OVEREXTENSION REVERSAL - หนึ่งในท่าที่คมที่สุดสำหรับเล่นฝั่ง Long ในวันที่ตลาดตระหนกสุดขีด

Image
นี่คือ Setup OVEREXTENSION REVERSAL - หนึ่งในท่าที่คมที่สุดสำหรับเล่นฝั่ง Long ในวันที่ตลาดพัง สรุปจาก https://x.com/SRxTrades/status/2110829313964519502 ทำไมหุ้นที่ลงหนักๆ ถึงเด้งแรง? หลังจากลงมา 3-4 วันแดงติดกัน จิตวิทยาตลาดจะถึงจุดสุดขีด: Long ยอมแพ้ (Capitulation) - คนถือมานานขายทิ้ง คนไล่ชอต - เห็นลงก็โดดชอตตามน้ำใกล้โลว์ ราคา ยืด ห่างจาก 8 EMA มากเกินไป - บางตัวห่างไป 3x ADR วอลุ่มขายเร่งขึ้น แต่ราคาไม่ลงต่อ - แปลว่าแรงขายถูกซับหมดแล้ว พอแรงขายหมด แค่มีแรงซื้อกลับเข้ามานิดเดียว = Short ต้องรีบ Cover คนชอตช้าโดนขัง = เด้งแรงมาก 4 ข้อที่ต้องเช็คก่อนเข้า 1. EXTREME OVEREXTENSION (ยืดสุดๆ) ลงติดกัน 3 วัน+ หรือ Gap down ต่อเนื่อง ราคาทิ้งห่างจาก 8 EMA แบบสุดๆ ยิ่งห่าง ยิ่งน่าสนใจ 2. SELLING EXHAUSTION (แรงขายหมดแรง) ดูวอลุ่ม: วอลุ่มเพิ่มขึ้นตอนลงไปทำโลว์ แต่ราคาไม่ทำโลว์ใหม่แล้ว = มีคนรับของอยู่ 3. UNDERCUT AND RECLAIM (จังหวะเด็ดสุด) ราคาหลุดโลว์วันก่อนหน้าไปเล็กน้อยเพื่อหลอกให้ Short เพิ่ม แล้วดีดกลับมายืนเหนือโลว์เดิมได้แรงๆ ถ้าได้แท่ง Hammer หรือ Bullish Engulfing ในกราฟ 5/15 ...

Position sizing ที่ดี ช่วยลดปัญหา Trading psychology ได้แทบทั้งหมด

Steve Burns พูดได้น่าสนใจว่า "ส่วนใหญ่ของปัญหาด้านจิตวิทยาการเทรดสามารถแก้ไขได้ด้วยการลดขนาดของการเทรดลง และเฝ้าดูกราฟเฉพาะช่วงเวลาที่จำเป็นสำหรับสัญญาณที่คุณใช้ ไม่ใช่การดูกราฟทั้งวัน"


Position Sizing กับพัฒนาการนักเทรด 3 ระดับ... ในรูปแบบ ebook โดย เซียว จับอิดนึ้ง
  https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=312087


หมายความว่าไง:

1. ปัญหาด้านจิตวิทยาในการเทรดคืออะไร?

เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ เช่น ความกลัว ความโลภ ความเครียด หรือความกังวล ที่อาจทำให้คุณตัดสินใจผิดพลาด เช่น ขายเร็วเกินไป ซื้อเพิ่มโดยไม่ไตร่ตรอง หรือไม่กล้าปิดขาดทุน


2. ทำไมการลดขนาดการเทรดถึงช่วยได้?

ถ้าคุณเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่ เช่น ใช้เงินจำนวนมากหรือเลเวอเรจสูง คุณจะรู้สึกกดดัน เพราะการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของราคาอาจทำให้คุณขาดทุนหรือกำไรมาก

แต่ถ้าคุณลดขนาดการเทรดลง เช่น ใช้เงินหรือเลเวอเรจน้อยลง คุณจะควบคุมอารมณ์ได้ง่ายขึ้น เพราะแรงกดดันลดลง และมีเวลาคิดวิเคราะห์มากขึ้น


3. การดูกราฟตลอดทั้งวันมีผลเสียอย่างไร?

การจ้องกราฟนานเกินไปอาจทำให้คุณเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ รวมถึงสร้างความกังวลเกินเหตุ

ยิ่งคุณดูกราฟบ่อยเท่าไหร่ คุณอาจรู้สึกอยาก "เทรดตามอารมณ์" เช่น เห็นราคาขึ้นก็รีบซื้อ เห็นราคาลงก็รีบขาย โดยไม่อิงกับแผนที่วางไว้


e-book : วินัย:ผลพลอยได้ของ Edge... ในรูปแบบ ebook


4. แล้วควรทำอย่างไร?

ตั้งเวลาในการดูกราฟให้ชัดเจน เช่น ดูเฉพาะช่วงที่กราฟมีโอกาสส่งสัญญาณการเข้า/ออก เช่น ทุกชั่วโมง หรือแค่ช่วงปิดตลาด

ใช้แผนการเทรดที่คุณกำหนดไว้ เช่น รอสัญญาณที่ชัดเจนจากเครื่องมือ เช่น MACD, RSI หรือกราฟแท่งเทียน แล้วค่อยตัดสินใจ ไม่ใช่ดูกราฟแล้วเทรดตามอารมณ์


5. ประโยชน์ของการทำตามนี้:

- ช่วยลดความเครียดและการตัดสินใจผิดพลาด

- ทำให้คุณมีเวลาโฟกัสกับเรื่องอื่นในชีวิต เช่น การศึกษาเพิ่มเติม การพักผ่อน หรือวางแผนเทรด

- ส่งเสริมการเทรดที่มีวินัยและยั่งยืนในระยะยาว

eBook "Risk Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงเบื้องต้นสำหรับนักเทรด"

มีจำหน่ายที่แอพ Meb เท่านั้น https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=332340

สรุปง่าย ๆ: ลดขนาดการเทรดเพื่อไม่ให้กดดันตัวเอง และอย่าจ้องกราฟทั้งวัน เลือกดูเฉพาะช่วงที่จำเป็นตามแผนการเทรดของคุณ แล้วจิตใจคุณจะนิ่งขึ้นและการตัดสินใจดีขึ้น!

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

สรุปเนื้อหามังงะ ตามติดชีวิตนักเทรดฟอเร็กซ์ FX Fighter Kurumi-chan

แนวทางซื้อเพิ่ม หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ให้ได้สิบเด้ง

แนะนำอีบุ๊คเล่มใหม่ครับ เทคนิค Pyramiding คิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่า 10 เท่า