เราอยู่ในช่วง AI Memory Supercycle

Image
ลองจินตนาการตามเรื่องนี้ก่อนนะครับ เมื่อก่อน… ตลาด “หน่วยความจำ” (Memory) เป็นเหมือนธุรกิจหลังบ้าน ไม่หวือหวา ไม่ค่อยมีใครพูดถึง แต่วันนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไป เพราะคำว่า AI ภาพนี้กำลังเล่า “เรื่องใหญ่” เรื่องหนึ่งให้เราเห็น นั่นคือ เราอยู่ในช่วง AI Memory Supercycle  หรือแปลแบบเข้าใจง่ายๆ คือ วงจรการเติบโตครั้งใหญ่ของธุรกิจหน่วยความจำ ที่ขับเคลื่อนโดย AI ภาพนี้กำลังบอกอะไรเรา? ให้ดูภาพนี้เหมือน “แผนที่ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain)” ของโลก AI ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ ทุกส่วนเชื่อมโยงกันหมด ผมจะพาไล่ดูทีละขั้น เหมือนเล่าเรื่องให้นักเทรดมือใหม่ฟังครับ ขั้นที่ 1 : หัวใจของ AI คือ “Memory” AI ไม่ได้ต้องการแค่ CPU หรือ GPU แต่ต้องการ หน่วยความจำจำนวนมหาศาล เพื่อประมวลผลข้อมูล โดยเฉพาะสิ่งที่เรียกว่า HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งเป็นหน่วยความจำความเร็วสูง ที่ AI ขาดไม่ได้ ในภาพนี้ กลุ่ม DRAM / HBM คือพระเอกของเรื่อง SK hynix Samsung Micron (MU) บริษัทเหล่านี้คือผู้ผลิตหน่วยความจำระดับโลก ยิ่ง AI โต ความต้องการ HBM ยิ่งพุ่ง รายได้ก็มีโอกาสโตเป็นรอบใหญ่ นี่คือ “ต้นน้ำ” ของ Superc...

ผมไม่ได้ต่อต้านการถือหุ้นระยะยาว ผมต่อต้านการถือ "ขาดทุน" ไว้กับตัวจนทำลายพอร์ตให้พัง

(แนะนำ อีบุ๊กใหม่ + ลดราคา 20%) 15-17 พย. นี้เท่านั้น
Risk Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงเบื้องต้นสำหรับนักเทรด

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjMzMjM0MDt9


พี่มาร์ค มินเนอร์วินี กล่าวว่า "บางคนคิดว่าผมเป็นนักเทรดระยะสั้น และเพราะเหตุนี้เลยคิดว่าผมต่อต้านการถือหุ้นระยะยาว แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย ผมไม่ได้ต่อต้านการถือหุ้นระยะยาว ผมต่อต้านการถือ "ขาดทุน" ไว้กับตัว(จนทำลายพอร์ตให้เสียหายมากเกินไปแก้ตัว)"

.

- สิ่งที่พี่มาร์ค ต้องการจะสื่อคือไม่สำคัญว่าคุณจะถือหุ้นระยะสั้นหรือระยะยาว สิ่งสำคัญคือคุณต้องไม่ยอมถือ "ความผิดพลาด" หรือ "การขาดทุน" ไว้ต่อไปจนทำลายพอร์ต

- การถือหุ้นนานไม่ได้แย่ แต่การถือหุ้นขาดทุนไว้นานนั้นแย่แน่  

  หากคุณถือหุ้นที่กำลังขาดทุนและไม่มีสัญญาณว่าจะกลับตัวดีขึ้น การยอมขายตัดขาดทุน (cut loss) อาจจะดีกว่า

---

พี่มาร์ค ยังพูดว่า "ผมเคยซื้อหุ้นที่ราคาลดลงจนเกือบศูนย์ และขายหุ้นที่ราคาพุ่งขึ้นจนเหมือนจะไปถึงขีดสุด แต่ผมไม่เคย "ยึดติด" กับหุ้นใด ๆ จนปล่อยให้มันกลายเป็นศูนย์"

หมายความว่า

- อย่าเสี่ยงจนเกินไป:    ไม่ควรรอจนหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง "พังทลาย" ไปหมด หรือรอให้ราคาพุ่งสุดฟ้าแล้วค่อยตัดสินใจขาย เพราะตลาดไม่มีอะไรแน่นอน

- ขายให้ทันเวลา:    ถ้าราคาหุ้นเริ่มแสดงสัญญาณอันตราย คุณต้องมีวินัยในการตัดสินใจขาย ไม่ว่ามันจะกำลังขาดทุนหรือกำไรอยู่ก็ตาม


---

นอกจากนั้น พี่มาร์ค ได้ทิ้งท้ายว่า

"สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งที่คุณ "ยอมให้เกิดขึ้น" ระหว่างทางที่คุณถือหุ้น ไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นหรือจุดจบ"

หมายความว่า

- การจัดการระหว่างทางคือหัวใจสำคัญของการเทรด:  

  การเทรดที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณซื้อหรือขายหุ้นที่จุดใด แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและจัดการพอร์ตในระหว่างที่คุณถือหุ้น

- บริหารความเสี่ยง:  

  รักษาเงินทุนของคุณโดยอย่าปล่อยให้การขาดทุนลุกลาม และอย่าคิดว่าหุ้นที่กำไรจะพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหยุด

.

.

สรุปข้อคิดที่ได้จากคำพูดของพี่มาร์ค คือ

1. อย่าถือขาดทุนไว้กับตัวนานเกินไป:  

   ความล้มเหลวของนักเทรดหลายคนมาจากการไม่ยอมขายตัดขาดทุน ควรตั้งจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจนและทำตามอย่างเคร่งครัด

2. บริหารกำไรและขาดทุนอย่างสมดุล:  

   อย่าหวังว่าจะขายได้ที่จุดสูงสุดเสมอ และอย่ารอจนหุ้นราคาตกต่ำสุดก่อนจะยอมขาย

3. ความสำคัญของ "ระหว่างทาง":  

   การเทรดที่ดีไม่ใช่แค่การตัดสินใจซื้อ-ขาย แต่คือการบริหารจัดการระหว่างที่คุณยังถือหุ้นในพอร์ต

4. มีวินัยและความยืดหยุ่น:  

   การยอมรับความผิดพลาดและปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์คือกุญแจสำคัญ

---

แรงบันดาลใจจากคำพูดของพี่มาร์ค

คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักเทรดที่สมบูรณ์แบบ สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ที่จะบริหารความเสี่ยงและพัฒนาแนวทางของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพราะความสำเร็จในการเทรดไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณซื้อหรือขายเมื่อไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับ "สิ่งที่คุณอนุญาตให้เกิดขึ้นระหว่างนั้น"

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)