คอขวด AI จะย้ายที่ไปเป็นลำดับขั้นแบบนี้ รู้ก่อน ได้หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ต้นเทรนด์ก่อน

Image
ไทม์ไลน์ “คอขวด” ของ Data Center & Semiconductor ในยุค AI (สรุปเข้าใจง่าย จาก https://x.com/i/status/2022187588589957276 )  ในยุคAI ทุกครั้งที่เราแก้ปัญหาหนึ่งได้ จะมี “คอขวดใหม่” โผล่มาทันที เหมือนวิ่งผลัดจากด่านหนึ่งไปอีกด่านหนึ่ง ใครมองเกมนี้ออกก่อน มีโอกาสเห็นอนาคตได้ก่อน 1) CPU → GPU (คอขวดด้านพลังประมวลผล) | 2020–2022 AI ต้องคำนวณจำนวนมหาศาลพร้อมกัน CPU เก่งแบบทำทีละอย่าง GPU มีคอร์นับพัน ทำงานพร้อมกัน เร็วกว่า 10–100 เท่า ผลลัพธ์: GPU กลายเป็นมาตรฐาน โดยเฉพาะฝั่งซอฟต์แวร์ CUDA ของ NVIDIA สถานะ: ปัญหานี้ผ่านไปแล้ว เกมย้ายไปที่ “การจัดการระบบทั้งคลัสเตอร์” 2) Memory Wall (คอขวดแบนด์วิดท์หน่วยความจำ) | 2022–2024 GPU เร็วขึ้นมาก แต่ดึงข้อมูลจากแรมไม่ทัน GDDR = ถนนเลนเดียว HBM = ทางด่วนหลายชั้น ผลลัพธ์: HBM กลายเป็นของจำเป็น สถานะ: เปลี่ยนผ่านสู่ HBM แล้ว แต่โมเดลใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ คอขวดยังไม่หาย 3) HBM ขาดตลาด | 2024–2026 GPU 1 ตัวต้องใช้ HBM 80–200GB ผู้ผลิตหลักอย่าง SK Hynix, Samsung Electronics และ Micron Technology ผลิตแทบไม่ทัน ผลลัพธ์: ชิปใหม่ของ NVIDIA ขายหมดล่วงหน้า สถ...

สร้างความสำเร็จในการเทรด จากความผิดพลาด building in failure


- วางแผน ด้วยการคาดหวังต่อ สิ่งที่ดีที่สุด และเลวร้ายที่สุด

- ระบบที่ยึดกับเปอร์เซ็นต์ชนะสูงๆ จะไม่ค่อยชอบ เพราะพวกเขาคาดหวังต่อสิ่งที่ดีที่สุด และวางแผนต่อสิ่งที่ดีที่สุด
- คิดว่ามันเสี่ยงเกินไป ถ้ามีบางอย่างมันผิดพลาดไป(ดวงแตก) ก็จะเป๋ไปเลย ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าระบบของเขาเคยชนะ 70-80% แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเขาถูกแค่ 40-50% ในช่วงที่ยากลำบาก? แล้วช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเขาคืออะไร เคยคิดมั้ย
- เราไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์ได้ ไม่ว่าชนะหรือแพ้
- สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ มีแค่การตัดขาดทุน
- ซึ่งคุณสามารถลดความเสียหาย ได้ด้วยการเอาเปอร์เซ็นต์กำไรมาเป็นเงื่อนไขในการบริหารความเสียหายในช่วงเวลาที่ยากลำบาก นี่แหละคือสิ่งที่เขาเรียกว่า building in failure
- เป้าหมายคือรักษาอัตราส่วน win loss ratio 2:1
- ตัดขาดทุนไม่เกิน 10%
- win loss ratio 3:1 มันทำให้เขาอยู่รอดได้แม้มีอัตราชนะ 50%
- หมายความว่า เขาสามารถทำเงินได้เร็วเป็น 3 เท่า จากหุ้นผู้ชนะ ได้มากกว่าตอนที่เสีย
- win loss ratio 2:1 เขาสามารถชนะได้แค่ 1ใน 3 ของเวลาทั้งหมด ก็ยังทำเงินได้ แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
- win loss ratio 3:1 แม้ชนะแค่ 40% ของเวลาทั้งหมด ก็ยังได้กำไร
- ถ้าเราสามารถทำเงินได้ในช่วงที่ยากลำบาก(แพ้มากกว่าชนะ เกินครึ่ง - เปอร์เซ็นต์ชนะน้อยกว่าชนะ)






7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์