ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

อีกแนวทางหา Relative Strength

Alternate to Relative Strength Analysis — ฉบับแปลและเล่าเรื่องเข้าใจง่ายสำหรับนักเทรด

แปลจาก https://x.com/TannersTrades/status/1989117914021253218

เวลาที่กลุ่มหุ้นเติบโตหรือหุ้นธีมที่ผมเทรดอยู่เริ่มย่อตัว ผมมักถอยออกมาหนึ่งก้าว แล้วกลับมาโฟกัสกับการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ เพื่อมองหาว่ากระแสโมเมนตัมรอบถัดไปอาจเกิดขึ้นตรงไหน ในช่วงที่ตลาดยังไม่นิ่งและทุกอย่างดูคลุมเครือ


แนวทางนี้ประกอบด้วยตัวชี้วัด 3 ส่วนสำคัญ:

1. ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงจุดสูงสุด (YTD Return to Highs)

2. เปอร์เซ็นต์การปรับตัวลงจากจุดสูงสุด (% Off Highs)

3. คะแนน Risk Adjusted Leadership Performance Heuristic หรือ RALPH


เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ผมได้จัดทำภาพประกอบแสดงขั้นตอนทั้งหมดของการวิเคราะห์นี้


---


1) เริ่มจากการดู % ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงจุดสูงสุด

ข้อมูลชุดแรกช่วยให้เห็นว่าแต่ละตัวทำผลงานได้ดีแค่ไหนในช่วงปีที่ผ่านมา



2) จากนั้นดู % การย่อตัวจากจุดสูงสุด

ทันทีที่ดูข้อมูลนี้ เราจะเห็น “การจัดลำดับใหม่” ของหุ้นแต่ละตัว

ผมมักมองหาหุ้นที่ วิ่งแรงมาก แต่ย่อตัวกลับมาเพียงเล็กน้อย — หุ้นแบบนี้สะท้อนความแข็งแกร่งที่แท้จริง


หลายคนรู้จักสิ่งนี้ในชื่อ Relative Strength

แต่คำถามสำคัญคือ:

เราจะวัดมันยังไง? จะใช้มันตัดสินใจเลือกหุ้นตัวไหนในอนาคตได้อย่างไร?

---

3) R.A.L.P.H — ตัวช่วยที่ทำให้เห็นภาพชัดกว่าเดิม

คะแนน RALPH ช่วยให้เราเห็นความแข็งแรงของแต่ละหุ้นแบบเทียบเคียงกันอย่างเป็นระบบ โดยนำ

> % กำไรตั้งแต่ต้นปี / % การย่อตัวจากจุดสูงสุด

ยิ่งคะแนนสูง หมายความว่า แม้จะมีแรงขาย แต่ผลงานรวมยังโดดเด่นเมื่อเทียบกับกลุ่มเดียวกัน


---

ตัวอย่างที่น่าสนใจ

หุ้นอย่าง PLTR, INTC และ HOOD ในสองกราฟแรกอาจดูไม่โดดเด่นนัก แต่พอคำนวณคะแนน RALPH กลับขึ้นมาอยู่สูงกว่าหุ้นตัวอื่น แสดงว่าหุ้นเหล่านี้กำลังแข็งแรงเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้นำโมเมนตัมที่ผมเลือกมาศึกษา


ชุดข้อมูลหุ้นทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่าง ผมถามเทรดเดอร์หลายสิบคนถึงหุ้น 10 ตัวที่พวกเขาชอบที่สุดในปีนี้ แล้วคัดกลุ่มนี้มาใช้ประกอบอธิบาย


ด้านล่างสุดมีคะแนนเฉลี่ยของ SPY ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดกลาง

สำหรับเทรดเดอร์สายโมเมนตัม ควรหลีกเลี่ยงหุ้นที่คะแนนอยู่ใกล้ SPY มากเกินไป เพราะหมายความว่าหุ้นเหล่านั้น ไม่ได้วิ่งแรงหรืออ่อนแรงกว่า SPY อย่างมีนัยสำคัญ — ไม่คุ้มเสี่ยงสำหรับกลยุทธ์แนวรุก


---


เครื่องมือนี้จะช่วยให้นักเทรดเห็นภาพว่าโมเมนตัมกำลังไหลไปทางไหน แม้ตลาดจะผันผวน ไม่แน่นอน หรือดูเหมือนไร้ทิศทาง การมองหา “หุ้นที่แข็งกว่าภาพรวมตลาด” คือวิธีที่ทำให้เรายืนอยู่ข้างที่ได้เปรียบเสมอ และเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสรอบใหม่อย่างมั่นใจ.

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

วิธีทำลายพอร์ต : เปลี่ยนแนวทางจาก Trader เป็น Invester (วีไอจำเป็น)

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

Oliver Kell: วงจรของการเคลื่อนไหวของราคา (Cycle of Price Action)

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่