วัฏจักรหุ้นธีม ที่นับทเรียนราคาแพง (แต่โคตรคุ้ม) หลังจากเทรดหุ้นธีมร้อน (จะเรียกว่าหุ้นปั่น ก็ได้นะ) ในตลาดหุ้นอเมริกา ครบ 1 Cycleกเทรดหุ้นธีมต้องรู้

Image
บทเรียนราคาแพง (แต่โคตรคุ้ม) หลังจากเทรดหุ้นธีมร้อน (จะเรียกว่าหุ้นปั่น ก็ได้นะ) ในตลาดหุ้นอเมริกา ครบ 1 Cycle ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก ผมเคยอวดว่าได้กำไรหุ้น SNDK 10 เด้ง และกำไรหุ้นกลุ่ม Photonics และ Semiconductor เป็นเด้งแบบง่ายๆ ผมไม่รู้เลยว่ามันเป็นแค่ "โชคดีของมือใหม่" จนกระทั่งวันนี้ . ผมมีพอร์ตการลงทุนในตลาดหุ้นอเมริกาอยู่ 2 พอร์ต พอร์ต A ซื้อแล้วถือ เข้าออกน้อยมาก พอร์ต B แอคทีฟตลอด . ผลประกอบการเปรียบเทียบกันในวันนี้ พอร์ต A เจอ drawdown แต่ไม่มากนัก พอร์ต B เจอ drawdown ยับ คืนกำไรกลับมาที่เดิม . ฟีดแบคจากพอร์ต B ถ้าดู P&L แล้ว ไม่คุ้ม น่าผิดหวัง แต่ถ้ามองในแง่ของความรู้ บอกเลย โคตรได้ อย่างน้อย ๆ ผมได้เจอความจริง จากประสบการณ์ตรง ว่า ธีมร้อนแรง มันมีรอบ มีวัฏจักรของมัน . ข้อดี 1 คือ ได้เงิน ผมมีทักษะการจับธีมร้อน (อยู่บ้าง) เพราะเข้าถูกจังหวะ ในช่วงต้นเทรนด์ และทนรวยจนได้กำไรเป็นเด้งได้ เรียกว่าโอกาสได้กำไร 100% ต่อตัว win rate (ในช่วงนั้น) 30-40% เลยทีเดียว . ข้อดี 2 คือ ได้ความรู้ที่ฝังใจไม่ลืม ความรู้ฝังใจจากการคืนกำไรไปหมดนี่แหละ คนนอกอาจมองว่าเป็นการเสียเวล...

Asymmetric leverage + always getting odds on your money = Holy grail

 Asymmetric leverage + always getting odds on your money = Holy grail

"ผมสร้างอาชีพและโชคลาภจากการเทรดที่ผิดพลาดบ่อย(False breakout)พอๆ กับการเทรดหุ้นที่ถูกต้อง(Breakout แล้วไปต่อ) 

สิ่งสำคัญคือ Asymmetric leverage (นั่นคือ)เก็บกำไรจากผู้ชนะของคุณให้ได้เงินก้อนโตมากกว่าที่คุณตัดขาดทุนให้กับหุ้นผู้แพ้ และทำให้เงินของคุณเติบโตอยู่เสมอ นี่คือ Holy grail!"

- Mark Minervini

.

พี่มาร์คบอกว่าแกได้สร้างอาชีพและความมั่งคั่งจากการเทรดหุ้นโดยการยอมรับว่าตนเองทำผิดพลาดบ่อยครั้งเท่าๆ กับที่ทำถูกต้อง 

สิ่งสำคัญที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จคือการใช้ "asymmetric leverage" หมายถึง การทำให้กำไรจากการเทรดที่ประสบความสำเร็จก้อนโตกว่าการตัดขาดทุนจากการเทรดที่ล้มเหลว" 

.

นี่คือแนวทางที่มือใหม่สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้:

1. ยอมรับว่าคุณจะผิดพลาด: ในการเทรด คุณจะไม่สามารถทำกำไรได้ทุกครั้ง คุณต้องยอมรับความผิดพลาดและไม่ท้อแท้เมื่อขาดทุน

.

2. ใช้กลยุทธ์ที่มี Risk:Reward 1:2 ขึ้นไป: พยายามหากลยุทธ์ที่ทำให้เมื่อคุณชนะ คุณจะได้กำไรมากกว่าตอนที่คุณแพ้ ตัวอย่างเช่น การใช้ stop loss เพื่อลดการขาดทุน และ letting profits run เพื่อเพิ่มกำไร

.

3. จัดการความเสี่ยง: อย่าเสี่ยงเงินทั้งหมดในเทรดเดียว ควรแบ่งการลงทุนและใช้การจัดการความเสี่ยงเพื่อป้องกันการสูญเสียมากเกินไป

.

4. **มองหาโอกาสที่มีความเป็นไปได้สูง**: การเลือกการเทรดที่มีโอกาสสำเร็จสูง (odds on your money) จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรในระยะยาว

.

5. วิเคราะห์และปรับปรุงกลยุทธ์: เรียนรู้จากความผิดพลาดและการทำกำไรของคุณ วิเคราะห์สิ่งที่ทำให้การเทรดบางครั้งประสบความสำเร็จและบางครั้งไม่สำเร็จ แล้วปรับปรุงกลยุทธ์ของคุณ

.

การนำข้อคิดเหล่านี้ไปใช้จะช่วยให้มือใหม่มีความสามารถในการเทรดที่มั่นคงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาวได้แน่นอนครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

สรุปเนื้อหามังงะ ตามติดชีวิตนักเทรดฟอเร็กซ์ FX Fighter Kurumi-chan

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

แนวทางซื้อเพิ่ม หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ให้ได้สิบเด้ง

แนะนำอีบุ๊คเล่มใหม่ครับ เทคนิค Pyramiding คิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่า 10 เท่า