จัดอันดับความคุ้มค่าและความเสี่ยงของหุ้นควันตัม

Image
จัดอันดับความคุ้มค่าและความเสี่ยงของหุ้นควันตัม (QUANTUM STOCKS RISK TO REWARD TIER LIST) ⚠️ หมายเหตุ: นี่ไม่ใช่การจัดอันดับว่าบริษัทไหนดีที่สุด แต่เป็นการวัดว่าหุ้นตัวไหนให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ณ ระดับราคาปัจจุบัน เราจัดอันดับโดยพิจารณาจาก: ระยะห่างที่ราคาตกลงมาจากจุดสูงสุด, ปริมาณเงินสดที่มีเมื่อเทียบกับอัตราการใช้เงิน (Cash Burn), อัตราส่วนราคาต่อรายได้ (P/S) และปัจจัยที่อาจทำให้เกิดหุ้นใหม่ทะลักเข้าสู่ตลาด แปลจาก https://x.com/Qtumanalysis/status/2112250107051802658 ระดับ S TIER (ดีเยี่ยม / คุ้มค่าที่สุด): 1️⃣ $INFQ    * ราคาปรับตัวลงมาแล้วกว่า 58% จากจุดสูงสุด และเคลื่อนไหวอยู่ใกล้จุดต่ำสุดตลอดกาล (All-Time Low)    * มูลค่าหุ้นอยู่ที่ประมาณ 31 เท่าของรายได้ ซึ่งถือเป็นหุ้น pure-play ในสหรัฐฯ ที่ถูกที่สุด    * ธุรกิจแทบจะไม่เผาเงินสด (Burn Cash น้อยมาก)    * แรงกดดันจากการขายหุ้นต่อ (Resale overhang) เป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้และสะท้อนอยู่ในราคาแล้ว  2️⃣ $QNT    * มี เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม โดยเมื่อเช...

Position Sizing กับ Progressive Exposure คือจุดเปลี่ยนของยอดนักเทรด ผู้ปั้นพอร์ตโต 800% ในปีเดียว


2 กระบวนที่สำคัญมากที่คุณ Goverdhan Gajjala ยอดนักเทรดผู้ปั้นพอร์ตโต 800% ในปีเดียวใช้เพื่อให้บรรลุการจัดการความเสี่ยงอย่างปลอดภัย 

คือ Position Sizing กับ Progressive Exposure(ปรับขนาดตามโอกาสความเสี่ยง)

.

๑) ทุกครั้งที่คุณ Goverdhan Gajjala เข้าเทรดครั้งใหม่ เขาจะเริ่มต้นซื้อด้วยเงินที่เขาจะยอมเสียได้เท่านั้น(ซึ่งเป็นเงินก้อนเล็กมาก)

๒) จากนั้นเขาจะค่อยๆ เพิ่มหรือลดความเสี่ยงของบัญชีต่อการเทรด ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของหุ้นตัวนั้น

.

๓) เขาจึงเริ่มเทรดไม้แรกด้วยเงินเพียงเล็กน้อย โดยเสี่ยง 0.25% ของบัญชีทั้งหมดของเขาต่อการเทรด 

๔) หากการเทรดนั้นมันไปได้ดีและมีผลตอบแทนเป็นบวก เขาจะค่อยๆ เพิ่มขนาดและ % ความเสี่ยงต่อการเทรด

๖) แต่ถ้าหากการเทรดนั้นมันไม่ดีและขาดทุน เขาจะค่อยๆ ลดความเสี่ยงต่อการเทรดลง

(นี่คือหลักการ Progressive Exposure)

.

๗) แสดงว่าเขาจะเพิ่มเงินลงทุนให้ขนาดใหญ่ขึ้นในหุ้นผู้ชนะ และลงเงินให้น้อยที่สุดเมื่อการเทรดนั้นแย่ที่สุด (นี่คือหลักการ Progressive Exposure)

.

๘) การมีกระบวนการแบบนี้เอง ที่มันเพิ่มผลตอบแทนให้เขาแบบทวีคูณในเดือนที่ได้ผู้ชนะรอบใหญ่(Easy Dollars) และลดการสูญเสียของลงอย่างมากในเดือนที่ขาดทุนติดต่อกัน(Hard Penny)


๙) นี่คือวิธีคำนวณ Position Sizing ของคุณอย่างง่ายๆ:

สมมติว่าขนาดบัญชีของผมคือ $100,000: 

หุ้นที่ผมต้องการเทรดอยู่ที่ $37.43 และผมต้องการเสี่ยง 0.5% ของบัญชีของฉัน (เสียเงิน $500 ถ้ามันลงถึงจุดหยุดขาดทุนที่ $34.58) 

ผมจะรู้ว่า Position Size ของผมต้องเท่ากับ 175 หุ้น หรือ $6,566

.

๑๐) เครื่องคิดเลขจะดูแลคณิตศาสตร์ให้กับคุณ

เพียงปรับตามยอดคงเหลือ ราคาหุ้น ราคา SL และ %ความเสี่ยงต่อการเทรด

.

๑๑) ผมมักจะเทรดโดยรู้ว่าจะต้องเสี่ยงมากแค่ไหน และเพราะเหตุใด

.

๑๒) การเรียนรู้เกี่ยวกับ Position Sizing กับ Progressive Exposure เป็นจุดเปลี่ยนในอาชีพการเทรดของผม และเป็นส่วนสำคัญของผลตอบแทน(ปั้นพอร์ตโต 800%)ของผมในปีที่แล้ว

- - Goverdhan Gajjala

.

.

ปล. ผมเห็นด้วยครับ Position Sizing กับ Progressive Exposure คือจุดเปลี่ยนของผมเช่นกัน



7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

สรุปหนังสือ หุ้นซิ่ง สวิงเทรด (EMA Swing Trade)

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

สรุปเนื้อหามังงะ ตามติดชีวิตนักเทรดฟอเร็กซ์ FX Fighter Kurumi-chan

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

แนวทางซื้อเพิ่ม หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ให้ได้สิบเด้ง