ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

พฤติกรรมของนักเทรดทั่วไปที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ

พฤติกรรมของนักเทรดทั่วไปที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ

มีจำหน่ายที่แอพ Mebmarket : https://t.co/6hfYXffLeK


นักเทรดมือใหม่หลายคนมักจะมีพฤติกรรมและแนวคิดที่ไม่ส่งเสริมการทำกำไรในระยะยาว ซึ่งรวมถึง:

1. กำหนดขนาดของสถานะการเทรด (Position Size) ตามกำไรที่ต้องการ  

   - ตัวอย่างเช่น นักเทรดบางคนคิดว่าอยากได้กำไรจำนวนมากจากการเทรดแต่ละครั้ง จึงเปิดสถานะการเทรดที่ใหญ่เกินไปโดยไม่ได้พิจารณาถึงความเสี่ยง


Position Sizing กับพัฒนาการนักเทรด 3 ระดับ... ในรูปแบบ ebook โดย เซียว จับอิดนึ้ง https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=312087


2. ตั้งเป้ากำไรเล็กๆ แต่ยอมรับความเสี่ยงที่ใหญ่  

   - บางคนหวังจะได้กำไรเล็กน้อย แต่ยอมเสี่ยงกับการขาดทุนครั้งใหญ่ และมักละเลยกฎเกณฑ์การเทรดที่ควรปฏิบัติตาม


3. รู้สึกไม่สบายใจเมื่อไม่ได้เทรดอย่างต่อเนื่อง  

   - นักเทรดเหล่านี้มักรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างตลอดเวลา ไม่สามารถรอจังหวะที่เหมาะสมได้ จึงเทรดบ่อยเกินไปโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน


e-book : วินัย:ผลพลอยได้ของ Edge... ในรูปแบบ ebook


พฤติกรรมของนักเทรดที่ประสบความสำเร็จ

ตรงกันข้ามกับนักเทรดทั่วไป นักเทรดที่ประสบความสำเร็จจะทำสิ่งที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง:

1. กำหนดขนาดของสถานะการเทรดตามจำนวนเงินที่สามารถยอมขาดทุนได้  

   - นักเทรดมืออาชีพจะคำนวณขนาดของสถานะการเทรดโดยใช้เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนที่สามารถยอมเสียได้ เช่น ถ้าสามารถยอมขาดทุนได้ 2% ของพอร์ต พวกเขาจะไม่เปิดสถานะใหญ่เกินไปจนเสี่ยงเสียเงินเกินจำนวนนั้น

   วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ขาดทุนหนักเกินไปในกรณีที่การเทรดไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง การรักษาเงินทุนให้ปลอดภัยสำคัญกว่าการพยายามทำกำไรอย่างรวดเร็ว


2. ทำตามกฎและตั้งเป้ากำไรที่มากกว่าความเสี่ยง พร้อมลดความเสี่ยงให้เล็กที่สุด  

   - นักเทรดที่ดีจะมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและตั้งเป้าทำกำไรให้มากกว่าความเสี่ยง ตัวอย่างเช่น ถ้าพวกเขาเสี่ยงขาดทุน 1 ดอลลาร์ พวกเขาจะตั้งเป้าหมายทำกำไรอย่างน้อย 2-3 ดอลลาร์

   การมีอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ดีช่วยให้คุณทำกำไรได้แม้ว่าจะชนะเพียงครึ่งหนึ่งของการเทรดทั้งหมด การจัดการความเสี่ยงที่ดีทำให้คุณมีโอกาสทำกำไรในระยะยาว


3. เทรดเฉพาะเมื่อจำเป็น  

   - นักเทรดมืออาชีพจะไม่เทรดเพียงเพราะอยากทำอะไร พวกเขารอให้เกิดโอกาสที่เหมาะสมตามกลยุทธ์ที่วางไว้ เช่น รอให้กราฟส่งสัญญาณชัดเจนก่อนเข้าเทรด

   การเทรดบ่อยๆ โดยไม่มีเหตุผลชัดเจนทำให้เสี่ยงขาดทุนมากขึ้น การรู้จักรอโอกาสและเลือกเทรดเฉพาะเมื่อมีความน่าจะเป็นสูงเท่านั้น จะช่วยให้คุณมีผลลัพธ์ที่ดีกว่า



เทคนิค Exit พิชิตผลการเทรด... ในรูปแบบ ebook โดย เซียว จับอิดนึ้ง https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=322348 


สรุปง่ายๆ สำหรับนักเทรดมือใหม่:

1. ควบคุมความเสี่ยงให้ดี อย่าโลภกับกำไร แต่ต้องระวังการขาดทุนให้มาก

2. วางแผนอย่างมีวินัย ตั้งเป้าหมายกำไรให้มากกว่าความเสี่ยงเสมอ

3. รู้จักรอ เทรดเฉพาะเมื่อเห็นโอกาสที่ชัดเจนและคุ้มค่าเท่านั้น

การเทรดอย่างมีวินัยและเข้าใจการจัดการความเสี่ยงจะช่วยให้คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จในระยะยาว!

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

วิธีทำลายพอร์ต : เปลี่ยนแนวทางจาก Trader เป็น Invester (วีไอจำเป็น)

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

Oliver Kell: วงจรของการเคลื่อนไหวของราคา (Cycle of Price Action)

Mark Ritchie II มองหุ้นราคาถูก (Low-priced stocks) อย่างไร?