ตอนนี้ valuation ของทั้ง $ASTS และ $RKLB ยังเป็นแค่ “เศษเสี้ยว” ของ SpaceX

Image
  🔍 Updated Valuation Gap: $ASTS & $RKLB vs SpaceX ลองนึกภาพแบบนี้นะครับ SpaceX = ภูเขาลูกใหญ่ ส่วน $ASTS และ $RKLB = ภูเขาที่กำลังโตเร็วมาก แต่ตลาดยังให้ราคาไม่เต็มมูลค่า ตอนนี้ valuation ของทั้ง $ASTS และ $RKLB ยังเป็นแค่ “เศษเสี้ยว” ของ SpaceX ทั้งที่โมเดลธุรกิจ เทคโนโลยี และโอกาสเติบโต เริ่มเข้าใกล้ “บริษัทระดับโครงสร้างพื้นฐานของโลก” มากขึ้นเรื่อย ๆ นี่แหละคือ Valuation Gap ช่องว่างระหว่าง คุณค่าที่ควรจะเป็น กับ ราคาที่ตลาดให้วันนี้ 🚀 $RKLB Catalysts ปี 2026 (จุดเปลี่ยนสำคัญ) เรื่องราวของ Rocket Lab ในปี 2026 จะโฟกัสที่ “จากผู้เล่นเล็ก → สู่ Space Infrastructure Company” ตัวเร่งหลัก 1) Neutron Rocket ความคืบหน้าการพัฒนา + ผลทดสอบ ถ้า launch แรกสำเร็จ → ตลาดอาจ re-rate หุ้นทันที 2) งบ Q4 & FY 2025 + Guidance ปี 2026 เห็นชัดเรื่องรายได้ และความสามารถทำกำไรในอนาคต 3) สัญญาใหม่ ทั้งด้าน launch และ space systems 4) Golden Dome Project งานด้าน defense / satellite เชิงยุทธศาสตร์ เพิ่ม narrative ด้าน “ความมั่นคงระดับประเทศ” 5) โอกาส M&A ซื้อกิจการเพื่อขยาย ecosystem การ...

หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด ที่อยากแนะนำจริงๆ

หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด

ในมุมมองของผมนะ หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด เป็นอะไรที่นักเทรดควรอ่านมากที่สุด
คือควรอ่านก่อนหนังสือเทคนิคการเทรดด้วยซ้ำไป

แต่ในโลกความจริง มันเป็นไปไม่ได้ ที่เราจะอ่าน หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด ก่อน
เพราะอะไร?
เพราะว่ามันเข้าใจยากไงครับ

หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด เป็นเหมือนอะไรที่ "ปรัชญาน่าดู" เกินไป
ต้องปีนกระไดอ่าน แปลไทยเป็นไทยหลายตลบ ถึงจะเข้าใจ



ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยตั้งใจอ่านหนังสือประเภทนี้มาหลายรอบ
ปรากฎว่าล่มกลางทางโดยตลอด
อ่านได้ไม่กี่หน้าก็พับ เอาไปเก็บไว้ในชั้น ทิ้งไว้อย่างนั้น
เพราะมันทำความเข้าใจยาก

ทำไมเข้าใจยาก?
ผมว่านะ มันเป็นตัวหนังสือเสียส่วนใหญ่ไง
อีกอย่างประเด็นของมัน เป็นอะไรที่ "วิทยานิพนธ์" เอามากๆ
นึกออกมั้ย? ใช้ภาษาระดับสูง ไทยคำอังกฤษคำ
ถ้าแปลมาจากภาษาอังกฤษ ก็เชื่อได้เลยว่า แปลแบบคำต่อคำ



เคารพต้นฉบับมาก
แต่ไม่เป็นมิตรต่อผู้อ่านน่ะสิ

คนอ่านไม่รู้เรื่อง
แม้แต่ผมเองที่อ่านหนังสือ แทบจะกินหนังสือแทนข้าว
ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด พยายามจะสื่อเลย

ทำไมผมไม่เข้าใจ?
ผมว่านะ หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด ทั่วไป มักจะยกตัวอย่างที่ไกลตัว
โดยเฉพาะเรื่องของจิตวิทยาที่มาจากห้องแลป
สุ่มคนจำนวนหนึ่งไปทดสอบ แล้วเอาผลมาเขียน

แบบนี้มันไม่เข้าถึงคนอ่านหรอก ท่านว่ามั้ย
มันไกลตัวเกินไป ทำให้อินยากมาก



ยกตัวอย่างหนังสือ "Trading in the zone"
ชาวโลกว่าดีนักดีหนา แต่พอแปลมาเป็นไทย
นักอ่านส่วนใหญ่บ่นกันพึม ว่าอ่านยาก แปลเป็นไทยหลายรอบ กว่าจะเข้าใจ
บางคนถึงกับบ่นคนแปล
ซึ่งผมเข้าใจนะ ว่าเขาคงอึดอัดใจเหมือนกันแหละ
เพราะต้นฉบับก็ ปรัชญาน่าดู ไม่น้อยเลย

อีกเล่ม The Daily Trading Coach : ปรับความคิดสู่เทรดเดอร์มืออาชีพ
นี่ก็หนาจัด ผมพยายามหยิบมาอ่านหลายรอบแล้วครับ
ถือได้ไม่เกิน 10 นาทีหรอก ต้องวาง
เพราะท้อใจครับ อ่านแล้วไม่ไปไหน

หนังสือ จิตวิทยาการลงทุน ก็ไม่ต่างกันครับ
นี่เป็นการเอาประเด็นที่เกิดจากการทดลองมาเขียน
เอาแนวคิด ทฤษฎี เชิงจิตวิทยามาเขียนครับ
ซึ่งผมยอมรับว่าอ่านไม่จบเช่นกัน
เพราะไม่รู้จะเอาไปใช้ยังไง ไกลตัวเกินไป



อย่ากระนั้นเลย
ผมเอง ที่เป็นนักเขียน และนักเทรด จึงอยากเอาบ้าง
อยากทลายกำแพงความยากของ หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด
ด้วยการเขียนมันออกมาให้ท่านอ่านสักชุด

โดยสไตล์การเขียนของผมนั้น เป็นแบบ "เม่าเขียนให้เม่าอ่าน" ครับ
ก็เอาประสบการณ์จริงของตัวเองมาเขียนนี่แหละ
ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ที่นักเทรดส่วนใหญ่เจอ
รับรองว่าท่านอ่านแล้วต้องอุทานว่า "เหมือนกูเลย"
"เอาเรื่องของกูไปเขียนหรือเปล่า" แบบนี้เลยครับ

รับรองว่า หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด ของผม ทำมาให้ท่านอ่าน
ไม่ได้เอาไปวางไว้บนหิ้งแน่นอนครับ



ตอนนี้มีออกมา ๑ เล่มแล้วครับ
ว่าด้วยการขาดทุน
ชื่อ "ความรู้หุ้น มูลค่า 1 ล้านบาท"
หน้าตาแบบนี้ครับ



รับรองว่านี่เป็น หนังสือ จิตวิทยา การ เทรด ที่อ่านง่ายที่สุดเท่าที่คุณเคยอ่านทีเดียว

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ