Big 4 ของหุ้น หน่วยความจำ (Memory Stocks)

Image
กลุ่มหุ้นหน่วยความจำ (Memory Stocks) ของสหรัฐฯ ที่เรียกว่า Big 4 กำลังแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างชัดเจนในช่วงต้นปี 2026 โดยเฉพาะในบริบทของความต้องการหน่วยความจำที่พุ่งสูงจาก AI, data center และเทคโนโลยีสมัยใหม่ Larry Tentarelli จาก Blue Chip Daily ได้โพสต์วิเคราะห์ที่น่าสนใจเมื่อไม่กี่วันก่อน (ราววันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026) โดยชี้ให้เห็นกราฟรายสัปดาห์ (Weekly) ของหุ้นทั้ง 4 ตัวนี้ ได้แก่: $MU (Micron Technology) $SNDK (SanDisk) $STX (Seagate Technology) $WDC (Western Digital)  จากข้อมูลในกราฟที่เขาแชร์(ข้อมูล ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 เวลาประมาณ 11:00-11:50 น. ET): $MU ราคาปิดล่าสุด ≈ 427.32 USD (ขึ้นแรง +15.72 ในวันนั้น) แสดงแนวโน้มขาขึ้นชัดเจนตั้งแต่ปลายปี 2025 ผ่าน consolidation แล้วเริ่ม breakout $SNDK ราคาปิดล่าสุด ≈ 642.12 USD (ขึ้น +15.56) กราฟ weekly แสดงการเคลื่อนไหวแบบ parabolic ขึ้นแรงมากตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน $STX ราคาปิดล่าสุด ≈ 414.27 USD (ขึ้น +11.72) ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แต่มี pullback เล็กน้อย $WDC ราคาปิดล่าสุด ≈ 296.91 USD (ขึ้น +15.33) และถูกระบุว่า...

วิธีการสแกนหาหุ้นดาวรุ่งแบบ Mark Minervini

 

1. สแกนกราฟหุ้น คัดเอาที่เป็นขาขึ้น(stage 2) เอาไว้ก่อน 

เก็บรายชื่อไว้ในลิสต์

2. เอารายชื่อหุ้นที่ได้ไปกรองหาตัวที่มีพื้นฐานดี โดยดูจากผลกำไร ยอดขาย และส่วนต่างกำไรที่เพิ่มขึ้น ความได้เปรียบในอุตสาหกรรมและความผันผวนของราคา

3. วิเคราะห์ด้วยตัวเอง โดยให้คะแนนว่าตัวไหนดีกว่ากัน ตามหัวข้อดังนี้

- ผลกำไรและยอดขายประกาศออกมาว่าใครดีกว่า

- ประวัติผลกำไรและยอดขายที่ทำให้ตลาดตื่นเต้น

- การเติบโตและอัตราเร่งของผลกำไรต่อหุ้น (EPS)

- การเติบโตและอัตราเร่งของยอดขาย

- การชี้นำของบริษัทที่พิมพ์(ให้ข่าว)ออกมา

- การปรับประมาณการณ์ผลกำไรของนักวิเคราะห์ที่ให้ราคาเหมาะสมเพิ่มขึ้น

- ส่วนต่างผลกำไร

- ตำแหน่งทางการตลาดและอุตสาหกรรม

- ตัวกระตุ้นที่อาจเกิดขึ้นได้ (ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบริษัท หรือเฉพาะอุตสาหกรรม)

- การดำเนินงานเปรียบเทียบกับหุ้นอื่นในหมวดเดียวกัน

- ราคาและวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย

- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง




ต่อไปต้องพยายามหาเบาะแสเหล่านี้ให้พบ

1. ผลกำไรและยอดขายในอนาคตที่ทำให้ตลาดตื่นเต้น และการปรับประมาณการในทางบวก

2. มีปริมาณการซื้อขาย สนับสนุนจากนักลงทุนสถาบัน(มีความต้องการซื้อสูง)

3. ราคาปรับขึ้นเร็วจากความไม่สมดุลของ demand supply (แรงขายไม่มี เมื่อเทียบกับแรงซื้อ)

.

สุดท้ายคือการรอจังหวะซื้อที่ใช่ คือ VCP









7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น