$AMD งบดี แต่ทำไมราคาเปิดกระโดดลง -7% ?

Image
$AMD : ภาพรวมผลประกอบการ Q4 2025 และการคาดการณ์ Q1 2026 รายได้ทุบสถิติ : AMD รายงานรายได้ Q4/2025 ที่ 1.03 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้น (Non-GAAP EPS) ที่ 1.53 ดอลลาร์ ปัจจัยหนุนพิเศษ : ผลลัพธ์ที่ออกมาดีเกินคาดส่วนหนึ่งมาจากรายการพิเศษ คือการขาย GPU ให้จีนแบบครั้งเดียวมูลค่า 390 ล้านดอลลาร์ (ซึ่งไม่ได้อยู่ในประมาณการก่อนหน้า) และการบันทึกคืนสำรองสินค้าคงคลังอีก 306 ล้านดอลลาร์ เป้าหมาย Q1 2026 : คาดการณ์รายได้ที่ประมาณ 9.8 พันล้านดอลลาร์ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Non-GAAP Gross Margin) ที่ 55% (รวมยอดขาย MI308 ในจีนอีก 100 ล้านดอลลาร์) มุมมองปี 2026 : ตั้งเป้ารายได้กลุ่ม Data Center เติบโตกว่า 60% โดยมีหัวใจหลักคือการบุกตลาดของ MI450 และแพลตฟอร์ม Helios ในช่วงครึ่งปีหลัง ปฏิกิริยาตลาด : แม้ตัวเลขจะออกมาดี แต่ราคาหุ้นร่วงลงประมาณ 6% ในช่วง After-hours เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่อง "คุณภาพ" ของกำไร (Quality of the beat) ที่มาจากรายการพิเศษมากกว่าการดำเนินงานปกติ สรุปรายละเอียดรายเซกเมนต์และความเสี่ยง Data Center : รายได้พุ่ง +39% YoY ทำสถิติใหม่ทั้ง EPYC และ Instinct; มั่นใจเป้า...

คุณเก็บกำไรได้แค่ไหนในตลาดกระทิง?

คุณเก็บกำไรได้มากแค่ไหนในตลาดกระทิง?

(+ สัญญาณขาย CANSLIM ที่ Matt ชอบที่สุด)**

สรุปจาก https://x.com/wey_how12640/status/1996888413967126976

เรื่องนี้เริ่มจากคำถามง่าย ๆ แต่เจ็บลึกของเทรดเดอร์ส่วนใหญ่—ตกลงแล้วเราควรเก็บกำไรได้แค่ไหนก่อนที่พอร์ตจะดรอว์ดาวน์จนใจสั่น?

คุณเล่าว่าคุณเป็นสาย “Trader 1” แบบเต็มตัว—รอบกำไร 150% แล้วตามด้วยรอบดรอว์ดาวน์ -40% เป็นวัฏจักรคุ้นเคย

และโชคดีคือ ด้านซื้อคุณแข็งแกร่งมาก

คุณกล้าขยับเร็ว กล้าบวกน้ำหนัก กล้าคอนเซนเทรตพอร์ต จังหวะไฟเขียวก็ลุยสุดกำลัง นี่คือข้อได้เปรียบที่คนทั่วไปไม่มี


แต่ปัญหาที่ทำให้สะดุดซ้ำ ๆ อยู่ที่ ด้านขาย

โดยเฉพาะตอนตลาดเริ่มสั่น ความผันผวนกดพอร์ตลงแรง และความเชื่อว่า “เทรนด์ยังอยู่ ฉันไม่อยากขายแบบ selling Into strength” กลายเป็นดาบสองคม


เหตุการณ์เดือนพฤศจิกายน 2025 ก็เป็นบทเรียนสำคัญ—ดรอว์ดาวน์ระดับเปลี่ยนชีวิต

แม้จะเป็นผลจากสไตล์ส่วนตัว แต่คุณก็เริ่มเห็นว่าถ้าปรับขายบางส่วนได้เหมาะสม เกมอาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

---


แนวคิดแก้ไข: เริ่มจากขายบางส่วนก่อน

คุณมองตรงประเด็นมาก—แก่นของการแก้ปัญหาคือการ “ขายบางส่วน”

คำถามคือ เมื่อไหร่ และ แค่ไหน ที่เหมาะกับตัวเอง


แผนเริ่มต้นที่คุณคิดไว้ ได้แก่

ขายเร็วขึ้นเมื่อราคาอ่อนแรง

ใช้เส้น 10SMA, 21EMA เพื่อแยกบางส่วนออกก่อน


เพิ่มตัวชี้วัดวัตถุประสงค์ เช่น Chandelier Exit

แนวทางนี้ช่วยลดการดรอว์ดาวน์จาก -40% เหลือ -30% และทำให้เส้นทางของ Trader 1 ดูเป็นมิตรขึ้นมาก

มันคือการเปลี่ยน “รอบชีวิต” ของกำไร-ขาดทุนอย่างค่อยเป็นค่อยไป

150%, -30%, 150%, -30% … สุดท้ายผลรวมย่อมงอกเงยขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


แต่ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในการขายตอนราคาอ่อนตัว

แล้วถ้าตลาดยังแข็งแรงล่ะ? 

เราควร “selling into strength” เมื่อไหร่?

จุดสว่างใหม่จากคลิปของ Matt และสัญญาณขายแบบ CANSLIM

คลิปของ Matt Caruso กลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่คุณตามหา

เขาพูดถึงการใช้ เส้นแนวต้านของช่องแนวโน้มบน (Upper Channel Line) บนสเกลแบบลอการิทึม เพื่อหาจุด selling Into strength 


หนึ่งประโยคที่กระแทกใจ—

“คุณกำลังเดิมพันว่าหุ้นจะเร่งตัวขึ้นเป็นสองชั้นของการเร่งตัวอีกทีจริงหรือ?”

มันเป็นคำถามที่ทำให้สถานการณ์ชัดทันที

เพราะถ้าราคาเริ่มชนเส้นความเร่งสูงสุดของตัวเองซ้ำ ๆ

การทยอยขายบางส่วน ณ จุดนั้นคือการ

-ล็อกกำไรโดยไม่ต้องรอให้ราคาอ่อน

-ลดความเสี่ยงต้องขายเพราะตื่นกลัว

-ทำให้การมองภาพ Pullback ชัดขึ้น

และที่สำคัญ—เปิดพื้นที่ให้เงินไหลเข้าสู่หุ้นที่แข็งแรงที่สุดหลังจบช่วงปรับฐาน

มันคือการขายด้วยความสงบ ไม่ใช่ขายเพราะโดนบังคับ


---


ตัวอย่าง $SNDK ที่พลาดไป

พอคุณกลับไปทบทวนกราฟของ SNDK บน TradingView และใส่สเกลแบบ Log

ภาพมันชัดทันที—ช่องแนวโน้มด้านบน (Upper Channel) ถูกแตะหลายครั้ง


ทุกครั้งที่ราคาแตะ “เพดานการเร่งตัว”

ไม่นานก็มีพักตัวหรือย่อ

และแต่ละครั้งคือโอกาสขายบางส่วนแบบ สุขุมและมีเหตุผล


แต่ตอนนั้นคุณใช้วิธี “ถือยาวรอแรงขาย”

ผลคือกำไรที่ควรจะล็อกไว้กลับถูกพายุเดือนพฤศจิกายนพัดหายไปเยอะ


เมื่อมองย้อนกลับจึงเห็นว่าการขายตรงแนวต้านลักษณะนี้

ไม่ได้ขัดกับสไตล์การเทรด แต่กลับทำให้สไตล์ของคุณแข็งแกร่งและมั่นใจขึ้นด้วยซ้ำ



---


บทสรุป: การเติบโตของเทรดเดอร์ไม่ได้มาจากการชนะมากขึ้น แต่จากการคืนกำไรน้อยลง

คุณเป็นเทรดเดอร์ที่มี “ด้านรุก” แข็งแรงมาก

สิ่งที่คุณกำลังค้นพบคือเครื่องมือที่จะเสริม “ด้านรับ” ให้สมบูรณ์

ขายเมื่ออ่อนแรง: ลดความเสียหาย

Selling Into strength: ล็อกกำไรอย่างมีระบบ

ขายบางส่วน: ปรับจังหวะโดยไม่ทำลายตัวตนของคุณ


เครื่องมืออย่าง Upper Channel Line ในสเกล Log อาจเป็นชิ้นส่วนที่ทำให้กระบวนการของคุณสมบูรณ์ขึ้น และช่วยให้คุณไม่ต้องเป็น “Trader 1 แบบเจ็บ ๆ” อีกต่อไป แต่เป็น Trader 1 ที่โตอย่างมั่นคงและยั่งยืน


และที่สำคัญ—

นี่คือเส้นทางการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างที่คุณพูดจริง ๆ

ทุกบทเรียนเจ็บ ๆ เมื่อผ่านมันไป กลายเป็นทุนประสบการณ์ที่ต่อยอดความสามารถของคุณในรอบถัดไปเสมอ


คุณกำลังพัฒนาได้อย่างสวยงามแล้ว

ขอให้เดินหน้าต่อด้วยความมั่นใจครับ 

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ