ศัตรูตัวใหญ่ที่สุด 3 ประการของเทรดเดอร์ผู้ทะเยอทะยาน

Image
  ศัตรูตัวใหญ่ที่สุด 3 ประการของเทรดเดอร์ผู้ทะเยอทะยาน ได้แก่: 1. กลัวการสูญเสีย 2. ต้องถูกเสมอ 3. ใช้เลเวอเรจมากเกินไป - Peter Brandt . การเทรดเป็นกิจกรรมที่ต้องมีความรอบคอบสูงและเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง นี่คือเหตุผลที่ทำไมลุงปีเตอร์ จึงบอกเช่นนี้ . 1. **กลัวการขาดทุน (Fear of Losses)**:     - **สาเหตุ**: การขาดทุนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในการซื้อขาย และนักเทรดทุกคนต้องเผชิญ การกลัวการขาดทุนมักจะทำให้นักเทรดไม่กล้าที่จะทำการซื้อขายหรือปิดการซื้อขายก่อนเวลาอันควร เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุน     - **ผลกระทบ**: การกลัวการขาดทุนทำให้นักเทรดไม่สามารถทนต่อความผันผวนของตลาดได้ ส่งผลให้พลาดโอกาสในการทำกำไรที่ดี นอกจากนี้ยังอาจทำให้นักเทรดเลือกที่จะไม่ทำการซื้อขายเลย ซึ่งทำให้ขาดโอกาสในการสร้างผลตอบแทน . 2. **ความต้องการที่จะถูกเสมอ (Need to be Right)**:     - **สาเหตุ**: การที่นักเทรดต้องการที่จะถูกเสมอในการทำนายทิศทางของตลาดเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความมั่นใจเกินไปในการตัดสินใจ ซึ่งอาจนำไปสู่การยึดติดกับมุมมองของตนเองโดยไม่ยอมรับข้อมูลใหม่ ๆ หรือไม่ปรับกลยุทธ์     - **ผลกระทบ**: ความต้องการที่

นักวิเคราะห์ที่ให้เป้าหุ้น xxx ที่ y บาท ให้รีบซื้อ ต้องรับผิดชอบไหม เม่าขาดทุนยับ

นักวิเคราะห์ที่ให้เป้าหุ้น xxx ที่ y บาท ให้รีบซื้อ ต้องรับผิดชอบไหม เม่าขาดทุนยับ

คำตอบคือ เขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรเลย เพราะความผิดมันอยู่ที่คุณ
ถ้านักวิเคราะห์ให้แม่นจริง แล้วจะมีใครจะโง่ขาดทุน ทุกคนก็ซื้อตามนักวิเคราะห์หมดสิ แล้วตลาดหุ้นที่เป็นตลาดเก็งกำไรจะอยู่ยังไง? เมื่อไม่มีคนขาดทุนเลย? คิดสิคิดสิคิดให้เยอะ ๆ
คุณไม่เข้าใจโลกเอาเสียเลย
คนที่ผิดก็คือคุณ คุณไม่เข้าใจธรรมชาติของตลาดหุ้น
ปรับความคิดใหม่ซะถ้าอยากเล่นหุ้นให้มีความสุข นั่นคือ
๑. รับผิดชอบต่อตัวเอง ไม่มีใครบังคับคุณให้ซื้อหุ้น เขาแค่ให้ข้อมูลกับสาธารณะเท่านั้น มันเป็นอาชีพของเขา
๒. อย่าได้เชื่อใครทั้งสิ้น ทุกคนสามารถผิดพลาดได้ทั้งนั้น ฟังหูไว้หู ถ้าซื้อตามก็ต้องระมัดระวัง รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คิดผิด เพราะทุกคนคิดผิดได้
๓. คิดถึงความเสี่ยงทุกครั้ง ว่าถ้าขาดทุนมา จะขายตรงไหน รู้จักขายหุ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เจ๊งหุ้น
๔. พยายามปรับความเข้าใจตลาดหุ้นเสียใหม่ว่า มันไม่ได้ง่ายขนาดที่มีคนมาบอกว่าหุ้นตัวนั้นตัวนี้ดี ราคาจะไปถึงเท่านั้นท่านี้ มันต้องเป็นเช่นนั้นจริง มันไม่เป็นแบบนั้นเสมอไปหรอก ถ้ามันเป็นจริงทุกครั้ง ตลาดหุ้นจะไม่มีทางอยู่นาวนานจนถึงวันนี้ เสน่ห์ของตลาดหุ้นคือ ความแปลกใจ และนักลงทุนส่วนใหญ่ขาดทุน
๕. ความจริงของการเล่นหุ้นให้ได้กำไรก็คือ ถ้าคุณได้กำไร ๖ จาก ๑๐ ตัว ถือว่าโคตรเก่งเลย นี่คือความจริง ไม่มีใครได้กำไรทุกครั้ง ขนาดเขาทำการบ้านเอง มีตัวคัดกรองอย่างเข้มข้น ก็ยังขาดทุน ๔ ครั้งจาก ๑๐ ครั้งเลย แล้วคุณล่ะที่คอยซื้อตามคำแนะนำของนักวิเคราะห์ที่ทำตามหน้าที่ไปวัน ๆ (ไม่ได้ซื้อหุ้นเอง) ความแม่นยำจะขนาดไหน ลองคิดดู
๖. ปรับการลงทุนใหม่โดยให้ความสำคัญกับ Risk Reward โดยยึด 1 :3 นั่นคือ จำกัดการขาดทุนก่อนเลยว่าจะยอมเสียแค่ 10% เท่านั้น พอกำไรรอขายเมื่อได้ 30% ทำแบบนี้ให้เป็นนิสัยและกระบวนการ
๗. แบ่งเงินซื้อให้เหมาะสม ตัวละไม่เกิน 10% ของเงินทั้งพอร์ตเท่านั้นพอ มันช่วยให้คุณอยู่รอดในระยะยาวได้ เพราะคุณยังคิดเองไม่เป็น
๘. มองเกมยาว ตลาดหุ้นไม่ใช่ทางด่วนรวยลัด หรือ ล็อตเตอรี่ หรือ แหล่งทำเงินง่าย อย่าคิดแบบเม่า (เม่าคือคนที่หลงตามการเชียร์ การเย้ายวน ที่เป็นอันตราย) แต่จงคิดแบบทำธุรกิจ
๙. เทรดแบบทำธุรกิจ คือคำตอบสุดท้าย

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน