RWA - Real world asset คืออะไร? ทำไมจึงเป็น mega trend

Image
  * การเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินระดับ Private Banking สำหรับทุกคน    * แพลตฟอร์มอย่าง ether_fi เริ่มเปิดให้ผู้ใช้กู้เงินโดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัล/โทเคนเป็นหลักประกันด้วยดอกเบี้ยต่ำ (4%) ทำให้เครื่องมืออย่าง วงเงินสินเชื่อที่มีสินทรัพย์/หุ้นค้ำประกัน (Asset-backed credit lines) ซึ่งเคยจำกัดอยู่แค่ในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ (Private Banking/Wealth Management) กลายเป็นสิ่งที่คนทั่วไปเข้าถึงได้  * การเติบโตของสินทรัพย์รูปแบบใหม่บน Blockchain (Tokenization & RWA)    * โลกการเงินบน Chain เปิดโอกาสให้เกิดสินทรัพย์ประเภทใหม่ๆ เช่น สินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกนำมาแปลงเป็นโทเคน (Real World Assets - RWA) หุ้นแปลงเป็นโทเคน (Tokenized Equities) ตั๋วเงินคลัง (T-Bills) ตลอดจนสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนจากการ Staking ซึ่งถูกรวบรวมไว้ได้ในพอร์ตเดียว  * กลยุทธ์ "ถือยาว ไม่ต้องขาย" (Never Sell, Just Borrow)    * ผู้ถือสินทรัพย์ไม่จำเป็นต้องขายสินทรัพย์ที่มูลค่าเพิ่มขึ้นเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย แต่สามารถนำพอร์ต (หุ้น, ทองคำ, ETH, T-Bills, อสังหาริมทรัพย์) ไปเป็นหลักประกันเพื...

Position Sizing กับ Progressive Exposure คือจุดเปลี่ยนของยอดนักเทรด ผู้ปั้นพอร์ตโต 800% ในปีเดียว


2 กระบวนที่สำคัญมากที่คุณ Goverdhan Gajjala ยอดนักเทรดผู้ปั้นพอร์ตโต 800% ในปีเดียวใช้เพื่อให้บรรลุการจัดการความเสี่ยงอย่างปลอดภัย 

คือ Position Sizing กับ Progressive Exposure(ปรับขนาดตามโอกาสความเสี่ยง)

.

๑) ทุกครั้งที่คุณ Goverdhan Gajjala เข้าเทรดครั้งใหม่ เขาจะเริ่มต้นซื้อด้วยเงินที่เขาจะยอมเสียได้เท่านั้น(ซึ่งเป็นเงินก้อนเล็กมาก)

๒) จากนั้นเขาจะค่อยๆ เพิ่มหรือลดความเสี่ยงของบัญชีต่อการเทรด ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของหุ้นตัวนั้น

.

๓) เขาจึงเริ่มเทรดไม้แรกด้วยเงินเพียงเล็กน้อย โดยเสี่ยง 0.25% ของบัญชีทั้งหมดของเขาต่อการเทรด 

๔) หากการเทรดนั้นมันไปได้ดีและมีผลตอบแทนเป็นบวก เขาจะค่อยๆ เพิ่มขนาดและ % ความเสี่ยงต่อการเทรด

๖) แต่ถ้าหากการเทรดนั้นมันไม่ดีและขาดทุน เขาจะค่อยๆ ลดความเสี่ยงต่อการเทรดลง

(นี่คือหลักการ Progressive Exposure)

.

๗) แสดงว่าเขาจะเพิ่มเงินลงทุนให้ขนาดใหญ่ขึ้นในหุ้นผู้ชนะ และลงเงินให้น้อยที่สุดเมื่อการเทรดนั้นแย่ที่สุด (นี่คือหลักการ Progressive Exposure)

.

๘) การมีกระบวนการแบบนี้เอง ที่มันเพิ่มผลตอบแทนให้เขาแบบทวีคูณในเดือนที่ได้ผู้ชนะรอบใหญ่(Easy Dollars) และลดการสูญเสียของลงอย่างมากในเดือนที่ขาดทุนติดต่อกัน(Hard Penny)


๙) นี่คือวิธีคำนวณ Position Sizing ของคุณอย่างง่ายๆ:

สมมติว่าขนาดบัญชีของผมคือ $100,000: 

หุ้นที่ผมต้องการเทรดอยู่ที่ $37.43 และผมต้องการเสี่ยง 0.5% ของบัญชีของฉัน (เสียเงิน $500 ถ้ามันลงถึงจุดหยุดขาดทุนที่ $34.58) 

ผมจะรู้ว่า Position Size ของผมต้องเท่ากับ 175 หุ้น หรือ $6,566

.

๑๐) เครื่องคิดเลขจะดูแลคณิตศาสตร์ให้กับคุณ

เพียงปรับตามยอดคงเหลือ ราคาหุ้น ราคา SL และ %ความเสี่ยงต่อการเทรด

.

๑๑) ผมมักจะเทรดโดยรู้ว่าจะต้องเสี่ยงมากแค่ไหน และเพราะเหตุใด

.

๑๒) การเรียนรู้เกี่ยวกับ Position Sizing กับ Progressive Exposure เป็นจุดเปลี่ยนในอาชีพการเทรดของผม และเป็นส่วนสำคัญของผลตอบแทน(ปั้นพอร์ตโต 800%)ของผมในปีที่แล้ว

- - Goverdhan Gajjala

.

.

ปล. ผมเห็นด้วยครับ Position Sizing กับ Progressive Exposure คือจุดเปลี่ยนของผมเช่นกัน



7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

แนะนำอีบุ๊คเล่มใหม่ครับ เทคนิค Pyramiding คิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่า 10 เท่า

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

สรุปเนื้อหามังงะ ตามติดชีวิตนักเทรดฟอเร็กซ์ FX Fighter Kurumi-chan

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ