ทำไม Data Center ถึงสำคัญกับ $OPTX มากขึ้นเรื่อย ๆ

Image
ทำไม Data Center ถึงสำคัญกับ $OPTX มากขึ้นเรื่อย ๆ  สรุปจาก https://x.com/i/status/2019451330440434028 ถ้าย้อนกลับไปช่วงปี2023–2025 โลก AI มีปัญหาใหญ่อยู่จุดเดียวคือ “ใครหา GPU ได้มากกว่ากัน” แต่วันนี้เกมเปลี่ยนแล้ว Hyperscaler (Google, Microsoft, Amazon ฯลฯ) ➡️ หา GPU ได้เยอะขึ้น ➡️ เริ่มเอามาติดตั้งจริงใน Data Center และตรงนี้เอง… คอขวดใหม่ของ AI Infrastructure ก็เริ่มโผล่ขึ้นมาทีละจุด หนึ่งในคอขวดที่ “เพิ่งชัดมาก” ในปีนี้ คือสิ่งที่เรียกว่า Bandwidth Bottleneck ซึ่งถูกยืนยันแบบเต็ม ๆ จากงบแรงระเบิดของ $LITE และ $COHR  🎯👉BandwidthBottleneck คืออะไร ลองนึกภาพคลัสเตอร์ AI ราคา $100 ล้าน ที่มี GPU หลายพันตัวทำงานร่วมกัน ปัญหาคือ GPU ต้อง “คุยกันตลอดเวลา” ทุกเสี้ยววินาที ถ้าตัวหนึ่งรอข้อมูลจากอีกตัว → ทั้งระบบ “ชะงัก” สิ่งที่เกิดขึ้นคือ: สายทองแดง → ไหม้ ที่ความเร็ว >400G Fiber รุ่นเก่า → ไม่พอ สำหรับ 800G – 1.6T Switch แบบเดิม → แปลงไฟ-แสงไปมา → ร้อน กินไฟ หน่วงเวลา ผลลัพธ์: เกิด Tail Latency GPU ว่างงาน = เงินไหลออก ค่าไฟ + ความร้อน พุ่งตามสเกลโมเดล AI นี่คือปัญหาที่ Hype...

วิธีการสแกนหาหุ้นดาวรุ่งแบบ Mark Minervini

 

1. สแกนกราฟหุ้น คัดเอาที่เป็นขาขึ้น(stage 2) เอาไว้ก่อน 

เก็บรายชื่อไว้ในลิสต์

2. เอารายชื่อหุ้นที่ได้ไปกรองหาตัวที่มีพื้นฐานดี โดยดูจากผลกำไร ยอดขาย และส่วนต่างกำไรที่เพิ่มขึ้น ความได้เปรียบในอุตสาหกรรมและความผันผวนของราคา

3. วิเคราะห์ด้วยตัวเอง โดยให้คะแนนว่าตัวไหนดีกว่ากัน ตามหัวข้อดังนี้

- ผลกำไรและยอดขายประกาศออกมาว่าใครดีกว่า

- ประวัติผลกำไรและยอดขายที่ทำให้ตลาดตื่นเต้น

- การเติบโตและอัตราเร่งของผลกำไรต่อหุ้น (EPS)

- การเติบโตและอัตราเร่งของยอดขาย

- การชี้นำของบริษัทที่พิมพ์(ให้ข่าว)ออกมา

- การปรับประมาณการณ์ผลกำไรของนักวิเคราะห์ที่ให้ราคาเหมาะสมเพิ่มขึ้น

- ส่วนต่างผลกำไร

- ตำแหน่งทางการตลาดและอุตสาหกรรม

- ตัวกระตุ้นที่อาจเกิดขึ้นได้ (ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบริษัท หรือเฉพาะอุตสาหกรรม)

- การดำเนินงานเปรียบเทียบกับหุ้นอื่นในหมวดเดียวกัน

- ราคาและวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย

- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง




ต่อไปต้องพยายามหาเบาะแสเหล่านี้ให้พบ

1. ผลกำไรและยอดขายในอนาคตที่ทำให้ตลาดตื่นเต้น และการปรับประมาณการในทางบวก

2. มีปริมาณการซื้อขาย สนับสนุนจากนักลงทุนสถาบัน(มีความต้องการซื้อสูง)

3. ราคาปรับขึ้นเร็วจากความไม่สมดุลของ demand supply (แรงขายไม่มี เมื่อเทียบกับแรงซื้อ)

.

สุดท้ายคือการรอจังหวะซื้อที่ใช่ คือ VCP









7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

เจาะลึกหุ้น $TE แบบละเอียด

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ