หุ้นสหรัฐฯ ที่มีข้อได้เปรียบจากการเป็นจุดคอขวด (bottleneck) ในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม

Image
หุ้นสหรัฐฯ ที่มีข้อได้เปรียบจากการเป็นจุดคอขวด (bottleneck) ในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม มักเกิดจากความต้องการสูงที่เกินกำลังผลิต เช่น ในหน่วยความจำสำหรับ AI หรือพลังงานสำหรับ data centers โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ AI เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทเหล่านี้สามารถขึ้นราคาและมีกำไรสูงขึ้น คล้ายกับ $SNDK (SanDisk) และ $MU (Micron Technology) ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดหน่วยความจำ NAND และ DRAM ที่ขาดแคลนจากความต้องการ AI ด้านล่างคือตัวอย่างหุ้นอื่นๆ ที่คล้ายกัน โดยแบ่งตามอุตสาหกรรมหลัก ซึ่ง Grok ได้คัดเลือกจากบริษัทที่ถูกกล่าวถึงบ่อยในแหล่งข้อมูลล่าสุดว่ามีบทบาทเป็นจุดคอขวด เนื่องจากควบคุมเทคโนโลยีหรือทรัพยากรที่จำเป็นและหายาก 1. อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และหน่วยความจำ หุ้นเหล่านี้ได้เปรียบจากความขาดแคลนชิปและหน่วยความจำสำหรับ AI, data centers และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ Western Digital ( $WDC ): ผู้นำในตลาด storage อย่าง SSD และ HDD ที่ใช้ใน data centers ความต้องการจาก AI ทำให้ผลิตไม่ทัน ส่งผลให้ราคาสูงขึ้นและบริษัทมี market share เพิ่ม Seagate Technology ( $STX ): เชี่ยวชาญ HDD สำหรับ enterprise stor...

สร้างความสำเร็จในการเทรด จากความผิดพลาด building in failure


- วางแผน ด้วยการคาดหวังต่อ สิ่งที่ดีที่สุด และเลวร้ายที่สุด

- ระบบที่ยึดกับเปอร์เซ็นต์ชนะสูงๆ จะไม่ค่อยชอบ เพราะพวกเขาคาดหวังต่อสิ่งที่ดีที่สุด และวางแผนต่อสิ่งที่ดีที่สุด
- คิดว่ามันเสี่ยงเกินไป ถ้ามีบางอย่างมันผิดพลาดไป(ดวงแตก) ก็จะเป๋ไปเลย ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าระบบของเขาเคยชนะ 70-80% แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเขาถูกแค่ 40-50% ในช่วงที่ยากลำบาก? แล้วช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเขาคืออะไร เคยคิดมั้ย
- เราไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์ได้ ไม่ว่าชนะหรือแพ้
- สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ มีแค่การตัดขาดทุน
- ซึ่งคุณสามารถลดความเสียหาย ได้ด้วยการเอาเปอร์เซ็นต์กำไรมาเป็นเงื่อนไขในการบริหารความเสียหายในช่วงเวลาที่ยากลำบาก นี่แหละคือสิ่งที่เขาเรียกว่า building in failure
- เป้าหมายคือรักษาอัตราส่วน win loss ratio 2:1
- ตัดขาดทุนไม่เกิน 10%
- win loss ratio 3:1 มันทำให้เขาอยู่รอดได้แม้มีอัตราชนะ 50%
- หมายความว่า เขาสามารถทำเงินได้เร็วเป็น 3 เท่า จากหุ้นผู้ชนะ ได้มากกว่าตอนที่เสีย
- win loss ratio 2:1 เขาสามารถชนะได้แค่ 1ใน 3 ของเวลาทั้งหมด ก็ยังทำเงินได้ แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
- win loss ratio 3:1 แม้ชนะแค่ 40% ของเวลาทั้งหมด ก็ยังได้กำไร
- ถ้าเราสามารถทำเงินได้ในช่วงที่ยากลำบาก(แพ้มากกว่าชนะ เกินครึ่ง - เปอร์เซ็นต์ชนะน้อยกว่าชนะ)






7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

เจาะลึกหุ้น $TE แบบละเอียด