ทำไมหุ้นควอนตัมพุ่งแรง เก็งกำไรรุนแรง?

Image
“สงครามควอนตัม” เริ่มจริงแล้ว สรุปจาก https://x.com/i/status/2044706241080070284 ปี 2026 คือจุดเปลี่ยน → จาก “งานวิจัยในแล็บ” → กลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ สหรัฐ vs จีน แข่งกันทั้ง เทคโนโลยี + นโยบาย + เงินทุน ⚙️ Insight สำคัญที่สุด (หัวใจของบทความ) 👉 ผู้ชนะ “ไม่ใช่คนสร้างคิวบิต (hardware)” 👉 แต่คือ “คนควบคุมระบบ” (control plane) NVIDIA เปิดตัว Ising แนวคิด: AI จะกลายเป็น “Operating System” ของคอมพิวเตอร์ควอนตัม 📌 ความหมาย: ใครคุม layer นี้ = คุม ecosystem ทั้งหมด คล้ายที่ NVIDIA คุม GPU ในยุค AI 🇺🇸 ฝั่งสหรัฐ: 3 เสาหลัก NQI (กฎหมาย) ขยายถึงปี 2034 จาก “วิจัย” → ไป “การผลิต + ใช้งานจริง” DARPA QBI คัดบริษัทที่ “สร้างควอนตัมใช้จริงได้” เป้าหมาย: ปี 2033 ต้องมีเครื่องที่ “คุ้มต้นทุน” White House (นโยบายกลาง) วางยุทธศาสตร์ชาติ + ความมั่นคง (เช่น post-quantum crypto) 📌 สรุป: → สหรัฐใช้โมเดล รัฐ + เอกชนร่วมกัน (ecosystem-driven) 🇨🇳 ฝั่งจีน: รัฐนำเต็มตัว ลงทุนระดับ ~ $140B (กองทุนรัฐ) ดัน 3 ด้านพร้อมกัน: Quantum Communication (นำโลก) ดาวเทียม Micius satellite Quantum Computin...

ผมไม่ได้ต่อต้านการถือหุ้นระยะยาว ผมต่อต้านการถือ "ขาดทุน" ไว้กับตัวจนทำลายพอร์ตให้พัง

(แนะนำ อีบุ๊กใหม่ + ลดราคา 20%) 15-17 พย. นี้เท่านั้น
Risk Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงเบื้องต้นสำหรับนักเทรด

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjMzMjM0MDt9


พี่มาร์ค มินเนอร์วินี กล่าวว่า "บางคนคิดว่าผมเป็นนักเทรดระยะสั้น และเพราะเหตุนี้เลยคิดว่าผมต่อต้านการถือหุ้นระยะยาว แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย ผมไม่ได้ต่อต้านการถือหุ้นระยะยาว ผมต่อต้านการถือ "ขาดทุน" ไว้กับตัว(จนทำลายพอร์ตให้เสียหายมากเกินไปแก้ตัว)"

.

- สิ่งที่พี่มาร์ค ต้องการจะสื่อคือไม่สำคัญว่าคุณจะถือหุ้นระยะสั้นหรือระยะยาว สิ่งสำคัญคือคุณต้องไม่ยอมถือ "ความผิดพลาด" หรือ "การขาดทุน" ไว้ต่อไปจนทำลายพอร์ต

- การถือหุ้นนานไม่ได้แย่ แต่การถือหุ้นขาดทุนไว้นานนั้นแย่แน่  

  หากคุณถือหุ้นที่กำลังขาดทุนและไม่มีสัญญาณว่าจะกลับตัวดีขึ้น การยอมขายตัดขาดทุน (cut loss) อาจจะดีกว่า

---

พี่มาร์ค ยังพูดว่า "ผมเคยซื้อหุ้นที่ราคาลดลงจนเกือบศูนย์ และขายหุ้นที่ราคาพุ่งขึ้นจนเหมือนจะไปถึงขีดสุด แต่ผมไม่เคย "ยึดติด" กับหุ้นใด ๆ จนปล่อยให้มันกลายเป็นศูนย์"

หมายความว่า

- อย่าเสี่ยงจนเกินไป:    ไม่ควรรอจนหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง "พังทลาย" ไปหมด หรือรอให้ราคาพุ่งสุดฟ้าแล้วค่อยตัดสินใจขาย เพราะตลาดไม่มีอะไรแน่นอน

- ขายให้ทันเวลา:    ถ้าราคาหุ้นเริ่มแสดงสัญญาณอันตราย คุณต้องมีวินัยในการตัดสินใจขาย ไม่ว่ามันจะกำลังขาดทุนหรือกำไรอยู่ก็ตาม


---

นอกจากนั้น พี่มาร์ค ได้ทิ้งท้ายว่า

"สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งที่คุณ "ยอมให้เกิดขึ้น" ระหว่างทางที่คุณถือหุ้น ไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นหรือจุดจบ"

หมายความว่า

- การจัดการระหว่างทางคือหัวใจสำคัญของการเทรด:  

  การเทรดที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณซื้อหรือขายหุ้นที่จุดใด แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและจัดการพอร์ตในระหว่างที่คุณถือหุ้น

- บริหารความเสี่ยง:  

  รักษาเงินทุนของคุณโดยอย่าปล่อยให้การขาดทุนลุกลาม และอย่าคิดว่าหุ้นที่กำไรจะพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหยุด

.

.

สรุปข้อคิดที่ได้จากคำพูดของพี่มาร์ค คือ

1. อย่าถือขาดทุนไว้กับตัวนานเกินไป:  

   ความล้มเหลวของนักเทรดหลายคนมาจากการไม่ยอมขายตัดขาดทุน ควรตั้งจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจนและทำตามอย่างเคร่งครัด

2. บริหารกำไรและขาดทุนอย่างสมดุล:  

   อย่าหวังว่าจะขายได้ที่จุดสูงสุดเสมอ และอย่ารอจนหุ้นราคาตกต่ำสุดก่อนจะยอมขาย

3. ความสำคัญของ "ระหว่างทาง":  

   การเทรดที่ดีไม่ใช่แค่การตัดสินใจซื้อ-ขาย แต่คือการบริหารจัดการระหว่างที่คุณยังถือหุ้นในพอร์ต

4. มีวินัยและความยืดหยุ่น:  

   การยอมรับความผิดพลาดและปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์คือกุญแจสำคัญ

---

แรงบันดาลใจจากคำพูดของพี่มาร์ค

คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักเทรดที่สมบูรณ์แบบ สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ที่จะบริหารความเสี่ยงและพัฒนาแนวทางของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพราะความสำเร็จในการเทรดไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณซื้อหรือขายเมื่อไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับ "สิ่งที่คุณอนุญาตให้เกิดขึ้นระหว่างนั้น"

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

Anthropic ฝึกโมเดล Mythos ล่าสุดบนชิปของ AWS → $AMZN พุ่งแรง ทำไม $MRVL กับ $AAOI ถึงรอคิวเด้งตาม

แชร์วิธีการหารายได้จากการช่วยขาย ebook ที่ mebmarket.com

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน