Stop loss ของดี อย่าใช้เฉพาะในตลาดหุ้น


ผมเทรดหุ้นมา 6 ปีแล้วครับ ก็อย่างที่บอกกันไปว่า ขาดทุนยับเป็นล้าน
ที่มันเป็นต้นเรื่องให้กับหนังสือ "ความรู้หุ้น มูลค่า 1 ล้านบาท" ไปแล้ว

แม้จะโดนตลาดเล่น แทนที่จะได้เล่นตลาด
ผมเองไม่เคยรู้สึกแค้นตลาดหุ้นเลย
กลับรู้สึก ยิ่งเทรด ยิ่งศรัทธาตลาดหุ้น

สำนึกเสมอว่า ตลาดหุ้น เป็นผู้มีพระคุณ อีกคนหนึ่งของผม

ทำไมถึงได้คิดอย่างนั้น?
เพราะตลาดหุ้นได้สอนผมมากเหลือเกิน
ผมได้รู้ได้เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น เป็นผู้เป็นคนได้ก็มาจากการเทรด
หลายสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการเทรด มันสามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับชีวิตได้

เอาเป็นว่าเบื้องต้น ผมนึกเปรียบกับคำคมขงเบ้ง
"เดินหมากรุกยังต้องคิด เดินหมากชีวิต ไม่คิดได้อย่างไร"
สิ่งที่เราใช้ในการเทรด เราสามารถเอามาใช้ในชีวิตจริงได้เช่นกัน
อย่าได้จำกัดวงเฉพาะการเทรดเลย

เดี๋ยวจะพยายามเอาสิ่งที่ผมได้จากตลาดมาแชร์ให้อ่านกันนะ

โดยวันนี้ขอพูดถึง การ Stop loss
เหตุผลของการตัดขาดทุนหุ้น ก็ "เพื่อไม่ให้ความเสียหายลุกลามใหญ่โต"

ทำไมต้อง stop loss?
เพราะไม่อยากให้การขาดทุนไปทำลายเงินต้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของอาชีพนักเทรด
ประมาณว่า เซฟ ที คัท ตัดก่อนวายวอด
เนื่องจากเป้าหมายใหญ่ของเราก็คือ เป็นคนรวยจากการเทรดไงครับ
การปล่อยให้เกิดการขาดทุนลุกลาม ก็ทำให้เงินต้นเราเสียหาย
เมื่อเสียหายเยอะ พอร์ตก็ไม่โตเสียที เมื่อพอร์ตไม่โต ก็ไม่รวยดังใจหวัง

เป็นไอเดียที่ดีมากนะครับเรื่องนี้ สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้ดีเลย

โดยเฉพาะสุขภาพ
สิ่งที่ทำให้เรามีชีวิตได้อย่างสบาย คือ "สุขภาพดี" ใช่มั้ยครับ?
นั่นคือเป้าหมายหลัก ที่เราต้องรักษายิ่งชีพ
โดยปัญหาที่จะคุกคามให้เราสุขภาพไม่ดีมีอยู่ 2 ปัจจัย

ปัจจัยแรกคือปัจจัยภายนอก เช่น อุบัติเหตุ
ซึ่งเราควบคุมไม่ได้ แค่ระวังไม่ให้เสี่ยงจนเกินลิมิต

อีกปัจจัยคือ จากภายใน อันเป็น โรคภัย ไข้เจ็บ
ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เรามีอำนาจควบคุมเกือบ 100% ถ้ามีการป้องกันที่ดี

ป้องกันยังไง?
ก็ต้องเริ่มจากการตรวจสอบร่างกายตัวเองครับ
ก็ "ตรวจสุขภาพประจำปี" นั่นแหละครับ
ตรวจเพื่อหาความผิดพลาดในร่างกายของเรา

ถ้าตรวจเจอต้นตอของความเสียหายก่อน
เจอไว ก็ stop loss ได้ก่อนที่มันจะลุกลาม

อย่ากลัวผล อย่าคิดว่ามันเป็นโชคร้าย
เพราะมันเกิดมาแล้ว เราย้อนเวลาไปแก้มันไม่ได้
แต่ให้ท่านมองว่ามันเป็นโอกาส

โอกาสยังไง?
โอกาสที่เราจะมีความท้าทายใหม่ ให้ชีวิตมีสีสันขึ้น
ความท้าทายชีวิต คือการเอาชนะมันให้ได้
หาวิธีรักษา ป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่มันจะลุกลาม
ตอนนี้แหละที่ท่านจะมีชีวิตชีวา เพราะท่านรู้เหตุผลที่จะตื่นขึ้นมา
เพื่อเอาชนะโรคนั้นให้ได้

ชีวิตมนุษย์เรานั้น แข่งขันมาโดยตลอดครับ
กว่าจะได้เกิด ก็ต้องแข่งกับอสุจินับล้านตัว
กว่าจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ก็ต้องสอบแข่งขัน
กว่าจะได้งาน ก็ต้องสอบแข่งขัน
กว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งก็ต้องแข่งขัน
ยิ่งท่านเป็นนักกีฬาด้วย ก็ยิ่งต้องแข่งขันเพื่อให้ได้อันดับหนึ่ง
มาเป็นนักเทรดก็ต้องแข่งกันหนีตายเมื่อผิดทาง

ชีวิต คือ การแข่งขัน
ถ้าไร้ซึ่งการแข่งขัน ก็ไร้สีสัน
ถ้าชนะได้ ชีวิตท่านมีค่าขึ้นเลย เพราะท่านประสบความสำเร็จ

เมื่อท่านทราบว่ามีโรคร้าย ก็จงคิดใหม่ว่าตัวเองมีความท้าทายใหม่ให้แข่งขันอีกแล้ว

อย่ารอให้ทุกอย่างมันสายไป ด้วยการปล่อยปละละเลย ไม่ยอมไปตรวจ
เพราะกว่าจะรู้ตัว พอร์ต เอ้ย...ร่างกายก็พังจนแทบเจ๊งไปแล้ว

การ stop loss ที่ดี เกิดจากการหมั่นตรวจสอบ หาจุดบกพร่อง
แล้วระบุมันให้ได้ เพื่อหาทางตัดปัญหานั้น ไม่ให้ลุกลาม
สิ่งนี้ใช้ได้ทั้งในการเทรด และใช้ได้ดีกับการใช้ชีวิต

พระเจ้าไม่ได้สร้างมนุษย์ให้ยอมจำนนครับ
ไม่งั้นท่านไม่ให้สมองระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ติดหัวท่านมาหรอก
วิธีการใช้มันให้คุ้มก็คือ หาความท้าทายใหม่ๆ ให้ตัวเอง
แล้วหาทางสู้ เพื่อให้ตัวเองเป็นผู้ชนะ

สมอง = ทัศนคติ
สิ่งที่สมองมนุษย์มีเหนือกว่าสัตว์เดรัจฉาน
คือ ทัศนคติ
ทัศนคติในการเลือกมอง
ทัศนคติที่ไม่ยอมจำนน

พระเจ้าให้สมองแก่มนุษย์
เพราะท่านไม่ต้องการให้ท่านยอมจำนนต่ออะไรง่ายๆ

ใช้มันครับ ใช้ชีวิตให้คุ้มกับที่พระเจ้าได้บรรจงสร้างท่านขึ้นมา

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

Volume Analysis สไตล์ ปู่ William J O'Neil : CANSLIM

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks

สรุป How to Trade in Stocks by Jesse Livermore

Money Management แบบ Jesse Livermore

รีวิวหนังสือ "กลยุทธ์เก็งกำไร อย่างเซียนหุ้น"