โอกาสประสบความสำเร็จในการเก็งกำไรตลาด: เพียง 1 ใน 1,000 คนเท่านั้นที่รอดและรวย

Image
โอกาสประสบความสำเร็จในการเก็งกำไรตลาด: เพียง 1 ใน 1,000 คนเท่านั้นที่รอดและรวย สรุปจาก https://x.com/i/status/2034969632877183453 Peter Brandt นักเทรดฟิวเจอร์สระดับตำนาน ผู้มีประสบการณ์มากว่า 50 ปี (เริ่มเทรดตั้งแต่ปี 1975) และได้รับยกย่องให้เป็น “Market Wizard” ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลอันน่าตกใจจากงานวิจัยและฐานข้อมูลจริงหลายแหล่ง ในโพสต์ล่าสุดของเขา (วันที่ 20 มีนาคม 2026) Brandt ตอบคำถาม Steven โดยสรุปผลการวิเคราะห์จาก Factor Research and Trading ว่า “เราวิเคราะห์รายงานและข้อมูลการเก็งกำไรตลาดทั้งระยะสั้นและระยะยาวมาแล้วมากมาย ทั้งข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลวิชาการ ข้อมูลจากบริษัท ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ และแม้แต่ข้อมูลจากรัฐบาล (CFTC) ข้อมูลชัดเจนมาก โอกาสที่นักเก็งกำไรมือใหม่จะอยู่รอดได้ 3-5 ปี เพื่อ ‘เข้าใจเกม’ จากนั้นทำผลตอบแทนเฉลี่ย 40% ต่อปี (Average ROR) เป็นเวลา 4 ปีติดต่อกัน โดยมีปีขาดทุนเพียงปีเดียว มีเพียง 1 ใน 1,000 คนเท่านั้น” ทำไมโอกาสถึงต่ำขนาดนี้? Brandt ย้ำว่า การเก็งกำไร active trading ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลายคนคิดเมื่อเห็นกราฟกำไรบนโซเชียลมีเดีย นักเทรดมือใหม่ส่วนใหญ่: ...

วิธีการสแกนหาหุ้นดาวรุ่งแบบ Mark Minervini

 

1. สแกนกราฟหุ้น คัดเอาที่เป็นขาขึ้น(stage 2) เอาไว้ก่อน 

เก็บรายชื่อไว้ในลิสต์

2. เอารายชื่อหุ้นที่ได้ไปกรองหาตัวที่มีพื้นฐานดี โดยดูจากผลกำไร ยอดขาย และส่วนต่างกำไรที่เพิ่มขึ้น ความได้เปรียบในอุตสาหกรรมและความผันผวนของราคา

3. วิเคราะห์ด้วยตัวเอง โดยให้คะแนนว่าตัวไหนดีกว่ากัน ตามหัวข้อดังนี้

- ผลกำไรและยอดขายประกาศออกมาว่าใครดีกว่า

- ประวัติผลกำไรและยอดขายที่ทำให้ตลาดตื่นเต้น

- การเติบโตและอัตราเร่งของผลกำไรต่อหุ้น (EPS)

- การเติบโตและอัตราเร่งของยอดขาย

- การชี้นำของบริษัทที่พิมพ์(ให้ข่าว)ออกมา

- การปรับประมาณการณ์ผลกำไรของนักวิเคราะห์ที่ให้ราคาเหมาะสมเพิ่มขึ้น

- ส่วนต่างผลกำไร

- ตำแหน่งทางการตลาดและอุตสาหกรรม

- ตัวกระตุ้นที่อาจเกิดขึ้นได้ (ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบริษัท หรือเฉพาะอุตสาหกรรม)

- การดำเนินงานเปรียบเทียบกับหุ้นอื่นในหมวดเดียวกัน

- ราคาและวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย

- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง




ต่อไปต้องพยายามหาเบาะแสเหล่านี้ให้พบ

1. ผลกำไรและยอดขายในอนาคตที่ทำให้ตลาดตื่นเต้น และการปรับประมาณการในทางบวก

2. มีปริมาณการซื้อขาย สนับสนุนจากนักลงทุนสถาบัน(มีความต้องการซื้อสูง)

3. ราคาปรับขึ้นเร็วจากความไม่สมดุลของ demand supply (แรงขายไม่มี เมื่อเทียบกับแรงซื้อ)

.

สุดท้ายคือการรอจังหวะซื้อที่ใช่ คือ VCP









7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

วิธีปั้นพอร์ตเล็ก (ต่ำกว่า $10,000) ให้เติบโต

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ