16 ประเด็นน่าสนใจจากหนังสือ Skill before Passion

Image
๑) จงเก่ง จนใครๆ ก็ไม่กล้าเมิน ทำไมคนอื่นถึงไม่กล้าเมิน? เพราะถ้าคุณเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากพอ คนอื่นก็จะมาหาคุณเอง ยิ่งเชี่ยวชาญ รายได้ มูลค่าของคุณก็ยิ่งสูงตามเท่านั้น ยิ่งเชี่ยวชาญ ยิ่งทำแล้วได้ คุณก็จะหลงใหลในงานนั้นไปเอง ความเชี่ยวชาญ = ต้นทุนทางอาชีพ ยิ่งอาชีพไหนที่หายากและมีคุณค่า ตลาดต้องการมาก ๆ = ต้นทุนยิ่งสูงตาม ไอเดียง่าย ๆ คือ งานที่คุณจะให้อะไรแก่โลกนี้ ไม่ใช่โลกจะให้อะไรแก่คุณ ยิ่งให้โลกให้สังคมได้มากเท่าไหร่ มูลค่าก็จะสูงตามเท่านั้น มุ่งมั่นสร้างความเชี่ยวชาญ สร้างต้นทุนทางอาชีพให้ได้ก่อน เมื่อคุณมีต้นทุน เมื่อนั้นคุณจะมีอำนาจในการเลือก การทำ และอิสระในการใช้ชีวิต ปล. หนังสือเล่มนี้ มีส่วนผสมระหว่างหนังสือ เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี กับ Talent is Overrated ๒) ศาสตร์แห่งความหลงใหล - ความหลงใหลในอาชีพเป็นสิ่งที่หายาก - ความหลงใหลต้องอาศัยเวลา - ความหลงใหลเป็นผลพลอยได้จากความเชี่ยวชาญ ๓) แรงจูงใจ มาจากความรู้สึกถึงอิสระ+อำนาจในการควบคุม, รู้สึกว่าตนเองเก่ง,  รู้สึกเชื่อมโยงกับคนอื่น ๔) สมมติฐานเรื่องความหลงใหลทำให้ผู้คนเชื่อว่างานที่ใช่กำลังรออยู่ที่ไหนสักแห่งและเมื่อ

เขาเทรดรวยด้วยกลยุทธ์จับจุดต่ำสุด ซื้อจุดต่ำสุด - ขายที่จุดสูงสุด

 เขาเทรดรวยด้วยกลยุทธ์จับจุดต่ำสุด ซื้อจุดต่ำสุด - ขายที่จุดสูงสุด


ผมเป็นสวิงเทรดเดอร์มาโดยตลอด หมายความว่าผมเชื่อว่าวิธีคิดทำเงินที่ดีที่สุดก็คือการทำที่จุดกลับตัวของตลาด ทุกๆ คนพูดว่า คุณตายแน่ถ้าคุณพยายามที่จับจังหวะสูงสุดหรือต่ำสุด และคุณจะทำเงินทั้งหมดได้ด้วยการจับในระหว่างกึ่งกลางของแนวโน้ม

.

เป็นเวลา 12 ปี ที่ผมมักจะพลาดการจับตลาดตรงกลางไปเสมอ แต่ผมสามารถที่จะจับจุดต่ำสุดหรือสูงสุดได้อย่างมากมาย

.

ถ้าคุณเป็นพวกตามแนวโน้มที่พยายามจะทำกำไรในช่วงกลางของการเคลื่อนไหว คุณก็จะต้องมีจุดตัดขาดทุนที่กว้างมาก ผมไม่สบายใจที่จะทำแบบนั้น และนอกจากนั้นแนวโน้มของตลาดก็เกิดขึ้นเพียง 15% ของช่วงเวลาทั้งหมด ในช่วงเวลาที่เหลือนั้นพวกมันจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ

.

๑) ความสนุกของการอ่านหนังสือ Market Wizards คือการได้รู้ว่าจริงว่า ไม่ว่ากลยุทธ์ไหนก็ทำเงินได้ทั้งนั้น ไม่มีกลยุทธ์ไหนที่สุดยอดที่สุด มีแต่เหมาะสมกับจริต และความเชี่ยวชาญรู้ลึกรู้จริง รู้จุดอ่อนแล้วหาแนวทางไปปิดจุดบกพร่อมนั้น (เปิดโลกจากกะลาอย่างแท้จริง การบอกว่ากลยุทธ์นั้นกลยุทธ์นี้ดีที่สุดในโลก มันน่าอายและหน้าโง่มาก ๆ)

.

๒) Paul Tudor Jones และกลยุทธ์โมเมนตัม

หนึ่งในกลยุทธ์ที่โจนส์ใช้อย่างกว้างขวางคือกลยุทธ์การซื้อขายแบบโมเมนตัม

.

การเทรดแบบโมเมนตัมเป็นกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับการมองหาหุ้นที่เพิ่งประสบกับราคาที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมาก จากนั้นทำการซื้อขายเพื่อใช้ประโยชน์จากโมเมนตัมของการเคลื่อนไหว โจนส์เชื่อว่าการใช้ประโยชน์จากโมเมนตัมเหล่านี้ทำให้เขาสามารถสร้างผลกำไรที่สม่ำเสมอเมื่อเวลาผ่านไป

.

เพื่อระบุการซื้อขายโมเมนตัม โจนส์จะวิเคราะห์ตัวบ่งชี้ต่างๆ ที่หลากหลาย เช่น โมเมนตัมราคา ปริมาณ ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI) และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่คอนเวอร์เจนซ์ไดเวอร์เจนซ์ (MACD) เขาจะดูข่าวและเหตุการณ์อื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อราคาหุ้น

.

เมื่อเขาระบุการซื้อขายโมเมนตัมได้แล้ว โจนส์จะเข้าสู่ตำแหน่งด้วยคำสั่งหยุดการขาดทุน คำสั่งนี้จะปกป้องเขาจากการขาดทุนจำนวนมากในการซื้อขายหากราคาหุ้นกลับตัวแน่นอน จากนั้นเขาจะมองหาการออกจากตำแหน่งที่มีกำไรเมื่อราคาหุ้นกลับสู่ระดับที่มีเสถียรภาพมากขึ้น

.

แนวทางของ Paul Tudor Jones ในการเทรดด้วยโมเมนตัมมีลักษณะเฉพาะคือวินัย การบริหารความเสี่ยง และความสามารถในการใช้ประโยชน์จากโอกาสในทุกสภาวะตลาด เขาเชื่อว่าการทำตามกลยุทธ์นี้ทำให้เขาสามารถสร้างผลกำไรที่สม่ำเสมอเมื่อเวลาผ่านไป

.

๓) กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงของ Paul Tudor Jones

Paul Tudor Jones เป็นนักลงทุนในตำนานที่มีชื่อเสียงในด้านความสามารถในการสร้างผลกำไรที่สม่ำเสมอผ่านการผสมผสานกลยุทธ์การซื้อขายที่แตกต่างกัน หนึ่งในองค์ประกอบหลักของแนวทางการลงทุนของเขาคือการบริหารความเสี่ยง และเขาใช้กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงที่หลากหลายเพื่อเพิ่มผลกำไรสูงสุดและลดการขาดทุนให้น้อยที่สุด

.

หนึ่งในกลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงหลักที่โจนส์ใช้คือการใช้คำสั่งหยุดการขาดทุน คำสั่งหยุดการขาดทุนคือคำสั่งขายหุ้นในราคาหนึ่งเพื่อจำกัดการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นจากการเทรด สิ่งนี้ทำให้โจนส์จำกัดการขาดทุนในกรณีที่ราคากลับตัว นอกจากนี้เขายังจะใช้คำสั่งหยุดการขาดทุนเพื่อปกป้องผลกำไรของเขาจากการค้าขาย

.

กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงอีกอย่างหนึ่งที่โจนส์ใช้คือการใช้ทางเลือก ออปชันช่วยให้นักลงทุนซื้อสิทธิ์ในการซื้อหรือขายหุ้นในราคาที่กำหนดได้ในภายหลัง สิ่งนี้ทำให้โจนส์สามารถใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของราคาระยะสั้นในตลาดในขณะที่จำกัดความเสี่ยงของเขา

.

โจนส์ยังเชื่อในการกระจายความเสี่ยงอย่างมาก เขาเชื่อว่าการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ทำให้เขาสามารถจำกัดความเสี่ยงโดยรวมของเขาได้ เขาทำเช่นนี้โดยการลงทุนในหุ้น พันธบัตร สินค้าโภคภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนอื่นๆ

..

๔) Paul Tudor Jones ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค

การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นวิธีการวิเคราะห์หุ้นโดยดูจากข้อมูลในอดีต เช่น ราคาและปริมาณในอดีต โจนส์ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อระบุรูปแบบในตลาดและมองหาโอกาสในการซื้อขายที่เป็นไปได้ เขายังใช้มันเพื่อระบุจุดเข้าและออกสำหรับการเทรดของเขา

.

โจนส์เชื่ออย่างมากในการใช้เครื่องมือสร้างกราฟ เช่น เส้นแนวโน้มและเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ นอกจากนี้ เขายังได้พิจารณาตัวบ่งชี้ทางเทคนิคที่หลากหลาย เช่น ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI) และความแตกต่างของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (MACD) ด้วยการวิเคราะห์เครื่องมือเหล่านี้ โจนส์สามารถมองหาโอกาสในการซื้อขายที่เป็นไปได้ในตลาด

.

โจนส์ยังใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อจัดการความเสี่ยงของเขาอีกด้วย เขาจะใช้คำสั่งหยุดและคำสั่งจำกัดเพื่อปกป้องเงินทุนของเขาในกรณีที่ราคากลับตัว เขายังใช้ตัวเลือกเพื่อใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของราคาระยะสั้นในตลาดในขณะที่จำกัดความเสี่ยงของเขา

.

แนวทางของ Paul Tudor Jones ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคนั้นมีระเบียบวินัยและมุ่งเน้นไปที่การใช้ประโยชน์จากโอกาสในทุกสภาวะตลาด ด้วยการรวมการวิเคราะห์ทางเทคนิคเข้ากับกลยุทธ์อื่นๆ เช่น การเทรดแบบโมเมนตัม การติดตามแนวโน้ม และการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ทำให้โจนส์สามารถสร้างผลกำไรที่สม่ำเสมอเมื่อเวลาผ่านไป

.

๕) สุดท้าย โจนส์เป็นผู้สนับสนุนการปรับขนาดตำแหน่งที่เหมาะสม เขาเชื่อว่าการควบคุมขนาดของแต่ละตำแหน่งทำให้เขาสามารถจำกัดความเสี่ยงได้ ด้วยการจำกัดขนาดของแต่ละตำแหน่ง โจนส์สามารถจำกัดการขาดทุนของเขาในกรณีที่เกิดการซื้อขายที่ไม่ดี

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในการเทรดหุ้น คุณไม่ต้องรอบรู้ไม่ต้องเก่งทุกเรื่องและทุกอย่างหรอก ทำแค่ 7 เรื่องนี้ให้ได้ก็พอ....

ดูยังไงว่าเป็น Cup with Handle pattern?

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

ศาสตร์และศิลปะของการปั้นพอร์ต ให้เติบโตสม่ำเสมอ Art & Science of Trading