Catalyst + Power Earning Gap (PEG) ระบบเทรดที่มีศักยภาพสูง Risk-Reward 1:10x และโอกาสเกิด 4 ครั้งต่อปี

Image
Catalyst + Power Earning Gap (PEG) ระบบเทรดที่มีศักยภาพสูง Risk-Reward 1:10x และโอกาสเกิด 4 ครั้งต่อปี "คุณต้องการหุ้นกำไร 20-30R ไตรมาสละ 1-2 ตัว แค่นี้คุณก็จะทำเงินจากตลาดหุ้น ได้มากกว่า คนส่วนใหญ่" สมาชิก Zyo Premium membership  จะได้ข้อมูลหุ้น PEG ก่อนใคร สมัครได้ที่ https://www.youtube.com/channel/UCTDoP5zRI4hRETT_2SSlPag/join ในตลาดหุ้นอเมริกา บริษัทจดทะเบียนต้องประกาศงบการเงินทุกไตรมาส (4 ครั้งต่อปี) ทำให้เกิด “Earnings Season” ประมาณ 6-8 สัปดาห์ต่อช่วง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีโอกาสเทรดสูงที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ที่เน้น Catalyst (ตัวเร่ง) และ Power Earning Gap (PEG) Power Earning Gap (PEG) คืออะไร? PEG คือรูปแบบราคาที่เกิดหลังประกาศงบดีเกินคาด (Earnings Beat + Guidance แข็งแกร่ง) โดยหุ้นจะ: 1️⃣Gap up แรง ตั้งแต่ 5% ขึ้นไป (บางตัว 10-40%+) 2️⃣Volume พุ่งสูง 3-5 เท่าหรือมากกว่าค่าเฉลี่ยรายวัน 3️⃣แท่งเทียนแข็งแรง ปิดใกล้จุดสูงสุดของวัน (strong close) 4️⃣มัก breakout ทำจุดสูงสุดใหม่ (All-time high หรือ 52-week high) 👉นี่คือ Breakaway Gap ที่เกิดจากสถาบันการเงิน (Institutional B...

วิธีการสแกนหาหุ้นดาวรุ่งแบบ Mark Minervini

 

1. สแกนกราฟหุ้น คัดเอาที่เป็นขาขึ้น(stage 2) เอาไว้ก่อน 

เก็บรายชื่อไว้ในลิสต์

2. เอารายชื่อหุ้นที่ได้ไปกรองหาตัวที่มีพื้นฐานดี โดยดูจากผลกำไร ยอดขาย และส่วนต่างกำไรที่เพิ่มขึ้น ความได้เปรียบในอุตสาหกรรมและความผันผวนของราคา

3. วิเคราะห์ด้วยตัวเอง โดยให้คะแนนว่าตัวไหนดีกว่ากัน ตามหัวข้อดังนี้

- ผลกำไรและยอดขายประกาศออกมาว่าใครดีกว่า

- ประวัติผลกำไรและยอดขายที่ทำให้ตลาดตื่นเต้น

- การเติบโตและอัตราเร่งของผลกำไรต่อหุ้น (EPS)

- การเติบโตและอัตราเร่งของยอดขาย

- การชี้นำของบริษัทที่พิมพ์(ให้ข่าว)ออกมา

- การปรับประมาณการณ์ผลกำไรของนักวิเคราะห์ที่ให้ราคาเหมาะสมเพิ่มขึ้น

- ส่วนต่างผลกำไร

- ตำแหน่งทางการตลาดและอุตสาหกรรม

- ตัวกระตุ้นที่อาจเกิดขึ้นได้ (ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบริษัท หรือเฉพาะอุตสาหกรรม)

- การดำเนินงานเปรียบเทียบกับหุ้นอื่นในหมวดเดียวกัน

- ราคาและวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย

- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง




ต่อไปต้องพยายามหาเบาะแสเหล่านี้ให้พบ

1. ผลกำไรและยอดขายในอนาคตที่ทำให้ตลาดตื่นเต้น และการปรับประมาณการในทางบวก

2. มีปริมาณการซื้อขาย สนับสนุนจากนักลงทุนสถาบัน(มีความต้องการซื้อสูง)

3. ราคาปรับขึ้นเร็วจากความไม่สมดุลของ demand supply (แรงขายไม่มี เมื่อเทียบกับแรงซื้อ)

.

สุดท้ายคือการรอจังหวะซื้อที่ใช่ คือ VCP









7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

วิธีปั้นพอร์ตเล็ก (ต่ำกว่า $10,000) ให้เติบโต

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI