แนวทางใช้ VIX อ่านสภาวะตลาดหุ้นอเมริกา

Image
วิธีใช้ $VIX จับจังหวะตลาด สูตร https://x.com/i/status/2024224294067151059 คนส่วนใหญ่ไม่สนใจ VIX เลย มองข้ามมันไปเป็นแค่ข้อมูลรอง ๆ Wake UP... ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเทรดแบบ swing, day trader, options trader... ไม่ว่าจะแบบไหน $VIX คือตัวชี้วัดที่ดีที่สุดสำหรับความผันผวนและความไม่แน่นอนในอนาคต ผมมองมันเหมือน "อัตราการเต้นของหัวใจ" ของตลาด ส่วนตัวผมใช้ระดับ $20 เป็นตัววัดสภาพแวดล้อมตลาดปัจจุบัน เหนือ $20 + คงตัวอยู่เหนือระดับ → ความไม่แน่นอนกำลังขยายตัว → ผมลดขนาด position ลง ต่ำกว่า $20 + กำลังบีบตัวลง → ตลาดสะอาดขึ้น (cleaner tape) → ผมสามารถ aggressive มากขึ้นได้ ตัวระดับมันสำคัญ แต่ "พฤติกรรมที่ระดับนั้น" ต่างหากที่เล่าเรื่องราวจริง ๆ การพุ่งขึ้นเร็วแล้วร่วงลงเร็ว = ความตื่นตระหนกถูกดูดซับ / เหตุการณ์ liquidity → มักเป็นสัญญาณ bullish การค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นช้า ๆ ในระดับต่ำ = โครงสร้างตลาดไม่มั่นคง → มักเป็นสัญญาณ bearish มาดูระดับ $20 ในปี 2026 (YTD) กัน $VIX ปิดเหนือ $20 มาแล้ว 5 ครั้งในปีนี้ วันที่มีการปิดเหนือระดับ (พร้อมระดับปิด) คือ: 20 ม.ค.: $20.09 5 ก.พ.: $21.77...

อีกแนวทางหา Relative Strength

Alternate to Relative Strength Analysis — ฉบับแปลและเล่าเรื่องเข้าใจง่ายสำหรับนักเทรด

แปลจาก https://x.com/TannersTrades/status/1989117914021253218

เวลาที่กลุ่มหุ้นเติบโตหรือหุ้นธีมที่ผมเทรดอยู่เริ่มย่อตัว ผมมักถอยออกมาหนึ่งก้าว แล้วกลับมาโฟกัสกับการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ เพื่อมองหาว่ากระแสโมเมนตัมรอบถัดไปอาจเกิดขึ้นตรงไหน ในช่วงที่ตลาดยังไม่นิ่งและทุกอย่างดูคลุมเครือ


แนวทางนี้ประกอบด้วยตัวชี้วัด 3 ส่วนสำคัญ:

1. ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงจุดสูงสุด (YTD Return to Highs)

2. เปอร์เซ็นต์การปรับตัวลงจากจุดสูงสุด (% Off Highs)

3. คะแนน Risk Adjusted Leadership Performance Heuristic หรือ RALPH


เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ผมได้จัดทำภาพประกอบแสดงขั้นตอนทั้งหมดของการวิเคราะห์นี้


---


1) เริ่มจากการดู % ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงจุดสูงสุด

ข้อมูลชุดแรกช่วยให้เห็นว่าแต่ละตัวทำผลงานได้ดีแค่ไหนในช่วงปีที่ผ่านมา



2) จากนั้นดู % การย่อตัวจากจุดสูงสุด

ทันทีที่ดูข้อมูลนี้ เราจะเห็น “การจัดลำดับใหม่” ของหุ้นแต่ละตัว

ผมมักมองหาหุ้นที่ วิ่งแรงมาก แต่ย่อตัวกลับมาเพียงเล็กน้อย — หุ้นแบบนี้สะท้อนความแข็งแกร่งที่แท้จริง


หลายคนรู้จักสิ่งนี้ในชื่อ Relative Strength

แต่คำถามสำคัญคือ:

เราจะวัดมันยังไง? จะใช้มันตัดสินใจเลือกหุ้นตัวไหนในอนาคตได้อย่างไร?

---

3) R.A.L.P.H — ตัวช่วยที่ทำให้เห็นภาพชัดกว่าเดิม

คะแนน RALPH ช่วยให้เราเห็นความแข็งแรงของแต่ละหุ้นแบบเทียบเคียงกันอย่างเป็นระบบ โดยนำ

> % กำไรตั้งแต่ต้นปี / % การย่อตัวจากจุดสูงสุด

ยิ่งคะแนนสูง หมายความว่า แม้จะมีแรงขาย แต่ผลงานรวมยังโดดเด่นเมื่อเทียบกับกลุ่มเดียวกัน


---

ตัวอย่างที่น่าสนใจ

หุ้นอย่าง PLTR, INTC และ HOOD ในสองกราฟแรกอาจดูไม่โดดเด่นนัก แต่พอคำนวณคะแนน RALPH กลับขึ้นมาอยู่สูงกว่าหุ้นตัวอื่น แสดงว่าหุ้นเหล่านี้กำลังแข็งแรงเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้นำโมเมนตัมที่ผมเลือกมาศึกษา


ชุดข้อมูลหุ้นทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่าง ผมถามเทรดเดอร์หลายสิบคนถึงหุ้น 10 ตัวที่พวกเขาชอบที่สุดในปีนี้ แล้วคัดกลุ่มนี้มาใช้ประกอบอธิบาย


ด้านล่างสุดมีคะแนนเฉลี่ยของ SPY ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดกลาง

สำหรับเทรดเดอร์สายโมเมนตัม ควรหลีกเลี่ยงหุ้นที่คะแนนอยู่ใกล้ SPY มากเกินไป เพราะหมายความว่าหุ้นเหล่านั้น ไม่ได้วิ่งแรงหรืออ่อนแรงกว่า SPY อย่างมีนัยสำคัญ — ไม่คุ้มเสี่ยงสำหรับกลยุทธ์แนวรุก


---


เครื่องมือนี้จะช่วยให้นักเทรดเห็นภาพว่าโมเมนตัมกำลังไหลไปทางไหน แม้ตลาดจะผันผวน ไม่แน่นอน หรือดูเหมือนไร้ทิศทาง การมองหา “หุ้นที่แข็งกว่าภาพรวมตลาด” คือวิธีที่ทำให้เรายืนอยู่ข้างที่ได้เปรียบเสมอ และเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสรอบใหม่อย่างมั่นใจ.

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น