Top 10 หุ้นที่ โพล WallStreetBets นิยมและมองว่าจะมาแรงในปี 2026

โพล WallStreetBets (หรือที่เรียกกันว่า WSB Poll) คือการโหวตหุ้นยอดนิยมประจำปีบน subreddit r/wallstreetbets ซึ่งเป็นชุมชนนักลงทุนรายย่อยที่มีชื่อเสียงเรื่องการลงทุนเสี่ยงสูงและ meme stocks ทุกสิ้นปี (เช่น ปลายปี 2025) จะมี thread พิเศษให้สมาชิกโพสต์ "หุ้นตัวเดียวที่คิดว่าจะบูมที่สุดในปีถัดไป" (เช่น ปี 2026) จากนั้น moderator หรือผู้จัดจะนับคอมเมนต์ที่ถูก mention หรือ upvote มากที่สุด แล้วรวบเป็น top 10 stocks เพื่อสร้าง "WSB Index" ติดตามผลตลอดปี ปีที่แล้ว (สำหรับ 2025) โพลนี้ให้ผลตอบแทนรวม +76% สูงกว่าตลาดมาก เลยกลายเป็นที่นิยม สำหรับปี 2026 (จากโพลล่าสุดสิ้นปี 2025 ที่มีคนโหวตกว่า 2,200 picks) นี่คือ top 10 หุ้นที่ชุมชน WSB โหวตว่ามีศักยภาพสูงสุด (เรียงตามอันดับ mention/upvote): ASTS (AST SpaceMobile) - ดาวเทียมสื่อสารมือถือ ถูกมองว่าเป็น slam dunk ถ้าส่งดาวเทียมสำเร็จ RKLB (Rocket Lab USA) - ธุรกิจจรวดและอวกาศ เติบโตแรง GOOGL / GOOG (Alphabet/Google) - Big tech ที่มั่นคง เน้น AI และคลาวด์ AMZN (Amazon) - คลาวด์ (AWS) และ AI ยังแข็งแกร่ง NBIS (Nabors Industries) - ...

แม้กลยุทธ์ยอดเยี่ยม ก็แพ้ถ้าคุณยังเป็นเทรดเดอร์หน้าใหม่

แม้กลยุทธ์ยอดเยี่ยม ก็แพ้ถ้าคุณยังเป็นเทรดเดอร์หน้าใหม่

เรื่องสั้น ๆ ที่ต้องเข้าใจตั้งแต่ตอนต้น: กลยุทธ์ที่มีความได้เปรียบทางสถิติจำเป็นต้องใช้เวลาและจำนวนครั้งมากพอ เพื่อให้ความได้เปรียบนั้นแสดงผล — ถ้าคุณยังคิดเป็นเกมชนะ-แพ้แบบรายเทรด และละทิ้งระบบตอนเจอชุดขาดทุน คุณจะไม่เคยเห็นความได้เปรียบนั้นเกิดขึ้น


มีระบบหนึ่งที่ชนะโดยเฉลี่ย 60% และความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเท่ากัน (1:1)

คนแรก: เริ่มใช้ระบบ เจอชุดขาดทุนสั้น ๆ สงสัย แล้วเลิกใช้ — ผลใน 10 เทรดคือชนะ 2 ครั้ง (20%) → เลิก → พอร์ตก็จบด้วยผลแย่

คนที่สอง: เจอผลเดียวกันในช่วงแรก ชนะ 2 จาก 10 เหมือนกัน แต่เขาไม่เลิก เขาเทรดต่อ ในชุดถัดไปได้ผลดีขึ้น บ้างแย่ลง แต่เมื่อเทรดจำนวนมากขึ้น ผลรวมค่อย ๆ เข้าใกล้ 60% → สุดท้ายมีกำไรตามที่ระบบควรให้

ข้อแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ระบบ แต่คือความอดทนและความเข้าใจเรื่องความน่าจะเป็น


ทำไมมือใหม่มักพังแม้มีกลยุทธ์ดี

๑) มองผลลัพธ์แบบรายเทรดเป็น “ชนะ/แพ้” แทนมองเป็นตัวอย่างสุ่มจากการทดลองจำนวนมาก

๒) หยุดหรือปรับเข้มเกินไปตอนเจอชุดขาดทุน — จึงยุติระบบเมื่อมันอยู่ที่ “จุดต่ำสุด” ก่อนจะฟื้น

๓) ตัวอย่างที่ใช้ตัดสิน (sample) เล็กเกินไป — จึงได้ข้อสรุปผิดพลาดว่าระบบไม่ดี


กฎและแนวทางแบบเป็นขั้นตอน (ทำตามได้เลย)

๑) ยอมรับล่วงหน้าว่าจะมีชุดขาดทุน — เขียนลงในแผนการเทรดว่าระบบจะมี drawdown X% และ streak แพ้กี่ครั้งได้ตามสถิติ

๒) กำหนดขนาดตัวอย่างขั้นต่ำ — ตัดสินระบบหลังจากเทรดครบจำนวนครั้งที่เพียงพอ (อย่าใช้ 5–10 เทรด)

๓) ยึดกฎการบริหารเงินที่ชัดเจน — ขนาดล็อตและการตัดขาดทุนไม่เปลี่ยนตามความรู้สึกระหว่างชุดขาดทุน

๔) จดบันทึกแบบมีวินัย — เก็บสถิติทุกเทรดเพื่อดูแนวโน้มและคำนวณความน่าจะเป็นจริง ๆ

๕) ทดสอบความเชื่อมั่น (stress test) — ตรวจสอบว่าคุณยังทำตามกฎได้ไหมเมื่อพอร์ตลดลง — ถ้าไม่ได้ ปรับจูนความเสี่ยงก่อนใช้เงินจริง

๖) ฝึกคิดเชิงความน่าจะเป็น — มองทุกเทรดเป็นตัวอย่างสุ่มจากระบบ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่า “ฉันโชคดี/โชคร้าย”


การเป็น “เทรดเดอร์จริงจัง” ไม่ได้หมายถึงรู้จักกลยุทธ์มหัศจรรย์ แต่มันคือความสามารถที่จะ ทนต่อชุดขาดทุนและทำตามกฎอย่างไม่หวั่นไหว จนกว่าจำนวนตัวอย่างจะพอให้ความได้เปรียบทำงานได้จริง

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

Grok? $IREN หุ้นอเมริกาตัวนี้ ถูกเชียร์เกินเหตุหรือเปล่า?