ความเสี่ยงของ $OPTX ที่นักลงทุนควรระวัง “โครงสร้าง” มากกว่ามองแค่ตัวธุรกิจ

Image
สรุปเชิงวิจารณ์ด้านลบ สำหรับหุ้น $OPTX ที่นักลงทุนควรเข้าใจ “โครงสร้าง” มากกว่ามองแค่ตัวธุรกิจ จาก https://www.fugaziresearch.com/p/optx-zooming-in-on-a-capone-style 1) ภาพใหญ่: ดีล De-SPAC ที่คนคนเดียวถือไพ่เกือบทั้งหมด Syntec Optics เข้าตลาดผ่านการควบรวมกับ SPAC (OmniLit) ปลายปี 2023 ประเด็นสำคัญคือ Al Kapoor เป็นทั้งผู้บริหารบริษัทเดิม และควบคุมฝั่ง SPAC ก่อนจะกลายมาเป็น CEO และผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทใหม่ (OPTX) ผลลัพธ์คือ: - เขาถือหุ้นมากกว่า 80% ของหุ้นทั้งหมด - บริษัทเข้าข่าย “Controlled Company” ตามกฎ Nasdaq - อำนาจควบคุมไม่ได้กระจายไปยังผู้ถือหุ้นรายอื่น นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านจากเอกชนสู่มหาชนแบบที่อำนาจถูกกระจาย แต่มันคือ “โครงสร้างมหาชนที่ยังรวมศูนย์” อยู่ที่คนคนเดียว สำหรับนักเทรด สิ่งที่ต้องถามคือ เมื่ออำนาจและผลประโยชน์กระจุกตัวมากขนาดนี้ แรงจูงใจของคนคุมเกมคืออะไร? 2) โครงสร้างหุ้น: Float น้อย แต่มีระเบิดเวลาการเพิ่มทุน แม้จะมีหุ้นประมาณ 37 ล้านหุ้น แต่หุ้นที่หมุนเวียนในตลาดจริงมีไม่มาก เพราะอินไซเดอร์ถือไว้ส่วนใหญ่ ด้านหลังมี “เงื่อนไขเพิ่มทุนแฝง” หลายชั้น เช่น: - Ea...

แชร์เคสการขายล็อกกำไรหุ้น BEC

เมื่อวาน หุ้นตัวนี้วิ่งแรงมากครับ ผมมีโอกาสกระโดดเกาะรถซิ่งคันนี้ในเวลาสั้นๆ
จึงอยากเอาเคสมาแชร์ให้อ่านกัน

เริ่มต้นที่ผมสนใจตัวนี้ก็เพราะกราฟสวยครับ
ผมเคยเอาไปลงไว้ในบาความหุ้นจ่อเบรค

คือทรงของมัน สร้างฐานได้สวยมาก




และแล้ว เมื่อวาน จู่ๆ หุ้น MCOT ก็ดีดแรงครับ


ผมเห็นการเคลื่อนที่ของมันตั้งแต่ 9 บาท แต่ไม่แน่ใจ เพราะไม่มีฐานราคาที่น่าเชื่อถือให้เห็น
จึงได้แต่ปล่อยให้มันวิ่งไปไป
และมันก็ซิ่งโหดจริงๆ จาก 9 วิ่งไปทะลุ 11 บาทเลยทีเดียว
ผมคิดเลย ถ้าเราเข้าตั้งแต่ 9 บาท คงกำไรเหนาะๆ ไปแล้วอย่างน้อย 10%
แต่เมื่อคิดดูอีกที เมื่อมันไม่เข้าสูตรของเรา ก็จำต้องปล่อยมันไป
เราไม่รีบรวย แต่ขอให้เจอจังหวะที่เราถนัดก็พอ

พอเห็น MCOT วิ่งแรงมาก เหมือนว่ามีเงินก้อนใหญ่เข้ามาเก็งกำไร
ผมจึงลองเปิดกราฟหุ้นทีวีดู
ตั้งแต่ BEC, GRAMMY, AMARIN, TVT ก็เห็นว่านังไม่วิ่ง
ดูทรงแล้ว BEC สร้างฐานราคาที่เราถนัดมากที่สุด
ก็เลยเฝ้า ตอนนั้นราคาก็จ่อที่ 6.60 รออยู่แล้ว

แล้วเมื่อถึงเวลา มันก็ดีดจริงๆครับ
นี่เป็นกราฟ 5 นาที


ผมไม่ได้เข้าที่ 6.60 หรอกนะ เพราะราคามันก้ำกึ่ง
จึงรอให้ข้ามาผ่านได้แน่ จึงเข้าที่ 6.70 และ 6.65
จากนั้นมันก็วิ่งแรงเลยครับ
อย่างฟิน คิดในใจว่า ขอบวกแค่ 10% กรูขายล็อกกำไร
ไม่ขอลิ่งหรอก เพราะมันเป็นการวิ่งแบบลาภลอย

ขณะเดียวกันก็ดูการเคลื่อนไหวของหุ้น MCOT แยู่ตลอดนะ
พบว่า เริ่มยืนไม่อยู่ โดนขายให้หลุด 11 บาท ทะลุ 10 บาทไปเฉย
แบบนี้มั่นใจ เลยว่า "ปั่น" แน่ๆ

จากนั้นราคาหุ้น BEC ก็ร่วงแบบยอดเจดีย์ อย่างนี้ครับ


ตอนที่ราคาร่วง ผมลุ้นให้ยืน 7 บาท ให้ได้
ถ้าเอาอยู่ จะขอทนถือต่อ
แต่เมื่อมันหลุด 7 บาทได้ง่ายๆ ก็ต้องขอลา
เริ่มตัดขายที่ 6.95, 6.90, 6.85 จนหมดที่ ATC

สรุป กำไรไม่เยอะครับ เมื่อเทียบกับยอดทีมันวิ่งไปถึง 7.30 ตอนนั้นฟินเฟ่อร์
แต่เมื่อราคามันร่วงแรง สิ่งที่ต้องทำก็คือ รักษากำไรแบบลาภลอยนี้ไว้ให้ได้ครับ


วันนี้ตอนที่ผมเขียนต้นฉบับ มันลงต่อครับ
ก็ไม่รู้ว่าจะไปยังไงต่อ 

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ