Breakout ที่ออกมาจาก ‘การสะสมพลัง (Contraction)’ ต่างหาก ที่เป็น Breakout คุณภาพสูง

Image
  สรุปจาก https://x.com/i/status/2008338834828784071 “Breakout ไม่ได้มีพลังเพราะมันทะลุ แต่มีพลังเพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ‘ก่อน’ มันทะลุ” นักเทรดจำนวนมากแพ้ตลาด ไม่ใช่เพราะดูกราฟไม่เป็น แต่เพราะเข้าใจผิดว่า แค่เห็น Breakout = มี Edge ความจริงคือ… Breakout ที่ออกมาจาก ‘การสะสมพลัง (Contraction)’ ต่างหาก ที่เป็น Breakout คุณภาพสูง เรื่องราวเบื้องหลังแนวคิดนี้ แนวคิดนี้ไม่ได้มาจากความรู้สึก แต่มาจาก “ข้อมูลจริง” Toby Crabel ผู้เขียนหนังสือระดับตำนาน Day Trading with Short-Term Price Patterns ศึกษา Opening Range Breakout (ORB) ด้วยสถิติจริง ผลลัพธ์ชัดเจนมาก: ORB ที่เกิด หลังช่วง Contraction 👉 ทำกำไรรวมประมาณ 710,000 ดอลลาร์ ORB ที่เกิด หลังช่วง Expansion 👉 ทำกำไรรวมประมาณ 102,000 ดอลลาร์ จำนวนเทรดใกล้เคียงกัน 👉 กลยุทธ์เดียวกัน สัญญาณเดียวกัน แต่ Context ต่างกัน ผลลัพธ์ต่างกันเกือบ 7 เท่า นี่คือบทเรียนที่นักเทรดส่วนใหญ่ไม่เคยถูกสอน Contraction คืออะไร (ในภาษานักเทรดจริง ๆ) Contraction ไม่ได้แปลว่า “ตลาดเงียบ” อย่างเดียว แต่มันคือ พลังที่ถูกเก็บไว้ ตลาดมีวัฏจักรธรรมชาติ: ขยายตัว → หด...

Win rate แค่ 25% กำไรเฉลี่ย +6% ต่อเดือน ปั้นพอร์ตเกิน 100% ในปีเดียว

คณิตศาสตร์ง่าย ๆ ของการปั้นพอร์ต ถ้าคุณทำกำไรเฉลี่ย +6% ต่อเดือนแบบทบต้น
จะทำให้ผลตอบแทนรายปีเกิน 100%++

แต่มีน้อยคนนักที่จะเจาะลึกลงไปว่า “+6% ต่อเดือน” แบบนั้น
จริง ๆ แล้วต้องใช้ทักษะการเทรดระดับไหนถึงจะทำได้

แปลจาก https://x.com/jfsrevg/status/1795402485823352987

ลองมาดูตัวอย่างสถานการณ์ที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยม (เน้นความเป็นไปได้จริงมากกว่าความเพ้อฝัน):

ตั้งสมมติฐานว่าคุณมีอัตราชนะ (win rate) แค่ 25%

แต่คุณควบคุมการขาดทุนได้ดี และวางแผนการเทรดอย่างมีวินัย


สนับสนุนโดย อีบุ๊ค "เคล็ดลึก สวิงเทรด ให้ได้กำไรสม่ำเสมอ"  https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjMzNjYyMjt9


รายละเอียดมีดังนี้:

1) ความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้ง: ใช้ความเสี่ยงเพียง 0.17% ของเงินทุนทั้งหมดในการเทรดแต่ละครั้ง (หมายถึงถ้าแพ้หนึ่งครั้ง จะเสียเพียง 0.17% ของพอร์ต)

2) จำนวนครั้งที่เทรดต่อเดือน: เทรดทั้งหมด 64 ครั้ง ชนะ 16 ครั้ง แพ้ 48 ครั้ง

3) อัตราชนะ(win rate): เพียง 25% เท่านั้น

4) ผลตอบแทนจากการชนะ: เทรดที่ชนะได้กำไรเฉลี่ย 4.3R (ถือไม่นาน ไม่เกิน 15 วัน)

5) ขาดทุนเฉลี่ย: เทรดที่แพ้จะเสียเฉลี่ยแค่ -0.7R (ถือสั้น ไม่เกิน 4 วัน)

6) Profit Factor: อยู่ที่ 6.14 (หมายถึงทุก ๆ 1 หน่วยของความเสี่ยง คุณสามารถทำกำไรได้ 6.14 หน่วย)

7) Gain to Pain Ratio: 2.1 (สะท้อนว่ากำไรมากกว่าความเจ็บปวดจากการขาดทุน 2 เท่า)


ข้อคิดสำคัญ:

หากคุณใช้โมเดลนี้เป็น “เกณฑ์มาตรฐาน” แล้วค่อย ๆ พัฒนาตัวเลขต่าง ๆ ให้ดีขึ้น
โดยเฉพาะ การควบคุมการขาดทุนให้อยู่ในขอบเขตที่คุมได้

คุณมีโอกาสสูงที่จะทำกำไรรวม +100% ต่อปี แม้ว่าจะมีบางเดือนที่ขาดทุนอยู่บ้างก็ตาม


จำไว้ว่า... คุณไม่จำเป็นต้อง “ถูกเสมอ” เพื่อทำกำไรเยอะ ๆ

แค่ จัดการความเสี่ยงให้เก่งพอ

ชนะให้น้อยแต่ได้หนัก, แพ้ให้บ่อยแต่เจ็บน้อย

นี่แหละคือวิถีของเทรดเดอร์มืออาชีพตัวจริง!

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)