เทรดหมดตัว ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ 10 Market Wizards ก็เคยหมดตัวมาก่อน 10 ขั้นตอน กลับมาเทรดสู้ใหม่ ให้ผลงานไฉไลกว่าเดิม

Image
นักเทรดระดับ Market Wizards (จากหนังสือชุดของ Jack Schwager) ส่วนใหญ่เคย “หมดตัว” (blow up account หรือ wiped out) อย่างน้อย 1-3 ครั้งก่อนประสบความสำเร็จ เพราะช่วงแรก ๆ มัก risk เกินตัว, overtrade หรือขาด discipline จนเรียนรู้บทเรียนสำคัญเรื่อง risk management และ cutting losses อย่างหนักหน่วง นี่คือ 5 คนดัง พร้อมจำนวนครั้งที่เคยหมดตัว (ข้อมูลจากสัมภาษณ์ในหนังสือ Market Wizards / New Market Wizards และเรื่องราวที่ยืนยันจากแหล่งต่าง ๆ): Michael Marcus (Market Wizards) หมดตัว 3 ครั้ง เริ่มจากทุนเล็ก ๆ หมดตัวครั้งแรกเพราะฟังเพื่อน, ครั้งที่สองทุน $500, ครั้งที่สามเอาเงินประกันชีวิตพ่อ $3,000 ไปเทรดแล้วขาดทุน 8 ครั้งติด หลังจากนั้นเรียนรู้จาก Ed Seykota แล้วเปลี่ยน $30,000 เป็น $80 ล้าน+ Bruce Kovner (Market Wizards) หมดตัว 2 ครั้ง (ในปีแรกเลย) เพราะ risk มากเกินไปต่อเทรดเดียว (เช่น risk $500 ในบัญชี $5,000) ต่อมาเขาปรับใช้ risk control เข้มงวด เปลี่ยนทุนยืม $20,000 เป็นพันล้านดอลลาร์ (Caxton Associates) Paul Tudor Jones (Market Wizards) หมดตัว 3 ครั้ง (อายุ 22-25 ปี) หมดตัวบัญชี $10,000,...

วิธีการสแกนหาหุ้นดาวรุ่งแบบ Mark Minervini

 

1. สแกนกราฟหุ้น คัดเอาที่เป็นขาขึ้น(stage 2) เอาไว้ก่อน 

เก็บรายชื่อไว้ในลิสต์

2. เอารายชื่อหุ้นที่ได้ไปกรองหาตัวที่มีพื้นฐานดี โดยดูจากผลกำไร ยอดขาย และส่วนต่างกำไรที่เพิ่มขึ้น ความได้เปรียบในอุตสาหกรรมและความผันผวนของราคา

3. วิเคราะห์ด้วยตัวเอง โดยให้คะแนนว่าตัวไหนดีกว่ากัน ตามหัวข้อดังนี้

- ผลกำไรและยอดขายประกาศออกมาว่าใครดีกว่า

- ประวัติผลกำไรและยอดขายที่ทำให้ตลาดตื่นเต้น

- การเติบโตและอัตราเร่งของผลกำไรต่อหุ้น (EPS)

- การเติบโตและอัตราเร่งของยอดขาย

- การชี้นำของบริษัทที่พิมพ์(ให้ข่าว)ออกมา

- การปรับประมาณการณ์ผลกำไรของนักวิเคราะห์ที่ให้ราคาเหมาะสมเพิ่มขึ้น

- ส่วนต่างผลกำไร

- ตำแหน่งทางการตลาดและอุตสาหกรรม

- ตัวกระตุ้นที่อาจเกิดขึ้นได้ (ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบริษัท หรือเฉพาะอุตสาหกรรม)

- การดำเนินงานเปรียบเทียบกับหุ้นอื่นในหมวดเดียวกัน

- ราคาและวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย

- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง




ต่อไปต้องพยายามหาเบาะแสเหล่านี้ให้พบ

1. ผลกำไรและยอดขายในอนาคตที่ทำให้ตลาดตื่นเต้น และการปรับประมาณการในทางบวก

2. มีปริมาณการซื้อขาย สนับสนุนจากนักลงทุนสถาบัน(มีความต้องการซื้อสูง)

3. ราคาปรับขึ้นเร็วจากความไม่สมดุลของ demand supply (แรงขายไม่มี เมื่อเทียบกับแรงซื้อ)

.

สุดท้ายคือการรอจังหวะซื้อที่ใช่ คือ VCP









7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

วิธีปั้นพอร์ตเล็ก (ต่ำกว่า $10,000) ให้เติบโต

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI