สร้างความสำเร็จในการเทรด จากความผิดพลาด building in failure


- วางแผน ด้วยการคาดหวังต่อ สิ่งที่ดีที่สุด และเลวร้ายที่สุด

- ระบบที่ยึดกับเปอร์เซ็นต์ชนะสูงๆ จะไม่ค่อยชอบ เพราะพวกเขาคาดหวังต่อสิ่งที่ดีที่สุด และวางแผนต่อสิ่งที่ดีที่สุด
- คิดว่ามันเสี่ยงเกินไป ถ้ามีบางอย่างมันผิดพลาดไป(ดวงแตก) ก็จะเป๋ไปเลย ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าระบบของเขาเคยชนะ 70-80% แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเขาถูกแค่ 40-50% ในช่วงที่ยากลำบาก? แล้วช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเขาคืออะไร เคยคิดมั้ย
- เราไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์ได้ ไม่ว่าชนะหรือแพ้
- สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ มีแค่การตัดขาดทุน
- ซึ่งคุณสามารถลดความเสียหาย ได้ด้วยการเอาเปอร์เซ็นต์กำไรมาเป็นเงื่อนไขในการบริหารความเสียหายในช่วงเวลาที่ยากลำบาก นี่แหละคือสิ่งที่เขาเรียกว่า building in failure
- เป้าหมายคือรักษาอัตราส่วน win loss ratio 2:1
- ตัดขาดทุนไม่เกิน 10%
- win loss ratio 3:1 มันทำให้เขาอยู่รอดได้แม้มีอัตราชนะ 50%
- หมายความว่า เขาสามารถทำเงินได้เร็วเป็น 3 เท่า จากหุ้นผู้ชนะ ได้มากกว่าตอนที่เสีย
- win loss ratio 2:1 เขาสามารถชนะได้แค่ 1ใน 3 ของเวลาทั้งหมด ก็ยังทำเงินได้ แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
- win loss ratio 3:1 แม้ชนะแค่ 40% ของเวลาทั้งหมด ก็ยังได้กำไร
- ถ้าเราสามารถทำเงินได้ในช่วงที่ยากลำบาก(แพ้มากกว่าชนะ เกินครึ่ง - เปอร์เซ็นต์ชนะน้อยกว่าชนะ)






7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks

วอลุ่ม(โวลุ่มหุ้น)และการยืนยันขาขึ้น (Volume & Up Trend Confirmation)

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

Volume (โวลุ่ม เทรด ซื้อขายหุ้น) คืออะไร เขาบอกอะไรเราบ้าง?

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ