Gain-to-Pain Ratio คือสิ่งที่นักเทรดมือใหม่ต้องรู้ มันคืออะไร? คำนวณยังไง มาดูกัน

Image
Gain-to-Pain Ratio (GPR) คืออัตราส่วนที่ใช้วัดประสิทธิภาพของการลงทุน โดยการเปรียบเทียบระหว่างกำไรที่ได้รับกับความเสี่ยงหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการลงทุน GPR เป็นเครื่องมือที่นิยมใช้ในวงการการเงินเพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของกองทุนหรือพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการลงทุนที่มีความผันผวนสูง แนวทางการคำนวณ สมมุติว่าเรามีผลตอบแทนรายเดือนสำหรับกองทุนหนึ่งในช่วง 12 เดือนดังนี้: - มกราคม: 2% - กุมภาพันธ์: -1% - มีนาคม: 3% - เมษายน: -2% - พฤษภาคม: 4% - มิถุนายน: -1% - กรกฎาคม: 2% - สิงหาคม: -3% - กันยายน: 1% - ตุลาคม: -1% - พฤศจิกายน: 2% - ธันวาคม: -1% 1. ผลรวมของผลตอบแทนรายเดือนที่เป็นบวก: [ 2% + 3% + 4% + 2% + 1% + 2% = 14% ] 2. ผลรวมของค่าผลตอบแทนรายเดือนที่เป็นลบ: [  -1%  -2% -1% -3%  -1% -1% = 9%] 3. คำนวณ Gain-to-Pain Ratio: ค่า GPR ที่สูงกว่า 1 บ่งบอกว่าผลตอบแทนที่ได้รับสูงกว่าความเสี่ยงหรือความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีในการลงทุน โดยสรุป Gain-to-Pain Ratio เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการประเมินผลตอบแทนเทียบกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุน ช่วยให้นักลงทุน

ที่นักเทรด 95% ล้มเหลว พอร์ตพัง ถอดใจไวเกินไป ไม่ใช่เพราะอ่านน้อย เรียนน้อย แต่เพราะมีสิ่งนี้น้อยไป


ที่นักเทรด 95% เจ๊งยับ พอร์ตพัง ไม่ใช่เพราะอ่านน้อย เรียนน้อย แต่เพราะมีสิ่งนี้น้อยไป

“ถ้าไม่ใช่ประสบการณ์ของคุณ มันก็ไม่ใช่ความจริงของคุณ” โทมัส แคมป์เบลล์

โลกแห่งการซื้อขายเต็มไปด้วยสัจพจน์ กลยุทธ์ และคำแนะนำ แต่แก่นแท้ของความเข้าใจมักมาจากประสบการณ์ส่วนตัว มาเจาะลึกแนวคิดนี้กันดีกว่า:

๑) เบ้าหลอมแห่งประสบการณ์

คุณสามารถอ่านหนังสือได้ร้อยเล่ม เข้าร่วมสัมมนาหลายสิบเรื่อง และชมวิดีโอการซื้อขายนับไม่ถ้วน แต่จนกว่าคุณจะรู้สึกว่าหุ้นที่คุณลงทุนไปมหาศาลร่วงหล่นจนแทบไส้แตก หรือรู้สึกอิ่มเอมใจกับสถานะที่พุ่งทะยานเกินความคาดหมาย คุณก็ยังอยู่ในกลุ่มตัวเล็ก ปลายลึก? นั่นคือสิ่งที่ประสบการณ์อาศัยอยู่

๒) ความยืดหยุ่นทางอารมณ์

คุณคิดว่าคุณเข้าใจอารมณ์ของตัวเองแล้วเหรอ? รอจนกว่าคุณจะเห็นเงินเดือนของเดือนระเหยไปในไม่กี่นาที เนื่องจากคุณสวนกระแสหรือไม่สามารถตั้งจุดหยุดขาดทุนได้ มันง่ายที่จะบอกว่าคุณจะถูกลงโทษ แต่เมื่อเงินจริงอยู่บนเส้น อารมณ์ก็จะพุ่งสูงขึ้น ประสบการณ์จะสอนให้คุณมีความยืดหยุ่นทางอารมณ์ การเปิดรับเสียงสูงและต่ำเหล่านี้ซ้ำๆ จะช่วยบรรเทาปฏิกิริยาของคุณ ช่วยให้คุณดำเนินการอย่างมีเหตุผลเมื่อผู้อื่นตื่นตระหนก

๓) การรับรู้รูปแบบ

แผนภูมิ การตั้งค่า ตัวบ่งชี้ ไม่ใช่แค่เส้นและรูปร่างเท่านั้น พวกเขาเล่าเรื่อง แต่การอ่านเกี่ยวกับพวกเขายังไม่เพียงพอ คุณต้องดูพวกเขาเล่นแบบเรียลไทม์ วันแล้ววันเล่า เพื่อเข้าใจความแตกต่างเล็กน้อยของพวกเขาอย่างแท้จริง เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะเริ่มรับรู้รูปแบบโดยสัญชาตญาณ และเกือบจะรู้สึกถึงชีพจรของตลาด

๔) บทเรียนภายใน

คุณเคยได้ยินมานับพันครั้ง: 'ตัดความสูญเสียให้สั้นลง ปล่อยให้ผู้ชนะของคุณดำเนินไป' แต่ครั้งแรกที่คุณปิดสถานะก่อนเวลาแล้วดูมันทะยานขึ้น หรือถือครองผู้แพ้โดยหวังว่ามันจะดีดตัวขึ้นแต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น นั่นคือช่วงเวลาที่ทำให้บทเรียนเข้าสู่จิตวิญญาณของคุณ การรู้กฎเป็นเรื่องหนึ่ง การเข้าใจน้ำหนักของมันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

๕) การพัฒนาสัญชาตญาณ

การซื้อขายไม่ได้เป็นเพียงเกี่ยวกับตัวเลขและแผนภูมิเท่านั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาสัญชาตญาณ สัมผัสที่หก และสัญชาตญาณนั้นได้รับการฝึกฝนผ่านประสบการณ์ เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะพบว่าตัวเองทำการตัดสินใจที่ดูขัดแย้งกับหนังสือแต่เหมาะสมกับสถานการณ์ นั่นคือประสบการณ์ของคุณในการพูดคุย

๖) ทำความเข้าใจจิตวิทยาของคุณเอง

เทรดเดอร์ทุกคนมีจุดแข็งและจุดอ่อน บางทีคุณอาจมองเห็นโอกาสในการฝ่าวงล้อมได้ดีแต่กลับแย่มากเมื่อออกจากจังหวะ หรือบางทีคุณอาจเป็นนักลงทุนที่อดทนแต่กลับรู้สึกกระวนกระวายใจในตลาดที่ผันผวน มีเพียงการเทรดและจมอยู่กับมันเท่านั้น คุณจึงจะเข้าใจจิตวิทยาของคุณเองและพยายามปรับปรุงได้อย่างแท้จริง

๗) เข้ามาทำผิดพลาด แพ้บ้าง ชนะบ้าง แต่ในการซื้อขายแต่ละครั้ง ให้ไตร่ตรอง ทำความเข้าใจว่าอะไรถูก อะไรผิดพลาด และปรับตัว นั่นคือวิธีที่คุณเติบโต นั่นคือการที่คุณไม่เพียงแต่เป็นเทรดเดอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านงานฝีมือด้วย เพราะในเกมนี้ประสบการณ์ไม่ได้เป็นเพียงครูที่ดีที่สุดเท่านั้น เป็นครูคนเดียวเท่านั้นที่สำคัญจริงๆ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน