29/01/2026 $META ราคาหลังปิดตลาดแะเทรดตอนกลางคืนบวกแรง หลังงบออกมาดี

Image
สรุปผลประกอบการไตรมาส 4 และแผนปี 2026 ของ Meta ผลประกอบการไตรมาส 4 (Q4):รายได้ 59.9 พันล้านดอลลาร์ (+24% YoY) และกำไรต่อหุ้น (EPS) 8.88 ดอลลาร์ เติบโตแข็งแกร่งจากเทศกาลวันหยุดและการโฆษณาที่ขับเคลื่อนด้วย AI รายได้จากโฆษณาใน Family of Apps เพิ่มขึ้น 24% จากการเติบโตของ impressions 18% และราคาต่อโฆษณาสูงขึ้น 6% รายได้จาก Reality Labs ลดลง 12% YoY; ขาดทุนในเซกเมนต์นี้คาดว่าจะถึงจุดสูงสุดในปี 2025 แล้วค่อยๆ ลดลง แผนและคาดการณ์ปี 2026 :คาดการณ์รายได้ไตรมาส 1 (Q1) 53.5–56.5 พันล้านดอลลาร์ บ่งชี้การเติบโตแข็งแกร่งพร้อมปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน ~4 จุด ค่าใช้จ่ายทั้งปี (Opex) เพิ่มขึ้นสูงถึง 162–169 พันล้านดอลลาร์; การลงทุนด้านทุน (Capex) พุ่งถึง 115–135 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุน Superintelligence Labs และ AI หลัก แม้มีการลงทุนหนักใน AI, โครงสร้างพื้นฐาน และ Reality Labs แต่คาดกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income) สูงกว่าปี 2025 Zuckerberg ระบุว่าขาดทุนจาก Reality Labs ในปี 2026 จะใกล้เคียงปีก่อน และน่าจะเป็นจุดสูงสุด ก่อนที่จะลดลงเมื่อหันไปลงทุนใน AI glasses และอุปกรณ์สวมใส่ หนี้ระยะยาวเ...

Position Sizing กับ Progressive Exposure คือจุดเปลี่ยนของยอดนักเทรด ผู้ปั้นพอร์ตโต 800% ในปีเดียว


2 กระบวนที่สำคัญมากที่คุณ Goverdhan Gajjala ยอดนักเทรดผู้ปั้นพอร์ตโต 800% ในปีเดียวใช้เพื่อให้บรรลุการจัดการความเสี่ยงอย่างปลอดภัย 

คือ Position Sizing กับ Progressive Exposure(ปรับขนาดตามโอกาสความเสี่ยง)

.

๑) ทุกครั้งที่คุณ Goverdhan Gajjala เข้าเทรดครั้งใหม่ เขาจะเริ่มต้นซื้อด้วยเงินที่เขาจะยอมเสียได้เท่านั้น(ซึ่งเป็นเงินก้อนเล็กมาก)

๒) จากนั้นเขาจะค่อยๆ เพิ่มหรือลดความเสี่ยงของบัญชีต่อการเทรด ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของหุ้นตัวนั้น

.

๓) เขาจึงเริ่มเทรดไม้แรกด้วยเงินเพียงเล็กน้อย โดยเสี่ยง 0.25% ของบัญชีทั้งหมดของเขาต่อการเทรด 

๔) หากการเทรดนั้นมันไปได้ดีและมีผลตอบแทนเป็นบวก เขาจะค่อยๆ เพิ่มขนาดและ % ความเสี่ยงต่อการเทรด

๖) แต่ถ้าหากการเทรดนั้นมันไม่ดีและขาดทุน เขาจะค่อยๆ ลดความเสี่ยงต่อการเทรดลง

(นี่คือหลักการ Progressive Exposure)

.

๗) แสดงว่าเขาจะเพิ่มเงินลงทุนให้ขนาดใหญ่ขึ้นในหุ้นผู้ชนะ และลงเงินให้น้อยที่สุดเมื่อการเทรดนั้นแย่ที่สุด (นี่คือหลักการ Progressive Exposure)

.

๘) การมีกระบวนการแบบนี้เอง ที่มันเพิ่มผลตอบแทนให้เขาแบบทวีคูณในเดือนที่ได้ผู้ชนะรอบใหญ่(Easy Dollars) และลดการสูญเสียของลงอย่างมากในเดือนที่ขาดทุนติดต่อกัน(Hard Penny)


๙) นี่คือวิธีคำนวณ Position Sizing ของคุณอย่างง่ายๆ:

สมมติว่าขนาดบัญชีของผมคือ $100,000: 

หุ้นที่ผมต้องการเทรดอยู่ที่ $37.43 และผมต้องการเสี่ยง 0.5% ของบัญชีของฉัน (เสียเงิน $500 ถ้ามันลงถึงจุดหยุดขาดทุนที่ $34.58) 

ผมจะรู้ว่า Position Size ของผมต้องเท่ากับ 175 หุ้น หรือ $6,566

.

๑๐) เครื่องคิดเลขจะดูแลคณิตศาสตร์ให้กับคุณ

เพียงปรับตามยอดคงเหลือ ราคาหุ้น ราคา SL และ %ความเสี่ยงต่อการเทรด

.

๑๑) ผมมักจะเทรดโดยรู้ว่าจะต้องเสี่ยงมากแค่ไหน และเพราะเหตุใด

.

๑๒) การเรียนรู้เกี่ยวกับ Position Sizing กับ Progressive Exposure เป็นจุดเปลี่ยนในอาชีพการเทรดของผม และเป็นส่วนสำคัญของผลตอบแทน(ปั้นพอร์ตโต 800%)ของผมในปีที่แล้ว

- - Goverdhan Gajjala

.

.

ปล. ผมเห็นด้วยครับ Position Sizing กับ Progressive Exposure คือจุดเปลี่ยนของผมเช่นกัน



7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

เจาะลึกหุ้น $TE แบบละเอียด

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ