บทสัมภาษณ์พี่มาร์ค มิเนอร์วินี - คำแนะนำสำหรับมือใหม่, แผนการเทรด, การ stop loss, trailing stop, และวินัย

บทสัมภาษณ์พี่มาร์ค มิเนอร์วินี Mark Minervini

 จากบล็อก chartyourtrade.com




คำแนะนำสำหรับคนที่เทรดเป็นงานอดิเรก?
- คุณควรอ่านหนังสือให้เยอะเท่าที่จะทำได้ หาสไตล์ที่คุณเข้าใจมันได้ง่ายที่สุด โดยเฉพาะบางสิ่งที่คุณศรัทธา เพราะคุณต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวเพื่อให้ฝ่าและผ่านช่วงที่ยากลำบากได้
ทุกกลยุทธ์ต้องมีช่วงที่ทำเงินได้ยาก และทุกกลยุทธ์ล้วนต้องการช่วงเวลาเพื่อเรียนรู้ให้เข้าใจลึกซึ้ง
เพื่อให้ประสบความสำเร็จในแต่ละกลยุทธ์ คุณต้องจริงจังกับมัน ไม่งั้นคุณก็จะพยายามเก่งทุกเรื่องแบบเป็ด (you will only become a jack of all trades and master of none) ซึ่งมันไม่มีประโยชน์
เพื่อจะทำเงินจากการเทรดแบบยั่งยืน คุณต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะให้ได้เท่านั้น
หาสไตล์ที่เหมาะกับบุคลิกของคุณและเป็นเทพในด้านนั้นให้ได้


ช่วยอธิบายแผนการเทรดของคุณแบบเข้าใจง่ายๆได้มั้ย?
- หลักการใหญ่ๆของแผนการเทรด ควรประกอบด้วย
๑) กลไกเกณฑ์คัดกรองจุดเข้าซื้อที่ละเอียด ก่อนที่จะส่งคำสั่งเทรด
๒) เหตุผลที่เจาะจง ทำไมคุณต้องเข้าเทรด
๓) คุณจะจัดการกับความเสี่ยงยังไง ถ้าราคาหุ้นเคลื่อนไหวสวนทางกับที่คุณต้องการ หรือเหตุผลที่คุณเปลี่ยนการตัดสินใจซื้อกระทันหัน
๔) แนวทางการล็อกกำไร



ถ้าในตอนที่ตลาดวิ่งร้อนแรง มีสัญญาณซื้อเตือนหลายตัว คุณจะทำยังไง?
ขายตัวที่กำไรเยอะออกแล้วไปเข้าตัวที่เพิ่ง breakout หรือเปล่า?
- เป้าหมายของการเทรดคือการสร้างผลกำไรให้ได้มากกว่าความเสี่ยง แล้วก็ทำแบบนี้ซ้ำๆ
การกังวลกับการซื้อที่จุดต่ำสุดขายที่จุดสูงสุดถือเป็นเรื่องไร้สาระ
ใช่, ผมจะขายหุ้นตัวหนึ่งเพื่อไปซื้อหุ้นอีกตัว  โดยผมอาจขายตัวที่กำไรเยอะออกไปครึ่ง เพื่อเข้าตัวใหม่ที่ทะลุขึ้นสวยๆ
ด้วยวิธีการนี้ ผมจึงสามารถมีทั้งหุ้นตัวเก่าที่ยังวิ่งทำกำไรให้ และยังมีตัวใหม่ที่บวกทำเงินให้ด้วย


บริษัทที่คุณชอบ ต้องมีรายใหญ่ หรือกองทุนถือกี่เปอร์เซ็นต์ (เช่น 20%, 60%)
และการมีกองทุนถือหุ้นอยู่มันสำคัญมากแค่ไหน?
- แม้ว่าบริษัทนั้นจะมีสถาบันถืออยู่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ผมก็ไม่ให้ความสำคัญกับมันมากเท่าไหร่ แต่ผมจะไม่ค่อยชอบหุ้นที่สถาบันถืออยู่เยอะมากๆพร้อมกับรายย่อย มันเป็นตัวบอกว่าหุ้นตัวนั้นถูกเทรดด้วยฝูงชน
ผมอยากเห็นหุ้นขนาดเล็กตัวใหม่ๆ มีการเข้าสะสมหุ้นจากสถาบันเพิ่มขึ้นทุกไตรมาสมากกว่า




ถ้าตลาดหุ้นมันยังวิ่งขึ้นต่ออีก ๓ เดือน คุณจะยังซื้อหุ้นเพิ่ม หรือถือหุ้นให้ยาวขึ้นมั้ย?
- ถ้าราคาหุ้นมันวิ่งขึ้นต่อเนื่อง และทำกำไรงาม ผมสนุกกับการซื้อแน่นอน แต่ถ้ามันเริ่มดูไม่ค่อยดี ผมก็จะหยุดซื้อ หรือกระทั่งขายหุ้นออก โดยเฉพาะมันส่งสัญญาณว่าตลาดเข้าสู่ช่วงแจกจ่ายแล้ว


คุณจะยก stop ขึ้นตอนไหน และไปวางตรงไหน?
- เมื่อราคาหุ้นวิ่งขึ้น และสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้หลังจากที่มันย่อครั้งแรก หรือ ปฏิกริยาตอบโต้ทางธรรมชาติ ผมจะเริ่มคิดถึงการยอก stop ขึ้นตามราคา
ถ้าผมได้กำไรจากมันอย่างน่าพอใจแล้ว ผมจะยก stop ไปวางเหนือจุดคุ้มทุน ผมจะไม่ยอมขาดทุนกำไรที่ควรได้เด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรยก stop ตามเร็วเกินไป เพราะมันจะทำให้การเทรดอึดอัด


คุณเคยคิดจะบริหารเงินของคนอื่นบ้างมั้ย?
มีคำแนะนำให้กับคนที่สนใจด้านนี้บ้างมั้ย ทั้งด้านบวกและลบ?
- ตอนนี้ผมไม่สนใจการเอาเงินคนอื่นมาบริหารเลย ผมพอใจในการดูแลเงินตัวเองมากกว่า จริงๆแล้วผมสนุกกับการช่วยเหลือคนอื่นผ่านหนังสือและคอร์สอบรมมากกว่า
ถ้าใครสักคนสนใจทางด้านการบริหารเงิน ผมคาดหวังให้พวกเขาติดตามรายการบันทึกของความสำเร็จในเงินของตัวเองก่อนอันดับแรก




ส่วนประกอบไหนที่คุณให้ความสำคัญที่สุดในตลาด?
หุ้นนำตลาด, ดัชนีหลัก, เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่, distribution days. เมื่อไหรที่คุณคิดจะถือเงินสด 100% และเมื่อไหรที่คุณคิดจะกลับไปทดสอบตลาดอีกครั้ง?
- ผมจะดูสิ่งที่ราคาหุ้นของผมแสดงออกก่อนเป็นเรื่องสำคัญสุด สิ่งอื่นไม่เท่าไหร่ เพราะนั่นคือสิ่งที่ผมเทรด
ถ้าตลาดรวมมันวิ่งขึ้น หากหุ้นแต่ละตัวไม่ตรงตามเกณฑ์ SEPAของผม ผมก็จะไม่ซื้อหุ้นตัวไหนได้ เมื่อผมเข้าลงทุน ผมจะพิจารณาจุด stop ทีละตัว
หากผมถือเงินสด ก็จะเริ่มทดสอบตลาด เมื่อเห็นจำนวนหุ้นวิ่งเป็นจำนวนที่มีนัยยะ ซึ่งผมจะให้ความสนใจหุ้นผู้นำก่อนเสมอ


คุณมีความเห็นเกี่ยวกับคำว่า "Super Cycle" ครั้งใหม่ว่ายังไงบ้าง?
มันจะมีผลกระทบต่อการเทรดของคุณมากน้อยแค่ไหน?
- ผมไม่ค่อยเข้าใจคำถามนี้ จึงขอไม่ออกความเห็น
เพราะผมแค่เทรดตามหลักการ SEPA ของผมเท่านั้น ถ้าบริษัทนั้นมีคุณสมบัติที่ตรง ผมก็แค่เทรด ผมรู้แค่นี้


คุณรู้สึกว่าตลาดหุ้นมันเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนหลังจากที่คุณชนะ US Investing Championship?
- เปลี่ยนไม่มาก อะไรๆมันเร็วขึ้น โดยเฉพาะการไหลของข่าวสาร แต่ผมบอกเลยว่าตลาดหุ้นมันก็เหมือนปี 1930 และมันจะเป็นแบบนี้ในปี 2130
ทุกๆ 10 หรือ 20 ปี คนที่ชอบพูดว่า"คราวนี้มันต่างออกไป" - มักจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ไม่ดีและแก้ตัว
เพราะผมคิดว่าการเทรดนั้นง่ายกว่าที่เคย


มีเส้นแบ่งระหว่างการรักษาวินัย และการทำตามแผนอย่างเคร่งครัด 
คุณเคยมีข้อยกเว้นให้กับมันบ้างมั้ย? 
- เมื่อคุณมีขั้นตอนที่สมบูรณ์แบบ คุณต้องเข้มงวดกับมัน
สิ่งที่ควรยืดหยุ่นคือวิธีการหาข้อมูลของคุณมากกว่า
กลยุทธ์เพื่อความได้เปรียบในการหาความจริงในเรื่องของพื้นฐานอาจเปลี่ยนแปลง แต่ความจริงเกี่ยวกับพื้นฐานมันไม่เปลี่ยนแปลงหรอก
ให้คิดว่าพื้นฐานคือ ขาโต๊ะ ไม่ว่ามันจะทำจากวัสดุชนิดใด มันก็เป็นตัวยึดโต๊ะให้ยกระดับสูงได้ มันต้องมีเพื่อนักษาสมดุลให้อยู่
คุณนึกภาพออกมั้ย?


(แนะนำเพิ่มเติม ความรู้การเทรดหุ้นของฟรี)
หากต้องการศึกษาวิธีเล่นหุ้น แนะนำให้ไปอ่านบทความฟรี คลิปฟรีที่นี่ก่อนก็ได้
เรียนเล่นหุ้น เรียนเทรด forex จิตวิทยาการเทรด มือใหม่เล่นหุ้น
คลิกลิ้งนี้ครับ https://www.zyo71.com/p/index.html เป็นสารบัญเว็บ zyo71.com นี้แหละครับ


ส่วนนี่เป็น ช่องยูทูป ของผมเอง ดูฟรีเช่นกันครับ
เข้าไปชม คลิกที่ลิ้งนี้ www.youtube.com/channel/UCTDoP5zRI4hRETT_2SSlPag/videos


และนี่เป็นหนังสือเล่มของผมเองครับ



www.facebook.com/zyobooks


และ eBook มีขายที่เว็บ https://www.mebmarket.com/index.php?action=search_book&type=author_name&search=เซียว%20จับอิดนึ้ง&exact_keyword=1&page_no=1
แยกส่วนกันนะครับ ขายคนละเจ้า
ebook หนังสือสอนเล่นหุ้น

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

10 บทเรียนจากหนังสือ “The Ultimate Price Action Trading Guide”

13 เทคนิคปั้นพอร์ตเล็ก ให้โตไว

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks