ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

ทำไมสินทรัพย์กลุ่ม “สินค้าโภคภัณฑ์” (Commodities) ถึงพุ่งแรงในช่วงนี้ (พฤศจิกายน 2025)

ทำไมสินทรัพย์กลุ่ม “สินค้าโภคภัณฑ์” (Commodities) เช่น ทองคำ เงิน ทองแดง แพลทินัม พาลาเดียม และลิเทียม ถึงพุ่งแรงในช่วงนี้ (พฤศจิกายน 2025)

สรุปจาก https://x.com/Clement_Ang17/status/1988834009317798188?s=20



แถม Watchlist:

Silver Mining : https://th.tradingview.com/watchlists/195320523/

Top US Minerals Plays: https://th.tradingview.com/watchlists/204336970/

Lithium: https://th.tradingview.com/watchlists/203529917/

Copper: https://th.tradingview.com/watchlists/209482485/


💡 สรุปภาพรวม

แรงขับเคลื่อนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์รอบนี้ไม่ได้มาจากเหตุผลเดียว แต่เกิดจาก “หลายปัจจัยผสมกัน” ทั้งเรื่องเศรษฐกิจมหภาค (Macro), เงินเฟ้อ, ความไม่มั่นคงทางการเมือง, และวัฏจักรเศรษฐกิจที่กำลังเข้าสู่ช่วงปลายรอบขาขึ้นของหุ้น


🔑 ปัจจัยหลักที่ผลักดันราคา

1. การอ่อนค่าของเงินและนโยบายการเงิน (Monetary Debasement)

หลายประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่ม BRICS (จีน รัสเซีย อินเดีย ตุรกี) กำลังซื้อทองคำเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์และหนี้สหรัฐที่สูงลิ่ว (เกิน 125% ของ GDP)

นักลงทุนมองว่า “ทอง” และ “เงิน” เป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและรักษามูลค่าได้ดีกว่าเงินกระดาษ

เมื่อธนาคารกลางส่งสัญญาณว่าจะลดดอกเบี้ยหรือหยุดทำ QT → เงินไหลเข้าสินทรัพย์จริง (Hard Assets) เช่น ทอง เงิน ทองแดง และลิเทียม


2. ความต้องการทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี (Industrial Demand)

ยุคพลังงานสะอาดและ AI ทำให้เกิดความต้องการใช้โลหะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เงิน (Silver): ใช้ในแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ — ความต้องการเพิ่มหลายเท่าในรอบ 10 ปี

ทองแดง (Copper): สำคัญต่อการเดินสายไฟ, EV, Data Center

ลิเทียม (Lithium): หัวใจของแบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้าและระบบเก็บพลังงาน

แพลทินัม / พาลาเดียม: ใช้ในตัวกรองไอเสียและเทคโนโลยีไฮโดรเจน

ความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ใช่แค่ “การเก็งกำไร” แต่เป็น “ความต้องการจริงในโลกจริง”


3. ข้อจำกัดด้านอุปทานและภูมิรัฐศาสตร์ (Supply Constraints & Geopolitics)

การผลิตสินแร่เพิ่มขึ้นได้ยาก เพราะต้องใช้เวลาและต้นทุนสูง

ความขัดแย้งทางการค้าและการเมือง เช่น สหรัฐ–จีน หรือการจัดหาทรัพยากรแบบ “friend-shoring” ทำให้ประเทศต่างๆ กักตุนวัตถุดิบไว้ใช้เอง

จีนเองก็ใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและปล่อยสภาพคล่องเข้าระบบ ส่งผลดีต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก


4. ภาวะเศรษฐกิจชะลอแต่เงินเฟ้อยังสูง (Stagflation Risk)

เงินเฟ้อยังไม่ลดลง แม้เศรษฐกิจโตช้าลง

นักลงทุนจึงหนีจากพันธบัตรและหุ้น มาหาสินทรัพย์ที่ “จับต้องได้”

เงินทุนจากสถาบัน, กองทุนทองคำ (เช่น Tether Gold), และนักลงทุนระยะยาวไหลเข้าตลาดโลหะหนักมากขึ้น


🔄 เชื่อมโยงกับวัฏจักรเศรษฐกิจของ Martin J. Pring

Pring อธิบายไว้ว่า “สินทรัพย์แต่ละประเภทจะสลับกันเด่นตามช่วงของวัฏจักรเศรษฐกิจ”

หุ้นมักจะขึ้นก่อนเศรษฐกิจฟื้น

พันธบัตรเริ่มอ่อนตัวเมื่อเงินเฟ้อมา

สินค้าโภคภัณฑ์จะขึ้นแรงในช่วงปลายรอบ (Late Expansion) ก่อนเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะลอหรือถดถอย

ปี 2025 หุ้นยังอยู่จุดสูงสุด (โดยเฉพาะกลุ่ม AI) แต่สัญญาณเศรษฐกิจเริ่มแผ่ว → สินค้าโภคภัณฑ์จึงเริ่มโดดเด่น

การที่ทองขึ้นกว่า 59%, เงินกว่า 80% ในปีเดียว เป็นภาพสะท้อนว่าเรากำลังเข้าสู่ช่วง “ปลายรอบหุ้น-ต้นรอบสินค้าโภคภัณฑ์” ตามโมเดลของ Pring

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

Oliver Kell: วงจรของการเคลื่อนไหวของราคา (Cycle of Price Action)

Mark Ritchie II มองหุ้นราคาถูก (Low-priced stocks) อย่างไร?

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด