$ALMU แก้ปัญหาวัสดุ (InP Killer) POET แก้ปัญหาการประกอบ (Assembly Killer)

Image
POET Technologies ($POET): ผู้บุกเบิก “การรวมแสงระดับเวเฟอร์” ปฏิวัติโครงสร้างพื้นฐาน AI ในยุคที่ AI ต้องการแบนด์วิดท์มหาศาล POET Technologies กำลังเปลี่ยนกฎการเล่นของอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ โดยไม่ใช่แค่ “ทำเลเซอร์ให้ดีขึ้น” แต่คือการกำจัด “คอขวดการประกอบ” ที่เป็นมรดกตกทอดมานาน ปัญหาเดิมของอุตสาหกรรม ผู้ผลิต transceiver รายใหญ่ (เช่น LITE, COHR) ยังต้องใช้ “active alignment” — การจัดตำแหน่งเลเซอร์-เลนส์-โมดูเลเตอร์ด้วยมือภายใต้กล้องจุลทรรศน์ ซึ่งช้า แพง และสเกลไม่ได้เมื่อความต้องการพุ่งเป็นล้านชิ้นต่อปี โซลูชันของ POET: Optical Interposer™ POET สร้าง “แผงวงจรแม่แบบสำหรับแสง” บนซิลิคอนเวเฟอร์เดียว ใช้เทคนิค flip-chip ติดเลเซอร์และไดร์เวอร์โดยตรง ไม่ต้องใช้สายเชื่อม ไม่ต้องใส่ optical isolator ลดการสูญเสียพลังงานลง 30-40% — สำคัญที่สุดสำหรับ data center AI ที่กินไฟมหาศาล สงคราม 1.6T Transceiver วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2026 Broadcom ($AVGO) เปิดตัว 3.5D SoC แบบปิด แต่ POET นำเสนอ “ทางเลือกเปิด” ด้วย Teralight™ 1.6T Engine • ขนาดเล็กที่สุดในอุตสาหกรรม • รองรับ NVIDIA Rubin (H2 2026) • ใช้เลเซอร์จ...

Win rate แค่ 25% กำไรเฉลี่ย +6% ต่อเดือน ปั้นพอร์ตเกิน 100% ในปีเดียว

คณิตศาสตร์ง่าย ๆ ของการปั้นพอร์ต ถ้าคุณทำกำไรเฉลี่ย +6% ต่อเดือนแบบทบต้น
จะทำให้ผลตอบแทนรายปีเกิน 100%++

แต่มีน้อยคนนักที่จะเจาะลึกลงไปว่า “+6% ต่อเดือน” แบบนั้น
จริง ๆ แล้วต้องใช้ทักษะการเทรดระดับไหนถึงจะทำได้

แปลจาก https://x.com/jfsrevg/status/1795402485823352987

ลองมาดูตัวอย่างสถานการณ์ที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยม (เน้นความเป็นไปได้จริงมากกว่าความเพ้อฝัน):

ตั้งสมมติฐานว่าคุณมีอัตราชนะ (win rate) แค่ 25%

แต่คุณควบคุมการขาดทุนได้ดี และวางแผนการเทรดอย่างมีวินัย


สนับสนุนโดย อีบุ๊ค "เคล็ดลึก สวิงเทรด ให้ได้กำไรสม่ำเสมอ"  https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjMzNjYyMjt9


รายละเอียดมีดังนี้:

1) ความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้ง: ใช้ความเสี่ยงเพียง 0.17% ของเงินทุนทั้งหมดในการเทรดแต่ละครั้ง (หมายถึงถ้าแพ้หนึ่งครั้ง จะเสียเพียง 0.17% ของพอร์ต)

2) จำนวนครั้งที่เทรดต่อเดือน: เทรดทั้งหมด 64 ครั้ง ชนะ 16 ครั้ง แพ้ 48 ครั้ง

3) อัตราชนะ(win rate): เพียง 25% เท่านั้น

4) ผลตอบแทนจากการชนะ: เทรดที่ชนะได้กำไรเฉลี่ย 4.3R (ถือไม่นาน ไม่เกิน 15 วัน)

5) ขาดทุนเฉลี่ย: เทรดที่แพ้จะเสียเฉลี่ยแค่ -0.7R (ถือสั้น ไม่เกิน 4 วัน)

6) Profit Factor: อยู่ที่ 6.14 (หมายถึงทุก ๆ 1 หน่วยของความเสี่ยง คุณสามารถทำกำไรได้ 6.14 หน่วย)

7) Gain to Pain Ratio: 2.1 (สะท้อนว่ากำไรมากกว่าความเจ็บปวดจากการขาดทุน 2 เท่า)


ข้อคิดสำคัญ:

หากคุณใช้โมเดลนี้เป็น “เกณฑ์มาตรฐาน” แล้วค่อย ๆ พัฒนาตัวเลขต่าง ๆ ให้ดีขึ้น
โดยเฉพาะ การควบคุมการขาดทุนให้อยู่ในขอบเขตที่คุมได้

คุณมีโอกาสสูงที่จะทำกำไรรวม +100% ต่อปี แม้ว่าจะมีบางเดือนที่ขาดทุนอยู่บ้างก็ตาม


จำไว้ว่า... คุณไม่จำเป็นต้อง “ถูกเสมอ” เพื่อทำกำไรเยอะ ๆ

แค่ จัดการความเสี่ยงให้เก่งพอ

ชนะให้น้อยแต่ได้หนัก, แพ้ให้บ่อยแต่เจ็บน้อย

นี่แหละคือวิถีของเทรดเดอร์มืออาชีพตัวจริง!

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์