แนวทางใช้ VIX อ่านสภาวะตลาดหุ้นอเมริกา

Image
วิธีใช้ $VIX จับจังหวะตลาด สูตร https://x.com/i/status/2024224294067151059 คนส่วนใหญ่ไม่สนใจ VIX เลย มองข้ามมันไปเป็นแค่ข้อมูลรอง ๆ Wake UP... ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเทรดแบบ swing, day trader, options trader... ไม่ว่าจะแบบไหน $VIX คือตัวชี้วัดที่ดีที่สุดสำหรับความผันผวนและความไม่แน่นอนในอนาคต ผมมองมันเหมือน "อัตราการเต้นของหัวใจ" ของตลาด ส่วนตัวผมใช้ระดับ $20 เป็นตัววัดสภาพแวดล้อมตลาดปัจจุบัน เหนือ $20 + คงตัวอยู่เหนือระดับ → ความไม่แน่นอนกำลังขยายตัว → ผมลดขนาด position ลง ต่ำกว่า $20 + กำลังบีบตัวลง → ตลาดสะอาดขึ้น (cleaner tape) → ผมสามารถ aggressive มากขึ้นได้ ตัวระดับมันสำคัญ แต่ "พฤติกรรมที่ระดับนั้น" ต่างหากที่เล่าเรื่องราวจริง ๆ การพุ่งขึ้นเร็วแล้วร่วงลงเร็ว = ความตื่นตระหนกถูกดูดซับ / เหตุการณ์ liquidity → มักเป็นสัญญาณ bullish การค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นช้า ๆ ในระดับต่ำ = โครงสร้างตลาดไม่มั่นคง → มักเป็นสัญญาณ bearish มาดูระดับ $20 ในปี 2026 (YTD) กัน $VIX ปิดเหนือ $20 มาแล้ว 5 ครั้งในปีนี้ วันที่มีการปิดเหนือระดับ (พร้อมระดับปิด) คือ: 20 ม.ค.: $20.09 5 ก.พ.: $21.77...

แม้กลยุทธ์ยอดเยี่ยม ก็แพ้ถ้าคุณยังเป็นเทรดเดอร์หน้าใหม่

แม้กลยุทธ์ยอดเยี่ยม ก็แพ้ถ้าคุณยังเป็นเทรดเดอร์หน้าใหม่

เรื่องสั้น ๆ ที่ต้องเข้าใจตั้งแต่ตอนต้น: กลยุทธ์ที่มีความได้เปรียบทางสถิติจำเป็นต้องใช้เวลาและจำนวนครั้งมากพอ เพื่อให้ความได้เปรียบนั้นแสดงผล — ถ้าคุณยังคิดเป็นเกมชนะ-แพ้แบบรายเทรด และละทิ้งระบบตอนเจอชุดขาดทุน คุณจะไม่เคยเห็นความได้เปรียบนั้นเกิดขึ้น


มีระบบหนึ่งที่ชนะโดยเฉลี่ย 60% และความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเท่ากัน (1:1)

คนแรก: เริ่มใช้ระบบ เจอชุดขาดทุนสั้น ๆ สงสัย แล้วเลิกใช้ — ผลใน 10 เทรดคือชนะ 2 ครั้ง (20%) → เลิก → พอร์ตก็จบด้วยผลแย่

คนที่สอง: เจอผลเดียวกันในช่วงแรก ชนะ 2 จาก 10 เหมือนกัน แต่เขาไม่เลิก เขาเทรดต่อ ในชุดถัดไปได้ผลดีขึ้น บ้างแย่ลง แต่เมื่อเทรดจำนวนมากขึ้น ผลรวมค่อย ๆ เข้าใกล้ 60% → สุดท้ายมีกำไรตามที่ระบบควรให้

ข้อแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ระบบ แต่คือความอดทนและความเข้าใจเรื่องความน่าจะเป็น


ทำไมมือใหม่มักพังแม้มีกลยุทธ์ดี

๑) มองผลลัพธ์แบบรายเทรดเป็น “ชนะ/แพ้” แทนมองเป็นตัวอย่างสุ่มจากการทดลองจำนวนมาก

๒) หยุดหรือปรับเข้มเกินไปตอนเจอชุดขาดทุน — จึงยุติระบบเมื่อมันอยู่ที่ “จุดต่ำสุด” ก่อนจะฟื้น

๓) ตัวอย่างที่ใช้ตัดสิน (sample) เล็กเกินไป — จึงได้ข้อสรุปผิดพลาดว่าระบบไม่ดี


กฎและแนวทางแบบเป็นขั้นตอน (ทำตามได้เลย)

๑) ยอมรับล่วงหน้าว่าจะมีชุดขาดทุน — เขียนลงในแผนการเทรดว่าระบบจะมี drawdown X% และ streak แพ้กี่ครั้งได้ตามสถิติ

๒) กำหนดขนาดตัวอย่างขั้นต่ำ — ตัดสินระบบหลังจากเทรดครบจำนวนครั้งที่เพียงพอ (อย่าใช้ 5–10 เทรด)

๓) ยึดกฎการบริหารเงินที่ชัดเจน — ขนาดล็อตและการตัดขาดทุนไม่เปลี่ยนตามความรู้สึกระหว่างชุดขาดทุน

๔) จดบันทึกแบบมีวินัย — เก็บสถิติทุกเทรดเพื่อดูแนวโน้มและคำนวณความน่าจะเป็นจริง ๆ

๕) ทดสอบความเชื่อมั่น (stress test) — ตรวจสอบว่าคุณยังทำตามกฎได้ไหมเมื่อพอร์ตลดลง — ถ้าไม่ได้ ปรับจูนความเสี่ยงก่อนใช้เงินจริง

๖) ฝึกคิดเชิงความน่าจะเป็น — มองทุกเทรดเป็นตัวอย่างสุ่มจากระบบ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่า “ฉันโชคดี/โชคร้าย”


การเป็น “เทรดเดอร์จริงจัง” ไม่ได้หมายถึงรู้จักกลยุทธ์มหัศจรรย์ แต่มันคือความสามารถที่จะ ทนต่อชุดขาดทุนและทำตามกฎอย่างไม่หวั่นไหว จนกว่าจำนวนตัวอย่างจะพอให้ความได้เปรียบทำงานได้จริง

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น