$POET มีรายได้แค่ 1.1 ล้านดอลลาร์ (ปีล่าสุด) แต่ มูลค่าตลาด (market cap) ถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์

Image
https://x.com/i/status/2046010223283048677 โพสต์นี้มาจากบัญชี @PhotonCap (Photon Capital) ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์เฉพาะทางด้าน photonics + semiconductor (แสงกับชิป) ที่ให้บริการข้อมูลกับกองทุนใหญ่ ๆ ประเด็นหลักของโพสต์คืออะไร? ผู้เขียนเพิ่งเขียน บทความวิเคราะห์เทคโนโลยีเชิงลึก เกี่ยวกับบริษัท POET Technologies ($POET) แล้วมาโปรโมทในโพสต์นี้ บริษัท POET มีรายได้แค่ 1.1 ล้านดอลลาร์ (ปีล่าสุด) แต่ มูลค่าตลาด (market cap) ถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์ → อัตราส่วน PSR สูงถึง 1,000 เท่า ทำให้วงการ (โดยเฉพาะวิศวกร optics/photonics) หลายคนสงสัยว่า “ดูเหมือนสแกม” หรือพูดกันตรง ๆ ว่า “POET เป็นบริษัทหลอกลวง” ผู้เขียนเลยทำการบ้านหนัก ๆ เพื่อตรวจสอบว่าเทคโนโลยีจริงหรือไม่ โดยไม่ใช้ข้อมูลจาก IR ของบริษัท แต่ใช้ข้อมูลสาธารณะอื่น ๆ เช่น: peer-reviewed paper บน Google Scholar ที่ CEO (Suresh Venkatesan) เป็นผู้เขียนร่วม วิดีโอรีวิวเครื่องจักรที่บริษัทใช้ (ASMPT AMICRA NANO, Vanguard Automation ฯลฯ) ข่าว partnership ล่าสุด 1 ปี สรุปใจความสำคัญจากบทความ (ส่วนฟรี) POET ไม่ได้เป็นบริษัททำชิป (chip maker) แบบโรงงานเต...

สร้างความสำเร็จในการเทรด จากความผิดพลาด building in failure


- วางแผน ด้วยการคาดหวังต่อ สิ่งที่ดีที่สุด และเลวร้ายที่สุด

- ระบบที่ยึดกับเปอร์เซ็นต์ชนะสูงๆ จะไม่ค่อยชอบ เพราะพวกเขาคาดหวังต่อสิ่งที่ดีที่สุด และวางแผนต่อสิ่งที่ดีที่สุด
- คิดว่ามันเสี่ยงเกินไป ถ้ามีบางอย่างมันผิดพลาดไป(ดวงแตก) ก็จะเป๋ไปเลย ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าระบบของเขาเคยชนะ 70-80% แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเขาถูกแค่ 40-50% ในช่วงที่ยากลำบาก? แล้วช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเขาคืออะไร เคยคิดมั้ย
- เราไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์ได้ ไม่ว่าชนะหรือแพ้
- สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ มีแค่การตัดขาดทุน
- ซึ่งคุณสามารถลดความเสียหาย ได้ด้วยการเอาเปอร์เซ็นต์กำไรมาเป็นเงื่อนไขในการบริหารความเสียหายในช่วงเวลาที่ยากลำบาก นี่แหละคือสิ่งที่เขาเรียกว่า building in failure
- เป้าหมายคือรักษาอัตราส่วน win loss ratio 2:1
- ตัดขาดทุนไม่เกิน 10%
- win loss ratio 3:1 มันทำให้เขาอยู่รอดได้แม้มีอัตราชนะ 50%
- หมายความว่า เขาสามารถทำเงินได้เร็วเป็น 3 เท่า จากหุ้นผู้ชนะ ได้มากกว่าตอนที่เสีย
- win loss ratio 2:1 เขาสามารถชนะได้แค่ 1ใน 3 ของเวลาทั้งหมด ก็ยังทำเงินได้ แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
- win loss ratio 3:1 แม้ชนะแค่ 40% ของเวลาทั้งหมด ก็ยังได้กำไร
- ถ้าเราสามารถทำเงินได้ในช่วงที่ยากลำบาก(แพ้มากกว่าชนะ เกินครึ่ง - เปอร์เซ็นต์ชนะน้อยกว่าชนะ)






7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

Anthropic ฝึกโมเดล Mythos ล่าสุดบนชิปของ AWS → $AMZN พุ่งแรง ทำไม $MRVL กับ $AAOI ถึงรอคิวเด้งตาม

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

แชร์วิธีการหารายได้จากการช่วยขาย ebook ที่ mebmarket.com

Photonics Panic : บริษัทที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง (และโอกาสลงทุน)