ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

Drawdown กับ จุดประสงค์ของการลงทุนและการเทรด

จุดประสงค์ของการลงทุนและการเทรด ในมุมมองของปู่ปีเตอร์ แบรนดท์

"จุดประสงค์ของการลงทุนคือการสร้างความมั่งคั่ง

แต่จุดประสงค์ของการเทรดแบบแอคทีฟขึ้นไปอีกคือ (a) เพื่อสร้างความมั่งคั่ง และ (b) เพื่อสร้างรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

การขาดทุนหนัก (Drawdowns) บังคับให้นักเทรดต้องทำเงินก้อนเดิมซ้ำไปซ้ำมา - ซึ่งเป็นเรื่องไม่ฉลาดเลย  

ดังนั้นการจำกัดการขาดทุนหนักเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเทรด"


การลงทุนและการเทรดอาจดูคล้ายกัน เพราะมีเป้าหมายหลักที่เหมือนกันคือ การสร้างความมั่งคั่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว แต่ละวิธีมีวัตถุประสงค์และวิธีการที่แตกต่างกันไป:


1. การลงทุน: การลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น หุ้น, กองทุนรวม หรืออสังหาริมทรัพย์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว เป็นการถือครองสินทรัพย์ไว้เพื่อให้มูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป โดยที่นักลงทุนไม่จำเป็นต้องซื้อขายบ่อย ๆ


2. การเทรด: การเทรดเป็นการทำกำไรระยะสั้น โดยมีเป้าหมายหลักสองอย่างคือ 

   - สร้างความมั่งคั่ง ผ่านการทำกำไรในแต่ละการเทรด

   - สร้างกระแสรายได้ต่อเนื่อง จากการทำกำไรสม่ำเสมอในระยะสั้น


นักเทรดจะต้องทำการซื้อขายบ่อยครั้งเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาทุนและผลกำไรที่ทำได้ไว้ 


Drawdowns หรือการขาดทุนชั่วคราว

Drawdown หมายถึงการลดลงของมูลค่าพอร์ตการลงทุนหรือพอร์ตการเทรดจากระดับสูงสุด เช่น หากพอร์ตมีมูลค่าที่สูงสุดที่ 100,000 บาท และลดลงมาเหลือ 90,000 บาท นั่นคือการขาดทุนชั่วคราวหรือ Drawdown ที่ 10%


การขาดทุนชั่วคราวส่งผลให้เทรดเดอร์ต้องทำกำไรกลับมาเท่าจำนวนที่ขาดทุนไป ซึ่งในระยะยาวอาจจะทำให้เสียเวลาและเสียโอกาสในการทำกำไรใหม่ ๆ ทำให้นักเทรดหลายคนมองว่าเป็น “ความผิดพลาด” หรือ Foolish เพราะพอร์ตที่ขาดทุนย่อมต้องการกำไรที่สูงขึ้นเพื่อให้กลับมาที่จุดเดิม 


วิธีการจำกัด Drawdown เพื่อบรรลุเป้าหมายการเทรด

หากคุณต้องการบรรลุเป้าหมายการเทรด เช่น การสร้างกระแสรายได้ต่อเนื่องและความมั่งคั่งในระยะยาว การจำกัด Drawdown จึงเป็นสิ่งสำคัญ เทคนิคในการบริหารจัดการ Drawdown มีดังนี้:


1. กำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) – การตั้ง Stop Loss ช่วยจำกัดการขาดทุนให้ไม่เกินระดับที่คุณรับไหว นอกจากนี้ยังป้องกันไม่ให้พอร์ตได้รับผลกระทบจากการขาดทุนหนัก


2. อย่าใช้เลเวอเรจสูงเกินไป – การใช้เลเวอเรจทำให้คุณสามารถทำกำไรได้มากขึ้น แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงที่จะแพ้เช่นกัน ควรใช้เลเวอเรจในระดับที่เหมาะสมและอยู่ในขอบเขตที่คุณสามารถจัดการได้


3. กระจายความเสี่ยง – การกระจายพอร์ตการเทรดไปในสินทรัพย์ที่หลากหลายช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิด Drawdown หนักหากสินทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหา


4. ใช้กลยุทธ์การจัดการเงินทุน (Money Management) – ควรกำหนดขนาดการลงทุนในแต่ละการเทรดให้เหมาะสมกับขนาดของพอร์ต และไม่ควรเสี่ยงมากเกินไปในแต่ละคำสั่งซื้อขาย


การจำกัด Drawdown อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้คุณสามารถรักษากำไรและรักษาพอร์ตของคุณในระยะยาว

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

Mark Ritchie II มองหุ้นราคาถูก (Low-priced stocks) อย่างไร?

(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

VCP หรือ Volatility Contraction Pattern

เจาะลึกหุ้น $TE แบบละเอียด