้ว แม้ว่าจะรู้ว่ามันไม่คุ้มค่าอีกต่อไป การไม่คัทขาดทุนเป็นการยึดติดกับต้นทุนที่จมไปแล้ว หวังว่าจะไม่สูญเสียไปมากกว่านี้


5. Emotional Attachment (การผูกพันทางอารมณ์)

นักลงทุนบางคนอาจผูกพันกับหุ้นบางตัวมากเกินไป เช่น เป็นหุ้นที่ซื้อมานาน หรือมีความรู้สึกส่วนตัวต่อบริษัทนั้น ๆ ทำให้ยากที่จะยอมรับการขาดทุน


6. Lack of Experience (ขาดประสบการณ์)

นักลงทุนมือใหม่อาจไม่มีประสบการณ์ในการรับมือกับการขาดทุน และไม่ทราบว่าการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุน ความไม่รู้ทำให้เกิดความกลัวและการตัดสินใจที่ผิดพลาด


7. Herd Mentality (พฤติกรรมตามกลุ่ม)

บางครั้งนักลงทุนอาจตัดสินใจโดยยึดตามพฤติกรรมของคนอื่น ๆ ในตลาด เมื่อเห็นคนอื่นไม่คัทขาดทุนก็อาจคิดว่าตนเองควรทำตาม


การเข้าใจเหตุผลเหล่านี้จะช่วยให้นักลงทุนมือใหม่สามารถพัฒนากลยุทธ์ในการรับมือกับการขาดทุนได้ดียิ่งขึ้น การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับจิตวิทยาการลงทุนและการจัดการความเสี่ยงจะช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

$BMNR ทำธุรกิจอะไร? จุดแข็ง/จุดอ่อน และตัวเร่ง

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น