ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

"มันจะเวิร์คหรือไม่?" กับ "ฉันจะทำยังไงให้มันเวิร์ค?" คำถามที่แยกแยะนักเทรดผู้ชนะกับผู้แพ้


"มันจะเวิร์คหรือไม่?" กับ "ฉันจะทำยังไงให้มันเวิร์ค?" 

Mindset ที่แยกแยะนักเทรดผู้ชนะกับผู้แพ้

ฉันคิดว่าความแตกต่างอย่างมากในด้าน Mindset ระหว่างนักเทรดที่ไม่ประสบความสำเร็จและประสบความสำเร็จคือ:

https://twitter.com/corymitc/status/1687482871953649664?s=20

๑) นักเทรดที่ไม่ประสบความสำเร็จถามว่า "วิธีนี้ได้ผลหรือไม่" เพราะเขาต้องการแสวงหาสิ่งที่ทำกำไรได้ทันที หรือติดตามบางสิ่งอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าโดยหวังว่าจะได้กำไรในที่สุด

๒) เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จถามว่า "ฉันจะทำให้สิ่งนี้สำเร็จได้อย่างไร?" ถ้าฉันคิดได้ว่าฉันต้องการจะเทรดอย่างไร ฉันจะทำจนกว่าจะมีกำไร ฉันปรับปรุงมันไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเวิร์ค และฉันยังคงพัฒนากฎสำหรับสถานการณ์ต่าง ๆ และเงื่อนไขการซื้อขายที่ฉันเจอ ฉันทำให้มันทำงานต่อไป

๓) "มันเวิร์คหรือไม่" หมายความว่าเมื่อคุณพบสิ่งที่เหมาะสมแล้วงานของคุณก็เสร็จสิ้น

"ฉันจะทำอย่างไรให้มันเวิร์ค?" หมายถึงงานไม่เคยเสร็จ และไม่เคยเป็นเทรดเดอร์ เราต้องยืนหยัด จัดการเรื่องแย่ๆ ของตัวเอง และอะไรก็ตามที่ตลาดเหวี่ยงใส่เรา

.

“อย่าหวังว่ามันจะง่ายขึ้น แต่จงหวังว่าคุณจะต้องเก่งขึ้น

อย่าหวังว่าปัญหาจะลดลง แต่จงหวังว่าคุณจะมีทักษะที่มากขึ้น

อย่าหวังว่าอุปสรรคจะลดลง แต่จงหวังว่าคุณจะต้องมีปัญญามากขึ้น”

— จิม โรห์น

.

“เราโกรธเสียใจหรือผิดหวังเพราะความจริงไม่บรรจบกับความคาดหวังของเรา! เราประหลาดใจเพราะสิ่งต่างๆไม่เป็นอย่างที่เราคิด

เมื่อคุณว่าพบว่าตัวเองหงุดหงิด? อย่าไปโทษคนอื่นหรือเหตุการณ์ภายนอกเลย แต่เป็นที่ตัวคุณเองและความคาดหวังที่ไม่อยู่บนพื้นฐานความจริงของคุณ เปลี่ยนจุดสนใจกลับมาที่ข้างในตัวเอง จำไว้ว่าเราต้องรับผิดชอบตัวเอง!

.

สโตอิกสอนเราว่า "ไม่ว่าชีวิตจะโยนอะไรใส่เรา เรามีทางเลือกว่าจะยอมให้อุปสรรคขัดขวางหรือเราจะสู้ทนฟันฝ่าไป จะขวัญหนีดีฝ่อหรือจะเติบโต? ความยากลำบากคือบันไดให้ก้าวขึ้นไปสู่ขั้นที่สูงกว่าในฐานะคนคนหนึ่ง

หากปราศจากโอกาสแบบนี้เราก็ไม่สามารถเติบโตได้และยังคงอยู่ในระดับที่เราอยู่เท่านั้น"


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

วิธีทำลายพอร์ต : เปลี่ยนแนวทางจาก Trader เป็น Invester (วีไอจำเป็น)

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

Oliver Kell: วงจรของการเคลื่อนไหวของราคา (Cycle of Price Action)

Mark Ritchie II มองหุ้นราคาถูก (Low-priced stocks) อย่างไร?