ศัตรูตัวใหญ่ที่สุด 3 ประการของเทรดเดอร์ผู้ทะเยอทะยาน

Image
  ศัตรูตัวใหญ่ที่สุด 3 ประการของเทรดเดอร์ผู้ทะเยอทะยาน ได้แก่: 1. กลัวการสูญเสีย 2. ต้องถูกเสมอ 3. ใช้เลเวอเรจมากเกินไป - Peter Brandt . การเทรดเป็นกิจกรรมที่ต้องมีความรอบคอบสูงและเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง นี่คือเหตุผลที่ทำไมลุงปีเตอร์ จึงบอกเช่นนี้ . 1. **กลัวการขาดทุน (Fear of Losses)**:     - **สาเหตุ**: การขาดทุนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในการซื้อขาย และนักเทรดทุกคนต้องเผชิญ การกลัวการขาดทุนมักจะทำให้นักเทรดไม่กล้าที่จะทำการซื้อขายหรือปิดการซื้อขายก่อนเวลาอันควร เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุน     - **ผลกระทบ**: การกลัวการขาดทุนทำให้นักเทรดไม่สามารถทนต่อความผันผวนของตลาดได้ ส่งผลให้พลาดโอกาสในการทำกำไรที่ดี นอกจากนี้ยังอาจทำให้นักเทรดเลือกที่จะไม่ทำการซื้อขายเลย ซึ่งทำให้ขาดโอกาสในการสร้างผลตอบแทน . 2. **ความต้องการที่จะถูกเสมอ (Need to be Right)**:     - **สาเหตุ**: การที่นักเทรดต้องการที่จะถูกเสมอในการทำนายทิศทางของตลาดเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความมั่นใจเกินไปในการตัดสินใจ ซึ่งอาจนำไปสู่การยึดติดกับมุมมองของตนเองโดยไม่ยอมรับข้อมูลใหม่ ๆ หรือไม่ปรับกลยุทธ์     - **ผลกระทบ**: ความต้องการที่

15 กฎทองแห่งการพัฒนาพอร์ตให้โตสำหรับเทรดเดอร์

บทความนี้ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ 15 กฎทองแห่งการพัฒนาตนเอง (THE 15 INVALUABLE LAWS OF GROWTH) โดย JOHN C. MAXWELL เห็นว่ามีไอเดียน่าจะเอามาปรับใช้กับการเป็นเทรดเดอร์ได้ ก็เลยลองโม้ดูครับ

๑) กฎแห่งความตั้งใจ
มันก็คือการตั้งเป้าหมายนี่เองแหละ จะตั้งใจได้ ก็ต้องมีเป้าหมายก่อน
ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า "ทำไมฉันต้องรวยหุ้น?" ถ้าคิดว่าตนเองในปัจจุบันก็รวยที่สุดในสามโลก ก็ไม่ต้องอ่านข้อต่อไปล่ะ หรือคิดเจียมตัวว่าฉันไม่เก่งหัวไม่ดี คงสู้ใครไม่ได้ ก็อย่าอ่านต่อให้เสียเวลา
เออ...ถ้าไม่อยากรวยแล้วพี่จะมาเล่นหุ้นทำไม? แก้เหงา หาสังคมเหรอ? ก็เป็นไปได้
แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 99 น่าจะแอบหวังลึกๆว่า ฉันอยากมีเงินล้านจากการเล่นหุ้น
ความอยากเป็นคนรวยเงินล้านจากหุ้นนี่ก็สำคัญนะ ถ้าคุณตั้งใจจะรวยอย่างจริงจัง ไม่ตั้งเป้าไว้อวดหมา ก็ยึดมันได้ครับ ท่องมัทุกวันและ ฉันจะเป็นคนรวยหุ้นให้ได้ในชาตินี้
อยากได้เท่าไหร่ ก็ตั้งไว้เลยครับ คิดได้ก็อย่าลังเล เช่นคิดจะเอาร้อยล้าน ก็อย่าสงสัยว่าจะทำได้หรือเปล่า มันตีกันครับ อยากจะเอาต้องเอาให้ได้ ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก ลองทำก่อน อย่าเพิ่งกลัว

คือถ้าตัวเองยังไม่แน่ใจ แล้วสวรรค์จะคิดยังไง?
ทำไมต้องสวรรค์?
ผมว่าข้อนี้มันเกี่ยวกับกฎของแรงดึงดูดครับ หากคนเราอยากได้อะไรมากๆ สวรรค์จะชี้เส้นทางให้เราเดินไปเจอสิ่งที่หมายครับ เอาง่ายๆเลยคุณชอบรถสีแดงมากๆ พอได้ออกถนนคุณก็จะเสาะสายตาหารถสีแดง, คุณชอบอะไรก็จะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้นอย่างไม่รู้ตัว นี่คือผลของกฎนี้
แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องลงมือทำก่อนนะครับ การหวังว่าจะได้เงินล้านแต่นั่งเกาไข่อยู่เฉยๆเนี่ย เรียกว่าฝันกลางวัน ตรงนี้ที่คนส่วนใหญ่ตีความกฎนี้ผิดไป เอารูปมารีทัช ฉันจะมีโน่นมีนี่ แต่ไม่พยายามทอดสะพานให้โชค สวรรค์ไม่เล่นด้วยหรอกนะ
ดูง่ายๆเลยถ้าสวรรค์มีจริง สองคนคิดอยากได้เงินล้านเหมือนกัน คนแรกตั้งใจทำมาหากินเก็บเงินสะสมกำไรไปเรื่อยๆ อีกคนเอาแต่นั่งฝันถึงมันท่าเดียว สวรรค์จะเลือกให้โอกาสใครมากกว่า ก็แน่นอนคนขยันทำมาหากินเก็บออม ทำตัวให้อยู่ในเส้นทางที่ตัวเองตั้งใจไว้สิ
ความตั้งใจเป็นเสมือนไปตัดหมอก ที่จะคอยส่องไปข้างหน้าในช่วงเวลาที่คลุมเครือครับ ใครมี คนนั้นก็ไม่หลงทาง สำคัญมาก

๒) กฎแห่งการรู้จักตัวเอง
การจะทำอะไรให้ดี ให้เลิศ ก็ต้องทำจากความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ และสัญชาติญาณข้างใน
เหล่านี้มันจะเกิดจากคนที่อีเหละเขละขละไม่ได้แน่นอน คนรวยๆคนดังๆที่สร้างความมั่งคั่งจากสองมือ ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นผลมาจากการทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้ดี มีจังหวะที่เหมาะสมกับจริตของตัวทั้งนั้น
และสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้จักตัวเองก็คือ "ความผิดพลาด"
เหมือนเอดิสันบอกว่าการที่เขาทดลองหลอดไฟหลายพันครั้งไม่สำเร็จ เขาไม่ได้ล้มเหลวหรอก ก็รู้แค่ว่าวิธีนี้มันไม่ถูกต้อง เท่านั้นเอง ผิดก็เอาใหม่ ยึดที่เป้าหมายไว้

ทุกครั้งที่คุณขาดทุน ต้องรีบกลับมาถามตนเองว่า มันใช่เกมของเราหรือเปล่า ถ้าพยายามหลายครั้งแล้วคร่อมจังหวะให้ขาดทุนตลอดก็ต้องกล้าเปลี่ยนแนวทางแล้วนะ
หลายท่านเข้าตลาดมาด้วยความศรัทธาไอดอลทางพื้นฐาน ก็พยายามเลียนแบบมาหลายปีแต่ก็มีแต่ขาดทุน ก็ต้องคิดได้แล้วนะว่าตัวเองไม่เหมาะกับแนวทางนี้หรือเปล่า เราศึกษาและเข้าใจพื้นฐานได้ลึกอย่างที่ควรจะเป็นหรือเปล่า ถ้ายัง..เข็นต่อไปได้มั้ย หรือถ้าพบว่าไม่ไหวก็ต้องลองหาหนังสือเทคนิคอลมาอ่านดู หากอ่านแล้วรู้สึกว่าเมคเซนส์มากกว่าก็ต้องหันมาลองแบบไฮบริด คือดูพื้นฐานด้วยให้รู้จักธุรกิจ แล้วจับจังหวะซื้อด้วยเทคนิคอลดู ถ้าผลประกอบการดีขึ้นก็ถือว่ามาถูกทาง หรือพอใช้เทคนิคอลกะรันเทรนด์แต่อึดไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องลองปรับช่วงเวลา ลดกำไรที่หมายไว้หน่อยเอาเท่าที่อิ่มเบาๆ รอบสั้นๆ เล่นรอบเอาก็ได้ ประมาณนี้...ยิ่งคุณปรับให้เข้ากับจริตมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้าไกล้เขตบรรลุมากขึ้น

๓) กฎแห่งกระจกเงา
คุยกับตัวเองทุกวัน อย่าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องบ้าๆนะ สติดีก็ทำได้ เหตุผลที่เราต้องคุยกับตัวเองก็เพื่อตรวจสอบสิ่งที่ทำอยู่กับเป้าหมายว่ามันมาทางเดียวกันหรือเปล่า
คนที่ประสบความสำเร็จเขาจะมีช่วงเวลาคุยกับตัวเองทั้งนั้นแหละครับ ไม่เชื่อก็ดูคลิปนี้

วิธีคุยกับตัวเองง่ายๆก็คือ บันทึกการเทรด ไง เขียนไปสิ วันนี้ฉันเก่งมากลยว่ะได้หุ้นลิ่งมา เข้าตรงไหนเพราะอะไรสาธยายให้หมด หรือบางวันจิตตกก็บันทึกสิ่งที่ตัวเองประสบเคราะห์กรรมออกไปให้หมด
อย่าไปเสียเวลาเล่าให้ใครฟัง เพราะคน 80% เขาไม่สนใจหรอก อีก 20% ก็แอบอมยิ้มสะใจในหายนะของเรา ดังนั้นอย่าไปโชว์โง่ให้ใครรู้ ไม่พูดก็ไม่มีใครรู้ว่าโง่ เขียนดีที่สุด
วิธีการเขียนให้ไหลลื่น ก็ให้คิดซะว่าเป็นจดหมายรักถึงตัวเอง ถ้าทำอะไรด้วยรักแล้ว สมองจะบรรเจิดมาก

๔) กฎแห่งการไตร่ตรอง
เมื่อเราเขียนบันทึกการเทรด อย่างเปิดอก ก็จะเห็นจุดบกพร่องของตัวเอง ให้เขียนสาธยายถึงสาเหตุอย่างหมดเปลือก อะไรทำให้คิดแบบนั้นได้ สิงแวดล้อมบีบคั้นหรือเปล่า หรือเราใช้อารมณ์เหนือเหตุผล ยิ่งเขียนเยอะ ยิ่งเห็นทางออก เพราะสมองเรานั้นจะมีการประมวลผลระหว่างทางอยู่แล้ว
และเมื่อเขียนระบายไปหมดเปลือกแล้วก็ตั้งกฎใหม่ให้ตัวเองว่า ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ในอนาคตต้องทำอย่างนี้นะ ลิสต์ข้อกลั่นกรอง QC ก่อนลงมือให้รอบคอบ แล้วปริ๊นท์ติดข้างฝาให้เห็นชัด จะได้ไม่ลืม

๕) กฎแห่งความสม่ำเสมอ
อยากรวยหุ้นก็ต้องทำกำไรให้ได้อย่างสม่ำเสมอ พอตัวเลขกำไรโตถึงระดับที่ควรเก็บดอกเก็บผลก็เด็ดมันออกมาหน่อย บางท่านพอกำไรถึง 20% ก็เริ่มขายหุ้นเก็บเงินสดออกมาแล้วส่วนหนึ่ง คือดึงทุนออกมาไว้ประกันก่อน หากมันไปต่อก็ปล่อยที่เหลือให้กำไรโตจนจบรอบ หรือถ้าท่านมองกำไรระยะไม่กี่เดือนก็ใช้เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นช่วยก็ได้ พอเห็นราคาหลุดแนวโน้มที่แข็งแรงก็ขายออก
เราจะรวยได้ก็ต้องมีกำไรสะสมครับ ยิ่งเก็บกำไรทบต้นได้มากเท่าไหร่ เส้นชัยแห่งความมั่งคั่งก็ไกล้เข้ามาเท่านั้น
นอกจากคุณต้องสะสมกำไรแล้ว ก็ไม่ควรลืมเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างการยด้วยนะครับ ทำเงินได้เยอะแต่ไม่มีโอกาสได้ใช้เนี่ย พูดที่ไหนก็อายที่นั่นเลยนะครับ ไม่ได้หมายให้รีบใช้หรอกนะ แต่อยากให้คุณดูแลสุขภาพตัวเอง ดูแลอาหารการกินให้พอเหมาะ ออกกำลังกายเป็นประจำ สม่ำเสมอไม่พอ เอาให้เป็นกิจวัตรเลยดีที่สุด คิดไว้ฉันจะต้องอยู่ใช้เงินที่หามาได้อย่างยากลำบากไปให้นานที่สุดเท่าที่ร่างกายจะทนไหว ซึ่งทุกอย่างจะเริ่มมาจากสุขภาพกายก่อนนี่แหละครับ สุขภาพดี จิตเบิกบาน ก็มีพลังชีวิต

๖) กฎแห่งสภาพแวดล้อม
นี่ก็สำคัญไม่น้อย จะเทรดหุ้นให้อารมณ์ดี สัญญาณอินเตอร์เน์็ทต้องไม่กาก ไวไฟต้องแรง 4G ต้องเสถียรและเต็มหลอด เครื่องมือที่ใช้ก็ต้องมีชาติตระกูลหน่อย เอาที่แรงๆเร็วๆทันสมัย แหม...จะทำเงินล้าน ก็ต้องลงทุนหน่อย และก็อย่าลืมสิ่งแวดล้อมพวกที่นั่งต้องเหมาะสม ถ้าเล่นสั้นก็ต้องเลือกที่สงบหน่อยเพราะอาศัยสมาธิมาก พยายามสร้างหรือจัดการสิ่งแวดล้อมให้รับใช้งานเราให้เหมาะสมและเพอร์เฟคที่สุด เวลาพลาดมาจะได้ไม่โทษเรื่องนี้ให้เสียเวลาชีวิต
หรือถ้าท่านมีสิ่งแวดล้อมที่ปรับไม่ได้ เช่นทำงานประจำ ก็ต้องหาแนวทางการเทรดที่เหมาะกับสารรูปของตัวเองด้วย ถูกเรียกประชุมด่วนบ่อย ก็อย่าเดย์เทรดหุ้นปั่น บ้าบอ แค่นี้ก็คิดไม่เป็น

๗) กฎแห่งการออกแบบ
พยายามพัฒนาจุดซื้อที่เสี่ยงน้อยลงกว่าเดิมให้ได้ ตลาดหุ้นไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ทำอะไรซ้ำๆ ไม่ใช่สูตรคณิตศาสตร์ที่คำนวนได้ มันคือ "จิตมนุษย์" ที่ยากหยั่งถึง trade setup ที่คุณคิดว่าเทพแล้วมันอาจจะไม่แม่นแบบไร้ที่ติ มีแฉลบนิด ผิดนี่ พลาดโน้นหน่อย ก็ต้องพยายามปรับให้งานเนียนขึ้น ปลอดภัยขึ้น หมั่นอ่านหนังสือหรือบทความใหม่ๆ ยกระดับมุมมอง กรีดรอยหยักสมองให้ลึกตลอด จะได้เห็นแนวทางใหม่ๆที่อาจจะให้ผลตอบแทนดีกว่าและปลอดภัยกว่า ก็ให้ลองดู
ต้องกล้าทดลองและตามผล เพื่อให้ได้ผลงานที่ดีขึ้น และมันก็ไม่น่าเบื่อด้วยนะ

๘) กฎแห่งความเจ็บปวด
หุ้นก็เหมือนเส้นทางชีวิตเราแหละ มันมีช่วงที่สุขสันต์โลกสวย และเจ็บปวดคละเคล้า ตามเส้นทางที่เราเดิน เล่นหุ้นก็มีทั้งกำไรและขาดทุน ทุกคนอยากเล่นแล้วกำไรกันหมดแหละ แต่เมื่อใครๆก็อยากได้ ธรรมชาติก็เลยต้องปันส่วนกำไรให้คนที่มีความรอบด้านมากที่สุด ผิดพลาดน้อยสุด และจังหวะดีที่สุด
จำไว้ว่าทุกครั้งที่เราขาดทุน ตลาดไม่ผิด เราเองที่รั่ว ต้องหารูนั้นให้เจอแล้วรีบอุด
ให้ขอบคุณความเจ็บปวดนั้นที่ทำให้เราเข้าไกล้ความสมบูรณ์แบบได้อีกนิดนึง

๙) กฎแห่งขั้นบันได
การจะได้เงินล้าน คุณต้องเริ่มมีกำไรเงินหมื่นก่อน ค่อยสะสมให้ได้แสน รวบรวมแสนให้ถึงล้านในที่สุด
การที่เรามองอะไรเป็นเหตุเป็นผล มีลำดับขั้นจะทำให้เราฐานแน่น
เม่ามือใหม่ส่วนใหญ่เข้ามาเล่นหุ้นแล้วอยากรวยจากหุ้นตัวเดียวเลย จึงมองหาหุ้นราคาถูกๆ ซื้อแล้วฝันกลางวันไปเองว่าราคาจากสองสลึงวิ่งไปถึงหนึ่งบาทได้เนี่ย เป็นมหาเศรษฐีเลย เป็นไงล่ะวันนี้ติด SP ซะ เพราะเล่นหุ้นแบบแทงหวยอย่างนี้ไง พอร์ตเลยบรรลัยมาจนบัดนี้
วิธีรวยมีหลายหนทางครับ โดยวิธีที่ง่ายสุดคือสะสมกำไรให้ทบต้นไปเรื่อยๆ อย่างพี่โจ ลูกอีสาน หวังกำไรตัวละ 30% ก็พอใจ ไม่โลภกะพันเด้งเหมือนเม่าโลกสวยส่วนใหญ่ เมื่อเขามีฐานที่แน่น ก็ก้าวขึ้นไปสู่เป้าหมายได้ง่ายและมีสติกับสิ่งที่ตัวเองทำ

๑๐) กฎแห่งยางยืด
ไหนๆคุณก็คิดได้แล้ว ทำไมไม่คิดให้ใหญ่ไปเลยล่ะ พี่ทรัมป์เคยตั้งคำถามไว้ ก็เพราะปุจฉานี้แหละครับ ที่มำให้เขาพลิกผันสร้างตัวจากคนที่ล้มเหลว เป็นมหาเศรษฐี และก้าวมาเป็นประธานาธิบดีในที่สุด
คนเราจะเป็นอย่างที่เราคิดครับ เมื่อคิดได้และเอาจริง ทำอะไรก็ได้จริงๆ
แต่ก่อนโบราณกาล เราไม่เคยคิดว่าจะไปดวงจันทร์ได้ แล้วไงวันนี้เดินทางไปอย่างง่ายดาย
คนทั้งโลกคิดว่ามีแค่นกเท่านั้นที่บินได้ พี่น้องตระกูลไรท์ก็แสดงให้โลกรู้ว่า คิดได้ ต้องทำได้
ดังนั้นอย่าจำกัดศักยภาพของตัวเองครับ คิดให้ใหญ่ ตั้งเป้าให้สูงไว้ แล้วอย่าลดเป้า ให้พยายามก้าวไปทีละก้าว ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ถึง เดี๋ยวก็ได้วิธีการใหม่ๆเพื่อให้เดินไวขึ้นเอง ทุกอย่างมันมีพัฒนาการอยู่แล้ว แค่เพียงคุณอย่าหยุดเดิน จับจ้องที่เป้าหมาย อย่าไปวุ่นวายกับอุปสรรค

๑๑) กฎแห่งการแลกเปลี่ยน
เล่นหุ้นน่ะ มีได้ เดี๋ยวก็มีเสีย เป็นเรื่องปกติ เราเข้ามาเทรดในช่วงแรกๆ ก็ต้องมีจ่ายค่าเทอมกันเป็นธรรมดา มากน้อยตามแต่ความโลภของคนนั้น อย่ากลัวเสียเงินถ้าเราได้ความรู้ใหม่ การซื้อความรู้ด้วยเงินก็เป็นสิ่งที่คนทั่วทำกันเป็นปกติอยู่แล้ว

๑๒) กฎแห่งความอยากรู้อยากเห็น
แค่ตั้งคำถามว่า ทำไม ก็ช่วยให้คุณได้คำตอบที่ดีขึ้น ช่วยให้พัฒนาไปไกลได้ นี่เป็นลักษณะของ Growth mindset

๑๓) กฎแห่งการมีต้นแบบ
ต้องมีต้นแบบไว้สังเกต ติดตตาม และเรียนรู้จากพวกเขา

๑๔) กฎแห่งการขยาย
ขยายความสามารถ ขยายการเรียนรู้ จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ

๑๕) กฎแห่งการช่วยเหลือ
สำเร็จเพื่อช่วยเหลือคนอื่น ยิ่งช่วยคนอื่นยิ่งได้รับผลตอบแทนกลับมา

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน