ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

กระบวนการ 5 ขั้น เพื่อการสวิงเทรดแบบโมเมนตัมและเบรกเอ้าท์ ที่ให้ประสิทธิภาพ ปั้นพอร์ตได้สูงที่สุด

(นักเทรดที่สำเร็จจะให้ความสำคัญกับกระบวนการ ก่อนผลลัพธ์)

ลำดับ 5 ขั้น เพื่อการสวิงเทรดแบบโมเมนตัมที่ให้ประสิทธิภาพปั้นพอร์ตได้สูงที่สุด

นี่เป็นวิธีตลกที่ฉันชอบคิดเกี่ยวกับการซื้อขาย:

การบริหารความเสี่ยง>สภาวะตลาด>Setup< Breakout <follow-through

สิ่งที่เราตามหาในท้ายที่สุดคือ follow-through แต่คุณต้องดำเนินการแต่ละขั้นตอนก่อน

๑) การจัดการความเสี่ยง: นี่คือรากฐานของกลยุทธ์การซื้อขาย มันเกี่ยวข้องกับหน้าเทรด จุดหยุดขาดทุน การกำหนดขนาดตำแหน่ง และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่เสี่ยงมากกว่าเปอร์เซ็นต์ของพอร์ตโฟลิโอของคุณในการซื้อขายแต่ละครั้ง การจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสมสามารถช่วยให้เทรดเดอร์หลีกเลี่ยงความสูญเสียร้ายแรงและช่วยให้เงินทุนในการซื้อขายมีอายุยืนยาวได้

๒) สภาวะตลาด(ดัชนี): ก่อนที่จะเข้าสู่การซื้อขายใดๆ การประเมินสภาวะตลาดโดยรวมเป็นสิ่งสำคัญ เราอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แนวโน้มขาลง หรือตลาดไซด์เวย์หรือไม่? สภาวะตลาดที่กว้างขึ้นสามารถมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของหุ้นแต่ละตัวได้อย่างมาก ตัวอย่างเช่น ในช่วงตลาดกระทิงที่แข็งแกร่ง กลยุทธ์การฝ่าวงล้อมทำงานได้ดีขึ้น เนื่องจากมีแง่ดีโดยทั่วไปที่สามารถผลักดันหุ้นให้สูงขึ้นเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

๓) หน้าเทรด: ในบริบทของการซื้อขาย หน้าเทรดหมายถึงรูปแบบหรือเงื่อนไขเฉพาะที่เกิดขึ้นก่อนการซื้อขายที่อาจเกิดขึ้น สำหรับเทรดเดอร์สวิงและโมเมนตัม นี่อาจเป็นรูปแบบทางเทคนิค เช่น ธง หรือการดึงกลับ หรืออาจขึ้นอยู่กับเหตุการณ์พื้นฐานหรือเหตุการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข่าว การตั้งค่าโดยพื้นฐานแล้วคือ "เหตุผล" หรือ "เงื่อนไขเบื้องต้น" ในการพิจารณาการซื้อขาย

๔) การเบรกเอาท์: นี่เป็นแนวคิดยอดนิยมในการซื้อขายแบบโมเมนตัม การเบรกเอาท์เกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นเคลื่อนไหวเหนือระดับแนวต้านหรือต่ำกว่าระดับแนวรับจากปริมาณที่เพิ่มขึ้น สิ่งนี้สามารถส่งสัญญาณการเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวของราคาที่สำคัญ เทรดเดอร์ที่มีโมเมนตัมมักจะเข้าสู่การซื้อขายระหว่างการทะลุกรอบ โดยคาดว่าราคาจะยังคงดำเนินต่อไปในทิศทางของการทะลุกรอบ

๕) Follow Through: หลังจากการเบรกเอาท์ เทรดเดอร์มองหาการ Follow Through เพื่อยืนยันการเคลื่อนไหว ซึ่งหมายความว่าพวกเขาต้องการเห็นหุ้นเคลื่อนไหวต่อไปในทิศทางของการทะลุกรอบ การ Follow Through ที่แข็งแกร่ง (ด้วยโวลุ่มที่ดี) สามารถบ่งชี้ว่าการทะลุเกิดขึ้นจริงและหุ้นมีแรงผลักดันให้เคลื่อนไหวต่อไป 


ในทางกลับกัน การขาดการ Follow Through (หรือการกลับตัว) อาจบ่งบอกถึงการทะลุที่ผิดพลาด โดยที่หุ้นไม่สามารถคงการเคลื่อนไหวเกินระดับการทะลุได้

ในบริบทของสูตร Setup ไม่จำเป็นต้องนำไปสู่การทะลุและการทะลุไม่จำเป็นต้องนำไปสู่การ Follow Through 

การ Breakout ที่รุนแรงสามารถเอาชนะ Setup ที่อ่อนแอได้ หุ้นสามารถวิ่งตามมาได้แม้ว่าจะมีการทะลุจุดอ่อนก็ตาม แต่ละขั้นตอนมีความสำคัญและบทบาทในกระบวนการซื้อขายของตัวเอง แต่สิ่งที่เราติดตามคือการ follow-through และทำให้มั่นใจว่าเรามีเงื่อนไขเบื้องต้นที่สนับสนุนการ follow-through


โดยสรุป สำหรับการสวิงเทรดและโมเมนตัม กระบวนการอาจมีลักษณะดังนี้:

1. จัดให้มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม

2. ประเมินสภาวะตลาดในวงกว้าง

3. ระบุ Setup ที่มีแนวโน้ม

4. รอการทะลุจาก Setup นั้น

5. มองหาการ Follow Through เพื่อยืนยันความถูกต้องของการ Breakout

แต่ละขั้นตอนมีความสำคัญและแตกต่าง และการทำความเข้าใจความแตกต่างอาจเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในการซื้อขาย

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

Oliver Kell: วงจรของการเคลื่อนไหวของราคา (Cycle of Price Action)

Mark Ritchie II มองหุ้นราคาถูก (Low-priced stocks) อย่างไร?

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

เจาะลึกหุ้น $TE แบบละเอียด

(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation