ตัวเร่งใหม่ของ $POET

Image
POET Technologies Inc. ($POET) ประกาศให้ความกระจ่างเรื่องสถานะ Passive Foreign Investment Company (PFIC) สำหรับผู้ถือหุ้นชาวสหรัฐฯ ประเด็นหลัก: บริษัท (ซึ่งจดทะเบียนในแคนาดา) ถูกจัดเป็น PFIC สำหรับปีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2025 เนื่องจากโครงสร้างรายได้และสินทรัพย์ บริษัทจะจัดทำข้อมูลให้ผู้ถือหุ้นชาวสหรัฐฯ สามารถเลือกทำ Qualified Electing Fund (QEF) election สำหรับปี 2025 เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบภาษีที่ไม่พึงประสงค์จากกฎ PFIC เพราะบริษัทขาดทุนสุทธิในปี 2025 จึง ไม่มีกำไรหรือกำไรจากทุน ทำให้การเลือก QEF ปีนี้คาดว่าจะไม่ก่อให้เกิดภาษีเงินได้สหรัฐฯ เพิ่มเติม (เป็น 0) คาดการณ์ว่า ปี 2026 บริษัทจะไม่ถูกจัดเป็น PFIC อีกต่อไป คณะกรรมการบริษัทอนุมัติแผน ย้ายสำนักงานใหญ่และ redomicile บริษัทไปจดทะเบียนในสหรัฐฯ เพื่อกำจัดความเสี่ยง PFIC ในอนาคต (จะเสนอต่อผู้ถือหุ้นในประชุมวันที่ 26 มิถุนายน 2026) คำพูดจากผู้บริหาร Thomas Mika (EVP & CFO) กล่าวว่า “เมื่อมองไปยังปี 2026 เราคิดว่าบริษัทจะไม่ถูกจัดเป็น PFIC แต่คณะกรรมการมีมติย้ายบริษัทไปสหรัฐฯ เพื่อไม่ให้เป็นบริษัทต่างชาติ ซึ่งจะขจัดโอกาสที่บริษัทจะถูกจ...

นักวิเคราะห์ที่ให้เป้าหุ้น xxx ที่ y บาท ให้รีบซื้อ ต้องรับผิดชอบไหม เม่าขาดทุนยับ

นักวิเคราะห์ที่ให้เป้าหุ้น xxx ที่ y บาท ให้รีบซื้อ ต้องรับผิดชอบไหม เม่าขาดทุนยับ

คำตอบคือ เขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรเลย เพราะความผิดมันอยู่ที่คุณ
ถ้านักวิเคราะห์ให้แม่นจริง แล้วจะมีใครจะโง่ขาดทุน ทุกคนก็ซื้อตามนักวิเคราะห์หมดสิ แล้วตลาดหุ้นที่เป็นตลาดเก็งกำไรจะอยู่ยังไง? เมื่อไม่มีคนขาดทุนเลย? คิดสิคิดสิคิดให้เยอะ ๆ
คุณไม่เข้าใจโลกเอาเสียเลย
คนที่ผิดก็คือคุณ คุณไม่เข้าใจธรรมชาติของตลาดหุ้น
ปรับความคิดใหม่ซะถ้าอยากเล่นหุ้นให้มีความสุข นั่นคือ
๑. รับผิดชอบต่อตัวเอง ไม่มีใครบังคับคุณให้ซื้อหุ้น เขาแค่ให้ข้อมูลกับสาธารณะเท่านั้น มันเป็นอาชีพของเขา
๒. อย่าได้เชื่อใครทั้งสิ้น ทุกคนสามารถผิดพลาดได้ทั้งนั้น ฟังหูไว้หู ถ้าซื้อตามก็ต้องระมัดระวัง รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คิดผิด เพราะทุกคนคิดผิดได้
๓. คิดถึงความเสี่ยงทุกครั้ง ว่าถ้าขาดทุนมา จะขายตรงไหน รู้จักขายหุ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เจ๊งหุ้น
๔. พยายามปรับความเข้าใจตลาดหุ้นเสียใหม่ว่า มันไม่ได้ง่ายขนาดที่มีคนมาบอกว่าหุ้นตัวนั้นตัวนี้ดี ราคาจะไปถึงเท่านั้นท่านี้ มันต้องเป็นเช่นนั้นจริง มันไม่เป็นแบบนั้นเสมอไปหรอก ถ้ามันเป็นจริงทุกครั้ง ตลาดหุ้นจะไม่มีทางอยู่นาวนานจนถึงวันนี้ เสน่ห์ของตลาดหุ้นคือ ความแปลกใจ และนักลงทุนส่วนใหญ่ขาดทุน
๕. ความจริงของการเล่นหุ้นให้ได้กำไรก็คือ ถ้าคุณได้กำไร ๖ จาก ๑๐ ตัว ถือว่าโคตรเก่งเลย นี่คือความจริง ไม่มีใครได้กำไรทุกครั้ง ขนาดเขาทำการบ้านเอง มีตัวคัดกรองอย่างเข้มข้น ก็ยังขาดทุน ๔ ครั้งจาก ๑๐ ครั้งเลย แล้วคุณล่ะที่คอยซื้อตามคำแนะนำของนักวิเคราะห์ที่ทำตามหน้าที่ไปวัน ๆ (ไม่ได้ซื้อหุ้นเอง) ความแม่นยำจะขนาดไหน ลองคิดดู
๖. ปรับการลงทุนใหม่โดยให้ความสำคัญกับ Risk Reward โดยยึด 1 :3 นั่นคือ จำกัดการขาดทุนก่อนเลยว่าจะยอมเสียแค่ 10% เท่านั้น พอกำไรรอขายเมื่อได้ 30% ทำแบบนี้ให้เป็นนิสัยและกระบวนการ
๗. แบ่งเงินซื้อให้เหมาะสม ตัวละไม่เกิน 10% ของเงินทั้งพอร์ตเท่านั้นพอ มันช่วยให้คุณอยู่รอดในระยะยาวได้ เพราะคุณยังคิดเองไม่เป็น
๘. มองเกมยาว ตลาดหุ้นไม่ใช่ทางด่วนรวยลัด หรือ ล็อตเตอรี่ หรือ แหล่งทำเงินง่าย อย่าคิดแบบเม่า (เม่าคือคนที่หลงตามการเชียร์ การเย้ายวน ที่เป็นอันตราย) แต่จงคิดแบบทำธุรกิจ
๙. เทรดแบบทำธุรกิจ คือคำตอบสุดท้าย

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

Anthropic ฝึกโมเดล Mythos ล่าสุดบนชิปของ AWS → $AMZN พุ่งแรง ทำไม $MRVL กับ $AAOI ถึงรอคิวเด้งตาม

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล