ศาสตร์และศิลปะของการปั้นพอร์ต ให้เติบโตสม่ำเสมอ Art & Science of Trading

Image
  ชื่อหนังสือ " ศาสตร์และศิลปะของการปั้นพอร์ต ให้เติบโตสม่ำเสมอ " ราคา 250 บาท หนังสือเล่มกระดาษ มีขายที่ www.facebook.com/zyobooks eBook มีขายที่ mebmarket.com คำจำกัดความ สั้น ๆ  ของหนังสือเล่มนี้  ? " เทคนิคบริหารการเทรด " + " วิถีเทรดแบบทำธุรกิจ " เหมาะกับใคร? คนที่มีพื้นฐานการเทรดมาพอสมควรแล้ว น่าจะเอาไปประยุกต์ใช้ได้ง่ายและไว มือใหม่ อาจจะยังเข้าไม่ถึง เพราะหลายเรื่องน่าจะขัดความเชื่อที่ไม่สมจริงของพวกเขา สารบัญ ศาสตร์ของการปั้นพอร์ต(ทฤษฎี) สูตรคณิตศาสตร์ของการปั้นพอร์ต Positive Expectancy Risk : Reward Risk : Reward ในการเทรด คืออะไร? Risk : Reward มีประโยชน์ยังไง? Risk : Reward  คำนวณยังไง? หน้าเทรด กับ  Risk : Reward Risk : Reward ดีที่สุด คือเท่าไหร่? Risk : Reward  1 : 5 คืออะไร? ดีมั้ย? Risk : Reward  1 : 0.5 คืออะไร? รวยได้มั้ย? Risk : Reward  เท่าไหร่ถึงจะรวย? Risk : Reward ที่เป็นธุรกิจที่ดี Risk : Reward ของนักเทรดมือโปร Risk : Reward กับ Position Size วิธีปรับ Ri

เล่นหุ้นยังไงให้รวย? นี่คือ 4 ขั้นตอนที่พิสูจน์มาแล้วว่ารวยได้จริง

เล่นหุ้นยังไงให้รวย? นี่คือ 4 ขั้นตอนเรียบง่ายที่พิสูจน์มาแล้วว่ารวยได้จริง

ทุกคนที่ตัดสินใจเดิน(หรือกระโจน)เข้ามาเล่นหุ้น  ล้วนอยากรวยด้วยกันทั้งสิ้น เราเห็นตลาดหุ้นเป็นโอกาส เราเห็นตลาดหุ้นนั้นมีเงินง่ายให้เรากอบโกย นั่นเป็นความคิด/ความเชื่อ/ความหวังของคนที่ไม่เคยเล่นหุ้น แต่ครั้นเมื่อมาเล่นหุ้นจริง ๆ เรากลับพบว่า "ความร่ำรวยในตลาดหุ้น" นั้น "ไม่ง่าย" เหมือนที่เคยมองจากมุมของคนนอก หลายคนพยายามสู้ แต่ยิ่งสู้ก็ยิ่งโดน ให้ขาดทุนหนัก จึงเกิดความสงสัยว่าแท้จริงแล้ว "เล่นหุ้นยังไงให้รวย?" มันรวยได้จริงหรือ? คำตอบก็คือรวยได้จริงครับ แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเหมือนคิดหรอก มันต้องใช้เวลาใช้ความอดทนและวิธีการรวมถึงกลยุทธ์ที่ถูกต้องด้วย
นี่คือกลยุทธฺเล่นหุ้นให้รวย ที่เรียบง่าย และทำได้จริง พร้อมคำอธิบายแบบตรงไหตรงมา :

  1. เลือกหุ้นให้ถูกตัว
    โดยหุ้นที่คุณเลือกนั้นต้องเป็นหุ้นที่มีศักยภาพเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอ หรือมีผลประกอบการที่จะเติบโตในอนาคต โดยสะท้อนผ่านรายงานผลประกอบการที่ทำให้ผู้คนในตลาดประหลาดใจ มีข่าวออกมาแสดงความประหลาดใจ ชื่นชม และคาดการณ์ว่ามันจะต้องเติบโตได้อีกในอนาคต ที่สำคัญมากถ้ามีการประกาศเพิ่มเงินปันผลด้วย ราคาจะวิ่งแรง
  2. ซื้อให้ถูกจังหวะ
    สำคัญมากเลยข้อนี้ เขาเรียกว่า "การจับจังหวะตลาด" เพราะถ้าคุณจับจังหวะตลาดแย่นั่นคือซื้อในตอนที่ราคาวิ่งอย่างร้อนแรงไปแล้วนั้นถือว่าซื้อผิดจังหวะเพราะเป็นตอนที่เจ้ามือเขาได้ทำการขายอย่างจริงจัง คุณก็จะกลายเป็นคนซื้อหุ้นที่ยอดดอย
    การซื้อหุ้นที่ถูกจังหวะก็คือ ซื้อเมื่อราคากลับตัวจากขาลง ที่ลงหนัก ๆ ซื้อแล้วราคาวิ่งขึ้นให้คุณได้กำไรทันที และราคาไม่ย้อนกลับมาให้คุณต้องขาดทุนอีกเลย แบบนี้ถือว่าซื้อหุ้นที่ถูกจังหวะ 
    ซื้อยังไงให้ถูกจังวะ? ก็ต้องรอให้ตลาดหุ้นเกิดการร่วงลงอย่างหนัก ๆ มีการเทขายอย่างต่อเนื่องทำให้ดัชนีร่วงลงผู้คนเกิดความหวาดกลัวและมีการขายหุ้นหนีตายกัน ไม่ว่าหุ้นดีหรือหุ้นแย่ก็ร่วงหนักเท่า ๆ กัน แบบนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ที่จะมำการบ้านคัดหุ้นที่น่าสนใจเข้าซื้อ
    หุ้นแบบไหนที่น่าซื้อ? ก็ต้องเป็นหุ้นที่คุณมีข้อมูล คุณทำการบ้านมาแล้วว่ามันยังคงมีศักยภาพเติบโตได้อีกแน่นอน มันลงเพราะคนกลัว คนขายแบบไร้เหตุผลเพราะความกลัวมากกว่าเพราะพื้นฐานของบริษัทนั้นแย่ลง 
    จุดซื้อที่ดีก็คือ ตอนที่มันกลับตัวจากขาลง คุณไม่จำเป็นต้องซื้อที่จุดต่ำสุดหรอก มันยากเกินไป ให้ซื้อในตอนที่มันยืนยันการกลับตัวก็พอแล้ว ซื้อแพงกว่านิดหน่อย แต่เอาชัวร์ วิ่งขึ้นอย่างแข็งแรงชัวร์ ๆ จะดีกว่าครับ
    อีกจุดซื้อที่ดีก็คือ ถ้ามันมีปันผลสม่ำเสมอ ให้ดูว่าตอนนั้นปันผลของมันให้มากกว่า 5% หรือยัง ถ้าลงหนักจนคำนวณปันผลแล้วว่าได้เกิน  5% ก็ถือว่าเป็นจุดซื้อที่ดี หรือ ถ้ามันปันผลเกิน  5%  อยู่แล้ว ถ้าคุณเห็นว่ามันให้เกิน 10% ได้ก็จัดว่าเป็นจุดซื้อที่สุดยอดครับ
  3. ซื้อด้วยเงินที่เหมาะสม
    แน่นอนว่าหุ้นที่คุณได้กำไร ถ้าคุณซื้อด้วยเงินที่เยอะ ๆ ก็ย่อมจะได้กำไรก้อนโตตาม ดังนั้นให้ยึดหลักว่าให้มีเงินลงทุนในหุ้นผู้ชนะให้มากที่สุดครับ โดยท่านควรเริ่มต้นจากการแบ่งเงินซื้อให้เหมาะสมตามความเสี่ยงก่อนในเริ่มแรก แล้วจากนั้นเมื่อมันเริ่มทำกำรให้คุณแล้ว ก็ให้คุณซื้อเพิ่มเพื่อให้มีเงินลงทุนในหุ้นผู้ชนะตัวนั้นให้มากขึ้น แบบนี้ถ้ามันวิ่งขึ้นต่อไปให้กำไรคุณมาก ๆ คุณก็จะได้กำไรจากมันอย่างมหาศาลแน่นอนครับ
    แต่ถึงกระนั้น ในการเล่นหุ้นนั้น คุณไม่สามารถได้กำไรทุกตัวแน่นอน ถ้าคุณเก่งจริง คุณจะได้กำไร 6 ตัว จาก10 ตัว นั่นหมายความว่าคุณจะต้องเจอหุ้นขาดทุนอย่างน้อย 4 ตัวจากจาก10 ตัว แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อมันเป็นเช่นนี้การแบ่งเงินซื้อให้เหมาะสมในช่วงแรกจึงสำคัญครับ เพราะถ้ามันเป็นหุ้นที่ทำให้คุณขาดทุน คุณจะเสียหายไม่มาก ยอมตัดขาดทุนไปเสียหายน้อยไว้ก่อน เอาเงินที่เหลือนั้นไปซื้อหุ้นผู้ชนะเพิ่มจะเป็นวิธีที่ฉลาดมาก เป็นวิธีที่จะทำให้คุณร่ำรวยมากขึ้นครับ
    แบ่งเงินยังไงที่ว่ามันเหมาะสม? ก็ให้เริ่มต้นด้วยการซื้อตัวหนึ่งแค่ 10% ของเงินทั้งพอร์ตครับ ตัดขาดทุนก็ให้ตัวหนึ่งไม่เกิน 10% จากต้นทุน ทำแบบนี้ในตอนซื้อครั้งแรก จากนั้นค้อยมีการลด(ขายขาดทุน) หรือซื้อเพิ่ม(ในหุ้นผู้ชนะ)ต่อไปจะช่วยให้คุณร่ำรวยยั่งยืนได้ครับ
  4. ขายให้ได้กำไรเยอะ ๆ
    กำไรเยอะนั้นก็คือกำไรระดับ 30% ขึ้นไปครับ ถ้าได้มากกว่านั้นก็ยิ่งดีครับ ยิ่งคุณมีเงินทุนอยู่ในหุ้นที่ได้กำไรระดับ 30% ขึ้นไปเยอะ ๆ ด้วยล่ะก็คุณร่ำรวยจากการเล่นหุ้นแน่นอนครับ
    ทำยังไงให้ได้กำไรเยอะ ๆ ? ก็ต้องทนรวยให้เป็นครับ คือเมื่อมันวิ่งขึ้นให้คุณได้กำไรแล้ว และมันก็ยังคงยืนดีอยู่ ไม่ร่วงหนัก ไม่จบรอบ และที่สำคัญทุก 2-3 สัปดาห์มันวิ่งขึ้นให้คุณได้กำไรเพิ่ม มันทำจุดสูงสุดใหม่ได้เรื่อย ๆ แบบนี้ถือว่าเป็นหุ้นผู้ชนะแล้ว คุณ้องมีการทนรวยให้นาน ๆ และควรมีการซื้อเพิ่มให้มีวงเงินลงทุนในหุ้นผู้ชนะตัวนั้นให้มากขึ้นไปอีกครับ ถ้ามันวื่งไปต่อได้อีก หุ้นตัวนั้นทำให้คุณรวยแน่นอนครับ
  5. ทำซ้ำสี่ขั้นตอนให้ได้มากที่สุด
    การเล่นหุ้นให้รวยนั้น ไม่ใช่การซื้อล็อตเตอรี่หรอกครับ กำไรที่คุณได้มาในแต่ละรอบนั้นมันไม่มากแบบพลิกชีวอตเหมือนคุณได้อ่านหนังสือหรือที่คนขี้อวดขายคอร์สขายหนังสือเขาโม้หรอก ความจริงที่คุณจะต้องเจอก็คือ ถ้าคุณสามารถทำให้พอร์ตของคุณโตปีละ 20-30% ได้ก็ถือว่าคุณเป็นเซียนหุ้นแล้วครับ ฉะนั้นมองโลกในแง่จริงไว้ อย่าได้รีบรวยเร็ว แต่จงสะสมความรวยให้เติบโตเป็นขั้นเป็นตอนเล็ก ๆ แต่ได้สม่ำเสมอยั่งยืนจะดีกว่าครับ 
    แนะนำให้มองเกมการเล่นหุ้นให้รวยสัก 10 ปีขึ้นไปครับ คุณจะได้ไม่กดดันและไม่ทำให้คุณไขว้เขวเลือกหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงหรือหุ้นปั่นแล้วไปขาดทุนหนักกับมันครับ การเลือกหุ้นพื้นฐานดีก็ทำให้คุณรวยได้ครับ แต่คุณต้องมีความอดทน รอคอยให้เป็นและบริหารมันให้ดีครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

วิธีหา Trend Reversal (จุดกลับตัวของแนวโน้มราคาหุ้น) ด้วย EMA (เส้นค่าเฉลี่ย)

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

บทสัมภาษณ์ David Ryan & Mark Minervini