SpyGlass Pharma, Inc. (NASDAQ: $SGP) หุ้นอเมริกาเพิ่งเข้าใหม่ ผลิตยารักษาผู้ป่วยต้อหินทั่วโลก

Image
เรื่องราวของหุ้น SGP — จากห้องแล็บสู่ตลาดหุ้น SpyGlass Pharma เป็นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ที่ เพิ่งเข้าตลาดหุ้น Nasdaq ในปี 2026 (หุ้น SGP) โดยราคาจำหน่าย IPO อยู่ที่ 16 เหรียญต่อหุ้น และสามารถระดมทุนได้มากกว่า 172.5 ล้านดอลลาร์ จากการขายหุ้นให้สาธารณะและการใช้สิทธิตัวเลือกของผู้จัดการการจัดจำหน่ายอย่างครบถ้วน เมื่อหุ้นเริ่มเทรดจริง ราคาขึ้นแรงถึง ประมาณ 50% ในวันแรกของการซื้อขาย ซึ่งเป็นสัญญาณว่า นักลงทุนให้ความสนใจในศักยภาพของบริษัทอย่างชัดเจน 🧬 จุดแข็งของบริษัท — ทำไมตลาดสนใจ? 1. เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์จริง SpyGlass พัฒนาระบบการปล่อยยาแบบคงที่หลายปี โดยฝังเข้าไปพร้อมกับเลนส์แก้วตาในการผ่าตัดต้อกระจก เพื่อลดความดันลูกตา ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วย ไม่ต้องใช้ยาหยอดตาแบบรายวัน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในผู้ป่วยต้อหินทั่วโลก นี่คือเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักเทรด — เพราะการแก้ ปัญหาที่ยังไม่มีใครทำได้ดี มักดึงดูดมูลค่าทางการตลาดและความสนใจจากนักลงทุน 🔬 ความคืบหน้าทางคลินิก — แรงผลักดันสำคัญ SpyGlass ผ่านการทดลองตั้งแต่ Phase I/II และตอนนี้อยู่ใน Phase III ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายก่อนขออนุมัติจาก FDA หากสำเร็จ → ...

Position Sizing กับ Progressive Exposure คือจุดเปลี่ยนของยอดนักเทรด ผู้ปั้นพอร์ตโต 800% ในปีเดียว


2 กระบวนที่สำคัญมากที่คุณ Goverdhan Gajjala ยอดนักเทรดผู้ปั้นพอร์ตโต 800% ในปีเดียวใช้เพื่อให้บรรลุการจัดการความเสี่ยงอย่างปลอดภัย 

คือ Position Sizing กับ Progressive Exposure(ปรับขนาดตามโอกาสความเสี่ยง)

.

๑) ทุกครั้งที่คุณ Goverdhan Gajjala เข้าเทรดครั้งใหม่ เขาจะเริ่มต้นซื้อด้วยเงินที่เขาจะยอมเสียได้เท่านั้น(ซึ่งเป็นเงินก้อนเล็กมาก)

๒) จากนั้นเขาจะค่อยๆ เพิ่มหรือลดความเสี่ยงของบัญชีต่อการเทรด ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของหุ้นตัวนั้น

.

๓) เขาจึงเริ่มเทรดไม้แรกด้วยเงินเพียงเล็กน้อย โดยเสี่ยง 0.25% ของบัญชีทั้งหมดของเขาต่อการเทรด 

๔) หากการเทรดนั้นมันไปได้ดีและมีผลตอบแทนเป็นบวก เขาจะค่อยๆ เพิ่มขนาดและ % ความเสี่ยงต่อการเทรด

๖) แต่ถ้าหากการเทรดนั้นมันไม่ดีและขาดทุน เขาจะค่อยๆ ลดความเสี่ยงต่อการเทรดลง

(นี่คือหลักการ Progressive Exposure)

.

๗) แสดงว่าเขาจะเพิ่มเงินลงทุนให้ขนาดใหญ่ขึ้นในหุ้นผู้ชนะ และลงเงินให้น้อยที่สุดเมื่อการเทรดนั้นแย่ที่สุด (นี่คือหลักการ Progressive Exposure)

.

๘) การมีกระบวนการแบบนี้เอง ที่มันเพิ่มผลตอบแทนให้เขาแบบทวีคูณในเดือนที่ได้ผู้ชนะรอบใหญ่(Easy Dollars) และลดการสูญเสียของลงอย่างมากในเดือนที่ขาดทุนติดต่อกัน(Hard Penny)


๙) นี่คือวิธีคำนวณ Position Sizing ของคุณอย่างง่ายๆ:

สมมติว่าขนาดบัญชีของผมคือ $100,000: 

หุ้นที่ผมต้องการเทรดอยู่ที่ $37.43 และผมต้องการเสี่ยง 0.5% ของบัญชีของฉัน (เสียเงิน $500 ถ้ามันลงถึงจุดหยุดขาดทุนที่ $34.58) 

ผมจะรู้ว่า Position Size ของผมต้องเท่ากับ 175 หุ้น หรือ $6,566

.

๑๐) เครื่องคิดเลขจะดูแลคณิตศาสตร์ให้กับคุณ

เพียงปรับตามยอดคงเหลือ ราคาหุ้น ราคา SL และ %ความเสี่ยงต่อการเทรด

.

๑๑) ผมมักจะเทรดโดยรู้ว่าจะต้องเสี่ยงมากแค่ไหน และเพราะเหตุใด

.

๑๒) การเรียนรู้เกี่ยวกับ Position Sizing กับ Progressive Exposure เป็นจุดเปลี่ยนในอาชีพการเทรดของผม และเป็นส่วนสำคัญของผลตอบแทน(ปั้นพอร์ตโต 800%)ของผมในปีที่แล้ว

- - Goverdhan Gajjala

.

.

ปล. ผมเห็นด้วยครับ Position Sizing กับ Progressive Exposure คือจุดเปลี่ยนของผมเช่นกัน



7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ