Breakout ที่ออกมาจาก ‘การสะสมพลัง (Contraction)’ ต่างหาก ที่เป็น Breakout คุณภาพสูง

Image
  สรุปจาก https://x.com/i/status/2008338834828784071 “Breakout ไม่ได้มีพลังเพราะมันทะลุ แต่มีพลังเพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ‘ก่อน’ มันทะลุ” นักเทรดจำนวนมากแพ้ตลาด ไม่ใช่เพราะดูกราฟไม่เป็น แต่เพราะเข้าใจผิดว่า แค่เห็น Breakout = มี Edge ความจริงคือ… Breakout ที่ออกมาจาก ‘การสะสมพลัง (Contraction)’ ต่างหาก ที่เป็น Breakout คุณภาพสูง เรื่องราวเบื้องหลังแนวคิดนี้ แนวคิดนี้ไม่ได้มาจากความรู้สึก แต่มาจาก “ข้อมูลจริง” Toby Crabel ผู้เขียนหนังสือระดับตำนาน Day Trading with Short-Term Price Patterns ศึกษา Opening Range Breakout (ORB) ด้วยสถิติจริง ผลลัพธ์ชัดเจนมาก: ORB ที่เกิด หลังช่วง Contraction 👉 ทำกำไรรวมประมาณ 710,000 ดอลลาร์ ORB ที่เกิด หลังช่วง Expansion 👉 ทำกำไรรวมประมาณ 102,000 ดอลลาร์ จำนวนเทรดใกล้เคียงกัน 👉 กลยุทธ์เดียวกัน สัญญาณเดียวกัน แต่ Context ต่างกัน ผลลัพธ์ต่างกันเกือบ 7 เท่า นี่คือบทเรียนที่นักเทรดส่วนใหญ่ไม่เคยถูกสอน Contraction คืออะไร (ในภาษานักเทรดจริง ๆ) Contraction ไม่ได้แปลว่า “ตลาดเงียบ” อย่างเดียว แต่มันคือ พลังที่ถูกเก็บไว้ ตลาดมีวัฏจักรธรรมชาติ: ขยายตัว → หด...

Asymmetric leverage + always getting odds on your money = Holy grail

 Asymmetric leverage + always getting odds on your money = Holy grail

"ผมสร้างอาชีพและโชคลาภจากการเทรดที่ผิดพลาดบ่อย(False breakout)พอๆ กับการเทรดหุ้นที่ถูกต้อง(Breakout แล้วไปต่อ) 

สิ่งสำคัญคือ Asymmetric leverage (นั่นคือ)เก็บกำไรจากผู้ชนะของคุณให้ได้เงินก้อนโตมากกว่าที่คุณตัดขาดทุนให้กับหุ้นผู้แพ้ และทำให้เงินของคุณเติบโตอยู่เสมอ นี่คือ Holy grail!"

- Mark Minervini

.

พี่มาร์คบอกว่าแกได้สร้างอาชีพและความมั่งคั่งจากการเทรดหุ้นโดยการยอมรับว่าตนเองทำผิดพลาดบ่อยครั้งเท่าๆ กับที่ทำถูกต้อง 

สิ่งสำคัญที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จคือการใช้ "asymmetric leverage" หมายถึง การทำให้กำไรจากการเทรดที่ประสบความสำเร็จก้อนโตกว่าการตัดขาดทุนจากการเทรดที่ล้มเหลว" 

.

นี่คือแนวทางที่มือใหม่สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้:

1. ยอมรับว่าคุณจะผิดพลาด: ในการเทรด คุณจะไม่สามารถทำกำไรได้ทุกครั้ง คุณต้องยอมรับความผิดพลาดและไม่ท้อแท้เมื่อขาดทุน

.

2. ใช้กลยุทธ์ที่มี Risk:Reward 1:2 ขึ้นไป: พยายามหากลยุทธ์ที่ทำให้เมื่อคุณชนะ คุณจะได้กำไรมากกว่าตอนที่คุณแพ้ ตัวอย่างเช่น การใช้ stop loss เพื่อลดการขาดทุน และ letting profits run เพื่อเพิ่มกำไร

.

3. จัดการความเสี่ยง: อย่าเสี่ยงเงินทั้งหมดในเทรดเดียว ควรแบ่งการลงทุนและใช้การจัดการความเสี่ยงเพื่อป้องกันการสูญเสียมากเกินไป

.

4. **มองหาโอกาสที่มีความเป็นไปได้สูง**: การเลือกการเทรดที่มีโอกาสสำเร็จสูง (odds on your money) จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรในระยะยาว

.

5. วิเคราะห์และปรับปรุงกลยุทธ์: เรียนรู้จากความผิดพลาดและการทำกำไรของคุณ วิเคราะห์สิ่งที่ทำให้การเทรดบางครั้งประสบความสำเร็จและบางครั้งไม่สำเร็จ แล้วปรับปรุงกลยุทธ์ของคุณ

.

การนำข้อคิดเหล่านี้ไปใช้จะช่วยให้มือใหม่มีความสามารถในการเทรดที่มั่นคงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาวได้แน่นอนครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)