AST SpaceMobile ประสบความสำเร็จในการกาง BlueBird 6

Image
 AST SpaceMobile ประสบความสำเร็จในการกาง BlueBird 6 เสาอากาศสื่อสารเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยถูกติดตั้งในวงโคจรต่ำของโลก BlueBird 6 คือเสาอากาศสื่อสารเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยถูกติดตั้งในวงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit: LEO) ออกแบบมาเพื่อรองรับความเร็วข้อมูลสูงสุดระดับเซลลูลาร์บรอดแบนด์ถึง 120 Mbps มิดแลนด์ รัฐเท็กซัส—(BUSINESS WIRE)—AST SpaceMobile, Inc. (“AST SpaceMobile”) (NASDAQ: ASTS) บริษัทผู้พัฒนาเครือข่ายเซลลูลาร์บรอดแบนด์จากอวกาศรายแรกและรายเดียวที่สามารถใช้งานได้โดยตรงกับสมาร์ตโฟนทั่วไป โดยไม่ต้องดัดแปลงอุปกรณ์ และออกแบบมาเพื่อการใช้งานทั้งเชิงพาณิชย์และภาครัฐ วันนี้ได้ประกาศความสำเร็จในการกางดาวเทียมรุ่นถัดไป BlueBird 6 BlueBird 6 มาพร้อมกับเสาอากาศสื่อสารเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยถูกติดตั้งในวงโคจรต่ำของโลก (LEO) โดยมีพื้นที่กางรวมประมาณ 2,400 ตารางฟุต ดาวเทียมดวงนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความเร็วข้อมูลสูงสุดถึง 120 Mbps และมีแผนที่จะให้ความจุแบนด์วิดท์มากกว่าซีรีส์ BlueBird 1–5 สูงสุดถึง 10 เท่า ขนาดของช่องรับสัญญาณ (aperture) ทำให้สามารถให้บริ...

8 ขั้นตอนสู่การสร้างระบบเทรดที่ประสบความสำเร็จ

8 ขั้นตอนสู่การสร้างระบบเทรดที่ประสบความสำเร็จ

เพื่อให้นักเทรดมือใหม่เข้าใจง่ายและนำไปปฏิบัติได้ทันที


ระบบเทรดและการเทรดตามระบบ เบื้องต้นสำหรับมือใหม่... ในรูปแบบ ebook โดย เซียว จับอิดนึ้ง https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=334986


1. ตลาดที่คุณจะเทรด (The Market you will trade)

เลือกตลาดที่คุณจะโฟกัส เช่น หุ้น, ฟอเร็กซ์, คริปโต, หรือฟิวเจอร์ส และศึกษาให้เข้าใจโครงสร้างของตลาดนั้นอย่างละเอียด เพื่อให้คุณเชี่ยวชาญในตลาดเดียวก่อนขยายไปยังตลาดอื่น


2. กรอบเวลาในการเทรด (Your Time Frame)

ตัดสินใจว่าคุณจะเทรดในกรอบเวลาไหน เช่น

- ระยะสั้น (Scalping/Day Trading)

- ระยะกลาง (Swing Trading)

- ระยะยาว (Position Trading)

การเลือกกรอบเวลาควรสอดคล้องกับเป้าหมาย, ไลฟ์สไตล์, และความพร้อมของคุณ


3. ข้อได้เปรียบของคุณ (Edges)

ระบุข้อได้เปรียบที่ทำให้คุณมีโอกาสชนะในตลาด เช่น

- การวิเคราะห์กราฟ (Technical Analysis)

- การติดตามข่าวสารเศรษฐกิจ (Fundamental Analysis)

- ใช้ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะกลุ่ม (Sentiment Analysis)


4. รูปแบบการเข้าเทรด (Setups)

ระบุสถานการณ์หรือสัญญาณที่คุณจะเข้าเทรด เช่น

- แนวโน้มชัดเจน (Trend Following)

- การดีดตัวกลับ (Pullback)

- การทะลุแนวรับ-แนวต้าน (Breakout)


5. กลยุทธ์การเข้าเทรด (Entry Tactics)

วางแผนวิธีเข้าตลาดให้ชัดเจน เช่น

- ใช้เครื่องมือยืนยันสัญญาณ (เช่น RSI, MACD)

- ตั้งคำสั่งซื้อ-ขายล่วงหน้า (Pending Order)

- การแบ่งไม้เข้าเพื่อเฉลี่ยต้นทุน (Scaling In)


6. กฎเกณฑ์และการจัดการความเสี่ยง (Rules and Risk Management)

- ตั้ง Stop Loss และ Take Profit ในทุกคำสั่ง

- ใช้กฎ "1-2% Risk Per Trade" เพื่อป้องกันการสูญเสียครั้งใหญ่

- บันทึกขนาดของ Position และหลีกเลี่ยงการ Overtrade


7. การจดบันทึกการเทรด (Journaling)

บันทึกการเทรดทุกครั้งเพื่อดูความสำเร็จและความผิดพลาด เช่น

- วันที่และเวลา

- เหตุผลในการเข้าและออก

- ผลลัพธ์และบทเรียนที่ได้รับ


8. การวิเคราะห์หลังการเทรด (Post Trade Analysis)

ตรวจสอบการเทรดย้อนหลังเพื่อพัฒนากลยุทธ์ เช่น

- อะไรที่ทำได้ดี และอะไรที่ควรปรับปรุง

- สัญญาณเทรดไหนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด

- มีวินัยในการปฏิบัติตามกฎหรือไม่

ทำตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างเคร่งครัด คุณจะสร้างระบบเทรดที่เหมาะสมกับตัวเองและมีโอกาสประสบความสำเร็จในระยะยาว!

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ