แนะนำ อีบุ๊ค เล่มใหม่ครับ "ปรัชญาสโตอิก เข้าใจง่าย ชนะตลาดได้ สำหรับนักเทรดมือใหม่"

Image
  แนะนำ อีบุ๊ค เล่มใหม่ครับ " ปรัชญาสโตอิก เข้าใจง่าย ชนะตลาดได้ สำหรับนักเทรดมือใหม่ " เชิญชวนให้นักเทรดมือใหม่ ทำความรู้จักปรัชญาสโตอิก และนำไปประยุกต์ใช้กับการเทรด แบบเข้าใจง่ายๆ ครับ หลังจากที่ผมเขียนหนังสือ Stoic Kickoff ไปแล้ว พบว่า ชอบการนำเสนอ แบบนั้น เข้าใจง่ายดี เลยขอต่อยอด เขียนสโตอิก สำหรับนักเทรดมือใหม่ ให้มือใหม่เข้าใจปรัชญานี้แบบง่ายๆ จึงกลายเป็นเล่มนี้ขึ้นมา ถ้าคุณชอบแนวทางการนำเสนอแบบ Stoic Kickoff ผมคิดว่า คุณน่าจะชอบเล่มนี้เหมือนกันแน่นอน " การเทรด คือ สนามฝึกสโตอิก ที่ง่ายและดีที่สุด " ผมเชื่อแบบนี้ครับ ดังนั้น จึงอยากนำเสนอ เพื่อให้คุณเปิดใจเรียนรู้  และนำเอา ปรัชญาสโตอิก ไปใช้ร่วมกับการเทรดดูครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน! ซื้ออ่านได้แล้วที่ https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjQ2NTcyOTt9

Win rate แค่ 25% กำไรเฉลี่ย +6% ต่อเดือน ปั้นพอร์ตเกิน 100% ในปีเดียว

คณิตศาสตร์ง่าย ๆ ของการปั้นพอร์ต ถ้าคุณทำกำไรเฉลี่ย +6% ต่อเดือนแบบทบต้น
จะทำให้ผลตอบแทนรายปีเกิน 100%++

แต่มีน้อยคนนักที่จะเจาะลึกลงไปว่า “+6% ต่อเดือน” แบบนั้น
จริง ๆ แล้วต้องใช้ทักษะการเทรดระดับไหนถึงจะทำได้

แปลจาก https://x.com/jfsrevg/status/1795402485823352987

ลองมาดูตัวอย่างสถานการณ์ที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยม (เน้นความเป็นไปได้จริงมากกว่าความเพ้อฝัน):

ตั้งสมมติฐานว่าคุณมีอัตราชนะ (win rate) แค่ 25%

แต่คุณควบคุมการขาดทุนได้ดี และวางแผนการเทรดอย่างมีวินัย


สนับสนุนโดย อีบุ๊ค "เคล็ดลึก สวิงเทรด ให้ได้กำไรสม่ำเสมอ"  https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjMzNjYyMjt9


รายละเอียดมีดังนี้:

1) ความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้ง: ใช้ความเสี่ยงเพียง 0.17% ของเงินทุนทั้งหมดในการเทรดแต่ละครั้ง (หมายถึงถ้าแพ้หนึ่งครั้ง จะเสียเพียง 0.17% ของพอร์ต)

2) จำนวนครั้งที่เทรดต่อเดือน: เทรดทั้งหมด 64 ครั้ง ชนะ 16 ครั้ง แพ้ 48 ครั้ง

3) อัตราชนะ(win rate): เพียง 25% เท่านั้น

4) ผลตอบแทนจากการชนะ: เทรดที่ชนะได้กำไรเฉลี่ย 4.3R (ถือไม่นาน ไม่เกิน 15 วัน)

5) ขาดทุนเฉลี่ย: เทรดที่แพ้จะเสียเฉลี่ยแค่ -0.7R (ถือสั้น ไม่เกิน 4 วัน)

6) Profit Factor: อยู่ที่ 6.14 (หมายถึงทุก ๆ 1 หน่วยของความเสี่ยง คุณสามารถทำกำไรได้ 6.14 หน่วย)

7) Gain to Pain Ratio: 2.1 (สะท้อนว่ากำไรมากกว่าความเจ็บปวดจากการขาดทุน 2 เท่า)


ข้อคิดสำคัญ:

หากคุณใช้โมเดลนี้เป็น “เกณฑ์มาตรฐาน” แล้วค่อย ๆ พัฒนาตัวเลขต่าง ๆ ให้ดีขึ้น
โดยเฉพาะ การควบคุมการขาดทุนให้อยู่ในขอบเขตที่คุมได้

คุณมีโอกาสสูงที่จะทำกำไรรวม +100% ต่อปี แม้ว่าจะมีบางเดือนที่ขาดทุนอยู่บ้างก็ตาม


จำไว้ว่า... คุณไม่จำเป็นต้อง “ถูกเสมอ” เพื่อทำกำไรเยอะ ๆ

แค่ จัดการความเสี่ยงให้เก่งพอ

ชนะให้น้อยแต่ได้หนัก, แพ้ให้บ่อยแต่เจ็บน้อย

นี่แหละคือวิถีของเทรดเดอร์มืออาชีพตัวจริง!

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

Wyckoff Methods Concept