ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด ที่อยากแนะนำจริงๆ

หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด

ในมุมมองของผมนะ หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด เป็นอะไรที่นักเทรดควรอ่านมากที่สุด
คือควรอ่านก่อนหนังสือเทคนิคการเทรดด้วยซ้ำไป

แต่ในโลกความจริง มันเป็นไปไม่ได้ ที่เราจะอ่าน หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด ก่อน
เพราะอะไร?
เพราะว่ามันเข้าใจยากไงครับ

หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด เป็นเหมือนอะไรที่ "ปรัชญาน่าดู" เกินไป
ต้องปีนกระไดอ่าน แปลไทยเป็นไทยหลายตลบ ถึงจะเข้าใจ



ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยตั้งใจอ่านหนังสือประเภทนี้มาหลายรอบ
ปรากฎว่าล่มกลางทางโดยตลอด
อ่านได้ไม่กี่หน้าก็พับ เอาไปเก็บไว้ในชั้น ทิ้งไว้อย่างนั้น
เพราะมันทำความเข้าใจยาก

ทำไมเข้าใจยาก?
ผมว่านะ มันเป็นตัวหนังสือเสียส่วนใหญ่ไง
อีกอย่างประเด็นของมัน เป็นอะไรที่ "วิทยานิพนธ์" เอามากๆ
นึกออกมั้ย? ใช้ภาษาระดับสูง ไทยคำอังกฤษคำ
ถ้าแปลมาจากภาษาอังกฤษ ก็เชื่อได้เลยว่า แปลแบบคำต่อคำ



เคารพต้นฉบับมาก
แต่ไม่เป็นมิตรต่อผู้อ่านน่ะสิ

คนอ่านไม่รู้เรื่อง
แม้แต่ผมเองที่อ่านหนังสือ แทบจะกินหนังสือแทนข้าว
ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด พยายามจะสื่อเลย

ทำไมผมไม่เข้าใจ?
ผมว่านะ หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด ทั่วไป มักจะยกตัวอย่างที่ไกลตัว
โดยเฉพาะเรื่องของจิตวิทยาที่มาจากห้องแลป
สุ่มคนจำนวนหนึ่งไปทดสอบ แล้วเอาผลมาเขียน

แบบนี้มันไม่เข้าถึงคนอ่านหรอก ท่านว่ามั้ย
มันไกลตัวเกินไป ทำให้อินยากมาก



ยกตัวอย่างหนังสือ "Trading in the zone"
ชาวโลกว่าดีนักดีหนา แต่พอแปลมาเป็นไทย
นักอ่านส่วนใหญ่บ่นกันพึม ว่าอ่านยาก แปลเป็นไทยหลายรอบ กว่าจะเข้าใจ
บางคนถึงกับบ่นคนแปล
ซึ่งผมเข้าใจนะ ว่าเขาคงอึดอัดใจเหมือนกันแหละ
เพราะต้นฉบับก็ ปรัชญาน่าดู ไม่น้อยเลย

อีกเล่ม The Daily Trading Coach : ปรับความคิดสู่เทรดเดอร์มืออาชีพ
นี่ก็หนาจัด ผมพยายามหยิบมาอ่านหลายรอบแล้วครับ
ถือได้ไม่เกิน 10 นาทีหรอก ต้องวาง
เพราะท้อใจครับ อ่านแล้วไม่ไปไหน

หนังสือ จิตวิทยาการลงทุน ก็ไม่ต่างกันครับ
นี่เป็นการเอาประเด็นที่เกิดจากการทดลองมาเขียน
เอาแนวคิด ทฤษฎี เชิงจิตวิทยามาเขียนครับ
ซึ่งผมยอมรับว่าอ่านไม่จบเช่นกัน
เพราะไม่รู้จะเอาไปใช้ยังไง ไกลตัวเกินไป



อย่ากระนั้นเลย
ผมเอง ที่เป็นนักเขียน และนักเทรด จึงอยากเอาบ้าง
อยากทลายกำแพงความยากของ หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด
ด้วยการเขียนมันออกมาให้ท่านอ่านสักชุด

โดยสไตล์การเขียนของผมนั้น เป็นแบบ "เม่าเขียนให้เม่าอ่าน" ครับ
ก็เอาประสบการณ์จริงของตัวเองมาเขียนนี่แหละ
ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ที่นักเทรดส่วนใหญ่เจอ
รับรองว่าท่านอ่านแล้วต้องอุทานว่า "เหมือนกูเลย"
"เอาเรื่องของกูไปเขียนหรือเปล่า" แบบนี้เลยครับ

รับรองว่า หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด ของผม ทำมาให้ท่านอ่าน
ไม่ได้เอาไปวางไว้บนหิ้งแน่นอนครับ



ตอนนี้มีออกมา ๑ เล่มแล้วครับ
ว่าด้วยการขาดทุน
ชื่อ "ความรู้หุ้น มูลค่า 1 ล้านบาท"
หน้าตาแบบนี้ครับ



รับรองว่านี่เป็น หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด ที่อ่านง่ายที่สุดเท่าที่คุณเคยอ่านทีเดียว

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

วิธีทำลายพอร์ต : เปลี่ยนแนวทางจาก Trader เป็น Invester (วีไอจำเป็น)

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

Oliver Kell: วงจรของการเคลื่อนไหวของราคา (Cycle of Price Action)

Mark Ritchie II มองหุ้นราคาถูก (Low-priced stocks) อย่างไร?