วิธีทำเงินจาก $10,000 เป็น $42,000,000,000 ของ Dan Zanger


แปลจากเว็บ nasdaqstocks.com  ชื่อบทความ How Dan Zanger Turned $10,000 to $42,000,000 Trading Stocks  นะครับ ใครอังกฤษดี แนะนำให้อ่านต้นฉบับ
เพราะผมเองไม่เก่งภาษา บางตอนก็มั่วไปพอสมควร

สไตล์การเทรดของเขาคือ เทรดหุ้นที่มีโมเมนตัม หรือหุ้นซิ่ง วิ่งแรง
ดูกราฟที่สร้างฐานราคาแบบ bullish chart pattern ซื้อเมื่อ breakout และขายเมื่อราคาเริ่มสะดุด
เทคนิคของเขาง่ายมาก เพราะใช้แค่ กราฟเปล่า ดูแท่งเทียนและวอลุ่ม เท่านั้นพอ

นี่คือสรุปบทสัมภาษณ์ของ Zanger กับ Ben Power ลงนิตยสาร  “Your Trading Edge” เกี่ยวกับสตอรี่ความสำเร็จ


๑) หลังจากเจ๊งหุ้น หมดตัว Zanger กลับมาสร้างปรากฎการณ์ ทำเงินจาก $10,000 เป็น $42,000,000,000 ด้วย การมีวินัย และ สวิงเทรด
หลังจากที่หมดตัว เขากลับมาใหม่ด้วย สวิงเทรด ที่สอดคล้องไปกับตลาดที่มีโมเมนตัมขาขึ้นสุดคึก
ตอนนั้นเขาเทรดแบบโฟกัสสุดๆ คือ มีแค่ 2 ตัว แถมใช้มาร์จิน 2-1 ด้วย
เขาเทรดแบบนี้ชนะติดต่อกันเป็นเวลา 20 เดือน

๒) Zanger เรียนรู้จากความผิดพลาด ว่าหุ้นแบบไหนควรซื้อหรือขาย
บทเรียนทรงค่าที่เขาอยากบอกนักลงทุนคนอื่นคือ "ถ้าราคาหุ้นทำตัวไม่น่าไว้ใจ หรือทำตัวตลกๆ ให้ขายออกไปทันที"
เพราะเขารู้แล้วว่าตาดหุ้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้นักลงทุนได้เงิน แต่ทำให้เสียเงิน
ดังนั้น วินัย และความขยันหมั่นเพียร จึงเป๊นทักษะที่จำเป็นสำหรับความอยู่รอด
เขาให้ความสำคัญกับกับการโฟกัสสตอรี่ของหุ้นด้วยการดูกราฟและการเคลื่อนไหวทางเททคนิค

๓) กลยุทธ์ของ Zanger คือการเลือกหุ้นที่มีศักยภาพในการ "ซิ่ง" สูง
ยกตัวอย่างเช่น เขาให้ความสนใจหุ้นที่บวก $10 ในเวลาแค่ 2 ถึง 3 สัปดาห์เท่านั้น พร้อมกับการมีทรงกราฟที่น่าสนใจ

"มองหาหุ้นที่สร้างฐานราคาแบบ consolidation, high channel, retracement work, descending channel, falling wedge, ฯลฯ
พอมันพักตัวเสร็จ แล้ววิ่งทะลุแนวต้านขึ้นไปได้ ผมจะซื้อมัน
นอกจากนี้ ผมยังดูวอลุ่มด้วย ว่ามันต้องเพิ่ม 200-300 หรือ 400 เปอร์เซ็นต์ เพราะนั่นเป็นสัญญาณว่าสถาบันเข้าซื้อแล้ว ผมต้องเกาะไปตามเขา
หลังจากนั้นถ้ามันวิ่งไปถึง $20 - $30 แล้วเริ่มอ่อนแรง ผมจะเริ่มทยอยแบ่งขาย"

๔) หุ้นที่เขาชอบที่สุดคือตัวที่ทำทรง bull flag pattern
ลักษณะของมันคือ วิ่งแรงๆ 4-5 วัน จากนั้นย่อ แล้วก็ดีดกลับ สร้าง flag (หรือ falling channel)

๕) เขาใช้อินดิเคะตอร์เบสิกในการเลือกหุ้น
คือดูแค่ price action ที่มาพร้อมวอลุ่มสนับสนุนเท่านั้น

๖) เขาให้ความสำคัญกับ พื้นฐาน และแนวโน้มของดัชนี เป็นส่วนประกอบการเทรดด้วย
เขาบอกว่า"ผมมีกฎ 40/40 คือ ผมชอบหุ้นที่มีผลประกอบการกำไร 40% และมีรายได้จากการขายหรือบริการถึง 40% ในแต่ละไตรมาส

๗) เขาไม่มีเจตนาถือหุ้นยาว
เขาถือหุ้นนานสุดแค่ 2-3 สัปดาห์เท่านั้น

๘) Zanger ปรับสไตล์การซื้อหุ้นของตนเองตามลักษณะของตลาด
การจะถือหุ้นนานแค่ไหน เขาดูทรงตลาดหรือดัชนีเป็นหลัก ว่าช่วงนั้นตลาดให้เงิน(ทำเงินง่าย) หรือเล่นยาก
เขาอธิบายว่ามันเหมือนเกม ที่นักลงทุนต้องเรียนรู้ที่จะเล่นตามกระแส และเปลี่ยนตามตลาด
ความยืดหยุ่นและปฏิภาณคือกุญแจสำคัญสำหรับความอยู่รอด


๙) ในภาวะตลาดขาลง เขาไม่เล่นช็อร์ต


๑๐) เมื่อหุ้น Nasqaq อ่อนตัว เขาเริ่มเล่นแบบระมัดระวังมากขึ้น
เมื่อเขาเห็นว่าห้นเริ่มทำตัวผิดปกติ หรือ แกว้งรุนแรง เขาจะขายหุ้นออกไป 30-60% ทันที เพราะเขาไม่อยากให้ตัวเองไปพัวพันกับสภาวะตลาดที่คาดเดาไม่ได้

๑๑) Zanger ยอมรับว่าถ้าไม่เสี่ยงมาก ก็ไม่ได้กำไรมาก
"ตลาดหุ้นเป็นสถานที่อันตราย" เขาบอก "มันเป็นที่โหดแลหินมากสำหรับนักเทรดส่วนใหญ่ การจะเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ คุณต้องมีการคำนวนล่วงหน้า และทำตามแผนอย่างเคร่งครัด

๑๒) เขาจะซื้อหุ้นหลายตัว ในหุ้นที่แข็งแกร่ง และตลาดเป็นขาขึ้น
โดยปกติแล้ว เขาจะไม่ถือหุ้นเยอะ แค่ 6-7 ตัว (ยกเว้นว่าตลาดเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่ง)
เขาให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เงินไปจมอยู่กับหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมากนัก และรีบลดจำนวนหุ้นที่ถือลงถ้าตลาดเริ่มอ่อนแอ

๑๓) Zanger ใช้ความเห็นของคนอื่นๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจซื้อหุ้น
ยกตัวอย่างหุ้น Google ที่เขาทำกำไรได้ถึง $20 ตอนนั้นนักเทรดส่วนใหญ่มองว่ามันเกินมูลค่าไปแล้ว แต่เขากลับมองว่าราคานี้ยังต่ำกว่ามูลค่ากว่าที่เขาเคยเห็นมาก่อน เนื่องจากกำไรและยอดขายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ และมันยังเทรดในราคาแค่ครึ่งเดียวของอัตราส่วนการเติบโตด้วย
เมื่อคิดว่าใช่ จึงจัดเต็ม สามารถทำกำไรได้ 20 ล้าน

๑๔) เขามีกิจวัตรประจำวันที่คงเส้นคงวา, ไม่ว่าจะเป็น การดูหุ้น เทรดหุ้น ซื้อและขายหุ้นออนไลน์
ตอนที่ตลาดเปิด เขาเฝ้าจอ 
เมื่อตลาดปิด เขาใช้เวลา 3 ชั่วโมงจากนั้นเพื่อทำการบ้านต่อ
วันหยุดใช้เวลา 5-6 ชั่วโมงเพื่อทำการบ้าน

๑๕) Zanger ส่งเสริมให้นักลงทุนมองหาหุ้นที่ลงทุนจากการอ่าน
เขาบอกว่าหนังสือที่ดีที่สุดตลอดกาลของเขาคือ "คัดหุ้นชั้นยอด ด้วยระบบชั้นเยี่ยม" ของ วิลเลียม โอนีล 
เขาได้อ่านบทที่คัดเลือกไว้ 30-35 ครั้ง ในเวลา 6 ปีที่ผ่านมา
ซึ่งกระบวนการอ่านซ้ำ มันช่วยจัดระเบียบข้อมูลของสมองได้

๑๖) ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ของนักลงทุน คือเชื่อมั่นในหุ้นมากเกินไป
เขาเตือนว่า "อย่าศรัทธาหุ้นมากเกินไป" อย่าเชื่อว่าหุ้นที่คุณติดดอยจะฟื้นกลับมาให้คุณหลุดดอย(ผมแปลเองนะ) ถ้าอยากหลุดพ้นความเชื่อนี้ คุณต้องมีการปรับทัศนคติ (ต้นฉบับ Never put your belief in a stock, Zanger warns. Closely related, never believe you are immune to getting hurt and never believe in a stock’s comeback. All these mentalities, Zanger says, require reprogramming.)


Zanger สนับสนุนให้นักลงทุนเลือกโปรแกรมดูกราฟที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ 
ดาวน์โหลดกราฟมาดูทุกคืนและศึกษารูปแบบของกราฟ
เขาแนะนำให้อ่านหนังสือ Encyclopedia of Chart Patterns ที่เขียนโดย Thomas Bulkowski บอกว่ามันเป็นทรัพยากรที่มีค่า
นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้เชื่อมั่นในการวางแผน และ stop loss และไม่เคยเก็บหุ้นขาดทุนเอาไว้






Where where is where where ไปค้นเจออีกเว็บ ที่บันทึกบทสัมภาษณ์แบบลอกคำ
ผมเห็นว่ามีบางส่วนน่าสนใจ เลยลองแปล (เฉพาะที่เข้าใจ) มาให้อ่านกัน
ที่มา เว็บ newtraderu.com ชื่อ Educational Dan Zanger Interview for Stock Traders
ขอคัดเอาเฉพาะที่ลงรายละเอียดเพิ่มเติมนะ เพราะอันแรกก็ครอบคลุมเกือบทั้งหมดแล้ว

๑) เข้ามาสู่การเทรดได้ไง?
แม่เป็นคนชักนำ นั่งดู TV ช่อง CNBC โดยขอบล่างของจอ มีแถบ ticker tape วิ่ง ทุกวันหลังเลิกเรียน ก็กลับมานั่งดูกับแม่
จากนั้นหลังตลาดปิด มีรายการ Charting the Market จัดโดย Gene Morgan ยกกราฟที่มันทะลุฐานราคาประเภท flag formations, wedges, channels ฯลฯ เปิดให้ดูทั้ง time frame สั้นและยาว
ทำให้เขาตื่นเต้นกับ chart pattern มาก เพราะมองว่ามันสามารถทำนายการเคลื่อนไหวในอนาคตได้

๒) ทำเงินจาก $10,000 เป็น $42,000,000 ได้ยังไง?
เป็นช่วงหลังจากที่เขาเล่นหุ้นเจ๊งหมดตัว จนต้องขายรถมาใช้หนี้โบรกเกอร์ เหลือเงินสดแค่ $10,00 จึงเอาเข้าบัญชีหุ้น เพื่อเทรด
โดยครั้งนี้เขาตั้งใจจะเทรดแบบมีวินัยอย่างที่สุด
เมื่อตลาดหุ้นออกตัวแรงใน 3 เดือนข้างหน้า ราคาหุ้นมักจะวิ่งจาก $40 ไป $90, $40 ไป $80 $25 ไป $60
หน้าที่ของเขาคือมีเครื่องมือเทรดและปัญญาที่ถูกต้อง
แนวทางการสวิงเทรดของเขาเหมาะสมกับสภาพตลาดที่เป็นกระทิงรอบใหม่เป็นอย่างดี
เขาสามารถทำกำไรเป็นเด้ง เขาเคย all-in หุ้นแค่ตัวเดีย หรือสองตัว ไม่ว่าจะเป็น Yahoo!, Amazon, CMGI.
หุ้นเหล่านี้ได้ breakout จากฐานราคาที่น่าเชื่อถือ และสามารถวิ่งจาก $80 ถึง $160 นอกจากนี้ยังใช้มาร์จิน 2-1 อีกด้วย
ซึ่งเขาสามารถทำกำไรแบบได้เกือบ 20 เดือน



๓) แต่เขาก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จชั่วข้ามคืน เพราะเคยหมดตัวมาก่อน
ตอนแรกที่เข้ามาเทรด เคยเทรดเริ่มจากเงิน 100,000 เป็น 440,000 ภายใน 3 เดือน
พอกำไรขนาดนั้นก็ฝันไปว่าตัวเองจะต้องเป็นมหาเศรษฐีได้ภายใน 6 เดือนอย่างแน่นอน แต่จากนั้นตลาดก็พักฐานหนักมาก มากที่สุด เท่าที่เขารู้จัก เงินที่เคยทำได้ 440,000 ก็ลดลงเหลือ $230,000
จากนั้นแม้พยายามทำเอาคืน ก็ยิ่งเละเทะ อีก 6 ปีต่อมา ก็หมดตัว
เขาจำได้ว่าหุ้นที่เขาถืออยู่ที่ราคาทุน $27 ร่วงลงไปอยู่ที่ $6 ในชั่วข้ามคืน ตอนนั้นเงินอยู่ในหุ้นหมดเลย แต่ยังดีที่เขายังไม่ได้ใช้มาร์จิ้น จึงขายออกได้เงินสดออกมา

ตอนนั้นเองที่เขาได้บทเรียนว่า "ถ้าหุ้นมันทำตัวไม่ถูกต้อง หรือเริ่มทำตัวน่าขัน ให้ขายทิ้งทันที"
หลังจากนั้นเขาตั้งมั่นกับการมีวินัย
เขารู้แล้วว่าตลาดหุ้นไม่ใช่ที่ทำเงิน แต่มันถูกออกแแบมาเพื่อทำให้เสียเงิน
หลังจากนั้น 6 ปี เงินทั้งหมดก็ละลายหายไป
เขาตัดสินใจว่า "ต่อไปนี้ ผมจะไม่ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ, ไม่ฟังสตอรี่ของหุ้น, ผมจะดูแค่กราฟอย่างเดียว ดูแค่การเคลื่อนไหวทางเทคนิคอลเท่านั้น และดูพฤติกรรมราคาในระหว่างวัน"


๔) กลยุทธ์การเทรด
เขาจะมองหาหุ้นซิ่ง คือ มีการเคลื่อนที่ขึ้นอย่างรุนแรง
ถ้าเห็นมันยังอยู่ในฐาน ซึมๆ จะข้ามไปก่อน
แต่ถ้าหุ้นตัวนั้น บวกไป $20 - $30 ภายใน 2-3 สัปดาห์ มันจะดึงดูดเขาให้สนใจ เพราะมันมีแนวโน้มว่าจะวิ่งต่อได้(มีโมเมนตัมแล้วนั่นเอง) Googlr, Yahoo, Amazon ต่างก็เคยออกตัวแรงแบบนั้นมาก่อน แล้วจากนั้นก็วิ่งขึ้นต่อเนื่องหลายเดือนจากนั้น

จากนั้นก็รอดูการพักตัวสร้างฐาน แล้วซื้อตอนที่ราคา breakout พร้อมวอลุ่มสูง 200-300 หรือ 400 เปอร์เซ็นต์ (ต่อไปก็ซ้ำครับ)


(โฆษณา)

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

10 ยอดกฎการเทรด ที่ทำตามแล้วประสบความสำเร็จแน่

Wyckoff Methods Concept

แชร์ไอเดีย Double Bottom Undercut (Shakeout +3) สำหรับคนชอบ Buy on Dip

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

6 Stages Of A Trader

Q&A : มือใหม่ ระหว่าง Trading in the Zone กับ ความรู้หุ้น มูลค่า 1 ล้านบาท อ่านเล่มไหนดี?

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave