ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

Position sizing ที่ดี ช่วยลดปัญหา Trading psychology ได้แทบทั้งหมด

Steve Burns พูดได้น่าสนใจว่า "ส่วนใหญ่ของปัญหาด้านจิตวิทยาการเทรดสามารถแก้ไขได้ด้วยการลดขนาดของการเทรดลง และเฝ้าดูกราฟเฉพาะช่วงเวลาที่จำเป็นสำหรับสัญญาณที่คุณใช้ ไม่ใช่การดูกราฟทั้งวัน"


Position Sizing กับพัฒนาการนักเทรด 3 ระดับ... ในรูปแบบ ebook โดย เซียว จับอิดนึ้ง
  https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=312087


หมายความว่าไง:

1. ปัญหาด้านจิตวิทยาในการเทรดคืออะไร?

เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ เช่น ความกลัว ความโลภ ความเครียด หรือความกังวล ที่อาจทำให้คุณตัดสินใจผิดพลาด เช่น ขายเร็วเกินไป ซื้อเพิ่มโดยไม่ไตร่ตรอง หรือไม่กล้าปิดขาดทุน


2. ทำไมการลดขนาดการเทรดถึงช่วยได้?

ถ้าคุณเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่ เช่น ใช้เงินจำนวนมากหรือเลเวอเรจสูง คุณจะรู้สึกกดดัน เพราะการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของราคาอาจทำให้คุณขาดทุนหรือกำไรมาก

แต่ถ้าคุณลดขนาดการเทรดลง เช่น ใช้เงินหรือเลเวอเรจน้อยลง คุณจะควบคุมอารมณ์ได้ง่ายขึ้น เพราะแรงกดดันลดลง และมีเวลาคิดวิเคราะห์มากขึ้น


3. การดูกราฟตลอดทั้งวันมีผลเสียอย่างไร?

การจ้องกราฟนานเกินไปอาจทำให้คุณเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ รวมถึงสร้างความกังวลเกินเหตุ

ยิ่งคุณดูกราฟบ่อยเท่าไหร่ คุณอาจรู้สึกอยาก "เทรดตามอารมณ์" เช่น เห็นราคาขึ้นก็รีบซื้อ เห็นราคาลงก็รีบขาย โดยไม่อิงกับแผนที่วางไว้


e-book : วินัย:ผลพลอยได้ของ Edge... ในรูปแบบ ebook


4. แล้วควรทำอย่างไร?

ตั้งเวลาในการดูกราฟให้ชัดเจน เช่น ดูเฉพาะช่วงที่กราฟมีโอกาสส่งสัญญาณการเข้า/ออก เช่น ทุกชั่วโมง หรือแค่ช่วงปิดตลาด

ใช้แผนการเทรดที่คุณกำหนดไว้ เช่น รอสัญญาณที่ชัดเจนจากเครื่องมือ เช่น MACD, RSI หรือกราฟแท่งเทียน แล้วค่อยตัดสินใจ ไม่ใช่ดูกราฟแล้วเทรดตามอารมณ์


5. ประโยชน์ของการทำตามนี้:

- ช่วยลดความเครียดและการตัดสินใจผิดพลาด

- ทำให้คุณมีเวลาโฟกัสกับเรื่องอื่นในชีวิต เช่น การศึกษาเพิ่มเติม การพักผ่อน หรือวางแผนเทรด

- ส่งเสริมการเทรดที่มีวินัยและยั่งยืนในระยะยาว

eBook "Risk Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงเบื้องต้นสำหรับนักเทรด"

มีจำหน่ายที่แอพ Meb เท่านั้น https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=332340

สรุปง่าย ๆ: ลดขนาดการเทรดเพื่อไม่ให้กดดันตัวเอง และอย่าจ้องกราฟทั้งวัน เลือกดูเฉพาะช่วงที่จำเป็นตามแผนการเทรดของคุณ แล้วจิตใจคุณจะนิ่งขึ้นและการตัดสินใจดีขึ้น!

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

วิธีทำลายพอร์ต : เปลี่ยนแนวทางจาก Trader เป็น Invester (วีไอจำเป็น)

Oliver Kell: วงจรของการเคลื่อนไหวของราคา (Cycle of Price Action)

Mark Ritchie II มองหุ้นราคาถูก (Low-priced stocks) อย่างไร?