8 วิธีพัฒนาจิตวิทยาการเทรด trading psychology ให้ยอดเยี่ยม

Image
8 วิธีพัฒนาจิตวิทยาการเทรดให้ยอดเยี่ยม 1. สร้าง mindset การเทรดที่ถูกต้อง Mindset ที่ถูกต้อง คืออะไร? มี 2 เรื่อง คือ ตลาด กับ ตัวคุณเอง - ตลาด มันไม่ใช่ลูกไล่ของคุณ ตลาดใหญ่กว่าคุณ คุณไม่สามารถควบคุมตลาดได้ มันมีอิสระของมัน  ตลาดเคลื่อนไหวแบบสุ่ม (random) คาดเดาให้แม่น 100% ได้ยาก - คุณ ตัวนักเทรดเอง คุณคือศัตรูตัวร้ายที่สุด ในการเทรด คุณคือจุดอ่อนของกระบวนการเทรด ความผิดพลาดส่วนใหญ่ในการเทรด ล้วนเกิดจากตัวนักเทรดเอง 2. วางแผนเพื่อความสำเร็จ คุณต้องมีเป้าหมายในการเเทรด ว่าต้องการกำไรขั้นต่ำเท่าไหร่ แล้วจะหาหุ้นที่เป็นผู้ชนะได้อย่างไร ทำไมมันถึงมีศักยภาพที่จะชนะได้ ซื้อตรงไหนที่ได้เปรียบ เสี่ยงต่ำ จะ take profit ตรงไหน 3. วางแผนรับมือกับความล้มเหลว เพราะว่าตลาดหุ้นนั้น มันเคลื่อนไหวแบบสุ่ม random คุณควบคุมไม่ได้ อะไรจึงเกิดขึ้นได้ แม้คุณจะทำการบ้านมาดีแค่ไหนก็ตาม หุ้นตัวที่คุณเชื่อมั่นอาจหักหลังคุณได้ สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ "เตรียมตัวรับมือกับการหักหลัง"  ด้วยการ ตั้งระดับตัดขาดทึน ที่พิสูจน์ว่าคุณคิดผิด ควรอยู่ในลิมิตของความสูญเสียที่คุณยอมรับได้ และตัดขาดยได้โดยไม่มีอารมณ์ 4

วิธีการสแกนหาหุ้นดาวรุ่งแบบ Mark Minervini

 

1. สแกนกราฟหุ้น คัดเอาที่เป็นขาขึ้น(stage 2) เอาไว้ก่อน 

เก็บรายชื่อไว้ในลิสต์

2. เอารายชื่อหุ้นที่ได้ไปกรองหาตัวที่มีพื้นฐานดี โดยดูจากผลกำไร ยอดขาย และส่วนต่างกำไรที่เพิ่มขึ้น ความได้เปรียบในอุตสาหกรรมและความผันผวนของราคา

3. วิเคราะห์ด้วยตัวเอง โดยให้คะแนนว่าตัวไหนดีกว่ากัน ตามหัวข้อดังนี้

- ผลกำไรและยอดขายประกาศออกมาว่าใครดีกว่า

- ประวัติผลกำไรและยอดขายที่ทำให้ตลาดตื่นเต้น

- การเติบโตและอัตราเร่งของผลกำไรต่อหุ้น (EPS)

- การเติบโตและอัตราเร่งของยอดขาย

- การชี้นำของบริษัทที่พิมพ์(ให้ข่าว)ออกมา

- การปรับประมาณการณ์ผลกำไรของนักวิเคราะห์ที่ให้ราคาเหมาะสมเพิ่มขึ้น

- ส่วนต่างผลกำไร

- ตำแหน่งทางการตลาดและอุตสาหกรรม

- ตัวกระตุ้นที่อาจเกิดขึ้นได้ (ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบริษัท หรือเฉพาะอุตสาหกรรม)

- การดำเนินงานเปรียบเทียบกับหุ้นอื่นในหมวดเดียวกัน

- ราคาและวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย

- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง




ต่อไปต้องพยายามหาเบาะแสเหล่านี้ให้พบ

1. ผลกำไรและยอดขายในอนาคตที่ทำให้ตลาดตื่นเต้น และการปรับประมาณการในทางบวก

2. มีปริมาณการซื้อขาย สนับสนุนจากนักลงทุนสถาบัน(มีความต้องการซื้อสูง)

3. ราคาปรับขึ้นเร็วจากความไม่สมดุลของ demand supply (แรงขายไม่มี เมื่อเทียบกับแรงซื้อ)

.

สุดท้ายคือการรอจังหวะซื้อที่ใช่ คือ VCP









7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

วิธีหา Trend Reversal (จุดกลับตัวของแนวโน้มราคาหุ้น) ด้วย EMA (เส้นค่าเฉลี่ย)

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

บทสัมภาษณ์ David Ryan & Mark Minervini