หรือว่า $LITE จะซื้อ(หรือควบรวม) $ALMU

Image
นักวิเคราะห์ได้เสนอสมมติฐานเกี่ยวกับหุ้น $LITE (Lumentum) และ $ALMU (Aeluma) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และอัปเดตเพิ่มเติมจากคำพูดของ Lumentum เมื่อวานนี้ โดยสรุปใจความสำคัญดังนี้ ที่มา https://x.com/i/status/2028885302782345658 Lumentum กำลังเจอปัญหา อุปสงค์-อุปทานไม่สมดุลหนักมาก และขายหมดทุกความจุของเลเซอร์อินเดียมฟอสไฟด์ไปแล้ว เนื่องจากความต้องการ CPO (Co-Packaged Optics) พุ่งสูง บริษัทจึงต้องย้ายโรงงาน flex fab ในสหราชอาณาจักร จากการผลิตโฟโตไดโอด (Photodiode) และเทคโนโลยีรับสัญญาณ ไปผลิตเลเซอร์แทน ทำให้ตอนนี้ผลิต PD ได้แค่ “นิดเดียว” แต่ Lumentum เองก็ยอมรับว่า ตลาด receive technology ยังมีมูลค่าทางการเงินและเชิงกลยุทธ์มหาศาลที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ทางด้าน Aeluma กลับเลือกกลยุทธ์ตรงข้าม โดยหลีกเลี่ยงตลาดเลเซอร์ แล้วโฟกัสเต็มที่ที่ จุดคอขวดของอุตสาหกรรม คือ high-speed detectors โดยเฉพาะ commercial detector ความเร็ว 50-100 GHz ที่ Lumentum ผลิตไม่ได้ในปริมาณที่เพียงพอ จุดเด่นของ Aeluma คือเพิ่งจ้าง Bouch Nassar เป็น Senior VP of Business Development ซึ่งเคยเป็นคนดูแลสายผลิตภัณฑ์ high-speed ...

Position Sizing กับ Progressive Exposure คือจุดเปลี่ยนของยอดนักเทรด ผู้ปั้นพอร์ตโต 800% ในปีเดียว


2 กระบวนที่สำคัญมากที่คุณ Goverdhan Gajjala ยอดนักเทรดผู้ปั้นพอร์ตโต 800% ในปีเดียวใช้เพื่อให้บรรลุการจัดการความเสี่ยงอย่างปลอดภัย 

คือ Position Sizing กับ Progressive Exposure(ปรับขนาดตามโอกาสความเสี่ยง)

.

๑) ทุกครั้งที่คุณ Goverdhan Gajjala เข้าเทรดครั้งใหม่ เขาจะเริ่มต้นซื้อด้วยเงินที่เขาจะยอมเสียได้เท่านั้น(ซึ่งเป็นเงินก้อนเล็กมาก)

๒) จากนั้นเขาจะค่อยๆ เพิ่มหรือลดความเสี่ยงของบัญชีต่อการเทรด ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของหุ้นตัวนั้น

.

๓) เขาจึงเริ่มเทรดไม้แรกด้วยเงินเพียงเล็กน้อย โดยเสี่ยง 0.25% ของบัญชีทั้งหมดของเขาต่อการเทรด 

๔) หากการเทรดนั้นมันไปได้ดีและมีผลตอบแทนเป็นบวก เขาจะค่อยๆ เพิ่มขนาดและ % ความเสี่ยงต่อการเทรด

๖) แต่ถ้าหากการเทรดนั้นมันไม่ดีและขาดทุน เขาจะค่อยๆ ลดความเสี่ยงต่อการเทรดลง

(นี่คือหลักการ Progressive Exposure)

.

๗) แสดงว่าเขาจะเพิ่มเงินลงทุนให้ขนาดใหญ่ขึ้นในหุ้นผู้ชนะ และลงเงินให้น้อยที่สุดเมื่อการเทรดนั้นแย่ที่สุด (นี่คือหลักการ Progressive Exposure)

.

๘) การมีกระบวนการแบบนี้เอง ที่มันเพิ่มผลตอบแทนให้เขาแบบทวีคูณในเดือนที่ได้ผู้ชนะรอบใหญ่(Easy Dollars) และลดการสูญเสียของลงอย่างมากในเดือนที่ขาดทุนติดต่อกัน(Hard Penny)


๙) นี่คือวิธีคำนวณ Position Sizing ของคุณอย่างง่ายๆ:

สมมติว่าขนาดบัญชีของผมคือ $100,000: 

หุ้นที่ผมต้องการเทรดอยู่ที่ $37.43 และผมต้องการเสี่ยง 0.5% ของบัญชีของฉัน (เสียเงิน $500 ถ้ามันลงถึงจุดหยุดขาดทุนที่ $34.58) 

ผมจะรู้ว่า Position Size ของผมต้องเท่ากับ 175 หุ้น หรือ $6,566

.

๑๐) เครื่องคิดเลขจะดูแลคณิตศาสตร์ให้กับคุณ

เพียงปรับตามยอดคงเหลือ ราคาหุ้น ราคา SL และ %ความเสี่ยงต่อการเทรด

.

๑๑) ผมมักจะเทรดโดยรู้ว่าจะต้องเสี่ยงมากแค่ไหน และเพราะเหตุใด

.

๑๒) การเรียนรู้เกี่ยวกับ Position Sizing กับ Progressive Exposure เป็นจุดเปลี่ยนในอาชีพการเทรดของผม และเป็นส่วนสำคัญของผลตอบแทน(ปั้นพอร์ตโต 800%)ของผมในปีที่แล้ว

- - Goverdhan Gajjala

.

.

ปล. ผมเห็นด้วยครับ Position Sizing กับ Progressive Exposure คือจุดเปลี่ยนของผมเช่นกัน



7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีปั้นพอร์ตเล็ก (ต่ำกว่า $10,000) ให้เติบโต