(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation

Image
  https://www.amazon.com/Market-Wizards-Generation-worlds-traders-ebook/dp/B0GQWW8GLG 1. KRISTJAN KULLAMÄGI จากการใช้ชีวิตเพื่อเทรด สู่การเทรดเพื่อใช้ชีวิต งานของคริสเตียน คูลลามากี (Kristjan Kullamägi) ในฐานะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อาคาร Nasdaq Stockholm จุดประกายความสนใจของเขาต่อการเทรด ยิ่งเขาอ่านและศึกษาการเทรดมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเชื่อมั่นว่าการเป็นเทรดเดอร์คือสิ่งเดียวที่เขาอยากทำ ความกระตือรือร้นอย่างแรงกล้าที่จะเริ่มต้นเส้นทางนี้ ทำให้เขาตัดสินใจบางอย่างที่ดูเหมือนไม่สมเหตุสมผล (ซึ่งจะกล่าวถึงในบทสัมภาษณ์) แต่สุดท้ายก็กลายเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เมื่อเริ่มต้นเทรด คูลลามากีแทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การเทรด และยิ่งไม่รู้เรื่องการบริหารความเสี่ยงเลย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะล้างพอร์ตแรกของตัวเองจนหมด และต้องกลับไปทำงานเพื่อหาเงินทุนก้อนใหม่สำหรับการเทรด วงจรนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกสองครั้ง ในการพยายามครั้งที่สี่ เขาจึงเริ่มทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรก เขามุ่งเน้นการเทรดระยะสั้น (Day Trading) เป็นหลัก หลังจากประสบความสำเร็จมาหลายปี เขาเปลี่ยนมาสู่การเทรดแบบสวิง (S...

การบริหารความเสี่ยง: ไม่ใช่แค่การตั้ง Stop Loss แบบเดาสุ่ม

การบริหารความเสี่ยง: ไม่ใช่แค่การตั้ง Stop Loss แบบเดาสุ่ม

แปลจาก https://x.com/NickSchmidt_/status/1870997680513544635?t=v5ED4IJCHVAJTwaAGY3IqQ&s=19

หลายคนเข้าใจผิดว่า การตั้ง Stop Loss เป็นเพียงการกำหนดเปอร์เซ็นต์ขาดทุนแบบสุ่มเพื่อป้องกันความเสียหาย แต่ความจริงแล้ว การตั้ง Stop Loss ที่ถูกต้องต้องมีเหตุผลที่สอดคล้องกับโครงสร้างและแผนการเทรดของคุณ


eBook "Risk Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงเบื้องต้นสำหรับนักเทรด" มีจำหน่ายที่แอพ Meb เท่านั้น https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=332340


สิ่งที่นักเทรดมือใหม่ควรรู้เกี่ยวกับ Stop Loss

1. Stop Loss ควรมีเหตุผล ไม่ใช่แค่เปอร์เซ็นต

ตัวอย่าง: คุณอาจใช้กฎ 7% เป็นขีดจำกัดการขาดทุน แต่ไม่ใช่ว่าแค่ซื้อหุ้นแล้วตั้ง Stop Loss ไว้ที่ 7% โดยไม่มีการพิจารณาโครงสร้างของหุ้น นั่นไม่ใช่การบริหารความเสี่ยงที่ดี

2. Stop Loss ต้องเข้ากับลักษณะของการเทรด

หุ้นที่ยังแข็งแรง: บางครั้งหุ้นอาจปรับฐาน 10% แต่ยังคงแนวโน้มที่แข็งแรงและโครงสร้างไม่เสียหาย

ถ้า Stop Loss ของคุณตั้งไว้ต่ำเกินไป เช่น 7% โดยไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของการเคลื่อนไหวของหุ้น คุณอาจโดน "เขย่าออก" (Shake Out) โดยไม่จำเป็น และพลาดโอกาสเมื่อหุ้นกลับตัวขึ้น


---

ข้อผิดพลาดของการตั้ง Stop Loss ที่มือใหม่มักทำ

1. ตั้งจุด Stop Loss ที่แคบเกินไป

หาก Stop Loss แคบเกินกว่าความผันผวนปกติของหุ้น คุณอาจโดนบังคับขายทั้งที่หุ้นยังไม่ได้เสียหายอะไร


2. ตั้ง Stop Loss แบบไม่มีเหตุผล

การตั้ง Stop Loss โดยไม่ดูแนวรับ แนวต้าน หรือโครงสร้างของหุ้น อาจทำให้คุณขายเร็วเกินไปและพลาดโอกาสที่ดี


3. ขาดความเข้าใจในระดับที่สำคัญ

หากคุณไม่เข้าใจว่าระดับใดคือจุดที่โครงสร้างหุ้นเสียหาย (เช่น หลุดแนวรับสำคัญ) คุณอาจตั้ง Stop Loss ในจุดที่ไม่เหมาะสม


สนับสนุนโดย อีบุ๊ค "เคล็ดลึก สวิงเทรด ให้ได้กำไรสม่ำเสมอ"  https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjMzNjYyMjt9


วิธีตั้ง Stop Loss อย่างมีประสิทธิภาพ

1. กำหนดจุดที่ "ไอเดียการเทรดผิดพลาด"

จุดที่ควรตั้ง Stop Loss ควรเป็น จุดที่แสดงให้เห็นว่าการวิเคราะห์ของคุณผิดพลาด หรือหุ้นเสียโครงสร้าง เช่น หลุดแนวรับสำคัญ หรือเสียแนวโน้มขาขึ้น

ตัวอย่าง:หากคุณซื้อหุ้นในแนวโน้มขาขึ้น ให้ตั้ง Stop Loss ใต้แนวรับที่สำคัญ หรือใต้จุดต่ำสุดก่อนหน้า


2. พิจารณาความผันผวนของหุ้น

หุ้นแต่ละตัวมีความผันผวนไม่เท่ากัน หุ้นบางตัวอาจปรับตัว 3-5% แต่ยังอยู่ในแนวโน้มเดิม ในขณะที่หุ้นบางตัวอาจปรับตัวถึง 10% และยังแข็งแรง

ถ้าหุ้นมีโอกาสปรับฐานเกินจุดที่คุณรับได้ คุณควรหลีกเลี่ยงการเทรดนั้น


3. ใช้ Stop Loss เพื่อจัดการความเสี่ยงที่ยอมรับได้

หากจุดที่คุณต้องตั้ง Stop Loss (จุดที่โครงสร้างหุ้นเสียหาย) ทำให้ความเสี่ยงของคุณเกิน 1-2% ของพอร์ต แสดงว่าการเทรดนี้อาจไม่เหมาะสมกับคุณ คุณควรรอจังหวะที่ดีกว่า


---

ตัวอย่างที่เข้าใจง่าย

1. สมมติว่าคุณซื้อหุ้นที่ 100 บาท

แนวรับที่สำคัญอยู่ที่ 90 บาท: คุณควรตั้ง Stop Loss ใต้ 90 บาท เช่น 88 บาท เพราะถ้าหลุด 90 บาท แนวโน้มอาจเปลี่ยนเป็นขาลง

2. ถ้าหุ้นเคลื่อนไหวผันผวนปกติ 8-10%: การตั้ง Stop Loss ที่ 95 บาท (5% จากราคา 100 บาท) อาจทำให้คุณโดนเขย่าออกโดยไม่จำเป็น

3. ถ้าความเสี่ยงเกินที่คุณรับได้: หากตั้ง Stop Loss ที่ 88 บาท ทำให้คุณเสี่ยงเกิน 2% ของพอร์ต คุณควรหลีกเลี่ยงการเทรดนี้และรอหุ้นตัวอื่น


---


บทสรุป: ความสำคัญของ Stop Loss ที่เหมาะสม

- Stop Loss ที่ดีคือจุดที่แผนการเทรดของคุณเป็นโมฆะ: ถ้าหุ้นหลุดจุดนั้น คุณต้องยอมรับว่าแผนไม่ถูกต้อง และขายออกทันที

- ไม่ต้องรีบเทรด: หาก Stop Loss อยู่ในจุดที่ทำให้คุณเสี่ยงเกินที่ยอมรับได้ ให้มองหาการเทรดที่ดีกว่า

- อย่าตั้ง Stop Loss แบบสุ่ม: เพราะจะทำให้คุณพลาดโอกาสและเสียเงินโดยไม่จำเป็น


---


"การตั้ง Stop Loss ไม่ใช่เรื่องของการป้องกันขาดทุนเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการรักษาแผนการเทรดและเงินทุนของคุณในระยะยาว"


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

เจาะลึกหุ้น $TE แบบละเอียด

VCP หรือ Volatility Contraction Pattern

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน