ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

หุ้นผู้นำตลาดมักเริ่มเบรกเอาต์ตั้งแต่ช่วงต้นของขาขึ้นใหม่

เคล็ดลึกเทรดหุ้น True Market Leader จำหน่ายที่

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjM2MTk3ODt9


หุ้นผู้นำตลาดมักเริ่มเบรกเอาต์ตั้งแต่ช่วงต้นของขาขึ้นใหม่

โดย พอล วิทฟิลด์

Investor's Business Daily


"ผู้นำย่อมเป็นผู้นำ" — นั่นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์

แต่เมื่อดัชนีหุ้นหลักส่งสัญญาณ "Follow-through day" (วันที่ยืนยันว่าตลาดเริ่มขาขึ้นใหม่) หลายคนกลับลังเล ไม่กล้าซื้อ เพราะกลัวว่าตลาดจะกลับตัวลงอีกครั้ง นี่เป็นปฏิกิริยาปกติของมนุษย์


แต่ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จในตลาดหุ้น คุณต้อง "ขยายขอบเขตความสบายใจของตัวเอง" ออกไป ช่วงต้นของขาขึ้นใหม่คือช่วงเวลาทองที่ผู้นำตลาดจะเริ่มแสดงตัว และคุณไม่ควรพลาดจังหวะสำคัญนี้


การศึกษาของ IBD (Investor's Business Daily) พบว่า หุ้นที่เป็นผู้นำตลาดจำนวนมากจะเริ่มต้นการเคลื่อนไหวสำคัญภายใน 4 สัปดาห์แรกของรอบขาขึ้นใหม่ ในขณะที่หุ้นอื่นๆ อาจใช้เวลานานถึง 13 สัปดาห์กว่าจะตามมาที่หลัง

หุ้นผู้นำมักเบรกเอาต์จากฐานราคาที่สร้างขึ้นระหว่างช่วงตลาดขาลงหรือช่วงปรับฐาน


ทำไม 4 สัปดาห์แรกถึงสำคัญ?

เพราะไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ขาขึ้นครั้งนี้จะยาวนานแค่ไหน บางครั้งตลาดอาจขึ้นเพียงไม่กี่เดือนก่อนจะกลับตัวลง แต่ถึงจะสั้น ก็ยังมีโอกาสทำเงินได้ถ้าเราไม่รอช้า


ตัวอย่างเช่น วันที่ 29 สิงหาคม 2007 ตลาดมี "Follow-through day" และทำให้เกิดขาขึ้นใหม่ ส่งผลให้หุ้นหลายตัวกลายเป็นผู้ชนะในเวลาสั้นๆ แม้ว่าดัชนีจะไปถึงจุดสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน 2007 เท่านั้นเอง


ตัวอย่างจริง:

มาดูกรณีของวันที่ 12 มีนาคม 2009 ซึ่งเป็น "Follow-through day" หลังจากที่ตลาดหมีพา S&P 500 ลงไปที่ 666.79 จุด

หลังจากสัญญาณวันยืนยันขาขึ้น ตลาดก็เริ่มเข้าสู่ภาวะขาขึ้นที่แข็งแกร่งและยาวนาน


หุ้นผู้นำเช่น Shanda Interactive Entertainment (SNDA) พุ่งขึ้นเพียง 2 วันหลังจากวัน Follow-through

หุ้นจีนตัวนี้ทำเบรกเอาต์จากฐานราคา 33.70 ดอลลาร์ในวันที่มี Follow-through และในวันที่ 12 มีนาคม หุ้นก็เริ่มวิ่งขึ้นแรง นักลงทุนที่กล้าลงมือซื้อในตอนนั้นได้ประโยชน์อย่างเต็มที่


หุ้น Amazon.com ก็เช่นกัน — ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซแห่งนี้เบรกเอาต์จากฐานราคาก่อนหน้า 1 วัน

แม้ราคาดูเหมือนสูงเมื่อเทียบกับความรู้สึกของตลาดในตอนนั้น แต่สุดท้ายกลายเป็นการลงทุนที่ยอดเยี่ยม


Netflix ก็เริ่มต้นการวิ่งอย่างรวดเร็วหลัง Follow-through day เช่นเดียวกัน


หุ้นเหล่านี้มักเบรกเอาต์จากฐานราคาที่แข็งแรง — เช่น "ฐานแบบกล่องสี่เหลี่ยม" หรือ "การดีดตัวจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 10 สัปดาห์"


การเข้าซื้อใกล้จุดเบรกเอาต์ในช่วงแรกนั้นสำคัญมาก เพราะถ้ารอให้ราคาขึ้นไปไกลแล้วค่อยซื้อ มันเสี่ยงกว่ามาก และคุณจะต้องเจอกับความผันผวนที่หนักหน่วง


อีกตัวอย่างคือ Longtop Financial ซึ่งเบรกเอาต์ในช่วงแรกๆ หลัง Follow-through day

Green Mountain Coffee Roasters ก็เบรกเอาต์ช่วงกลางเดือนมีนาคม เช่นกัน


แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกหุ้นที่เบรกเอาต์ในช่วงต้นจะประสบความสำเร็จ เช่น Neutral Tandem และ Quality Systems ก็เบรกเอาต์ แต่ภายหลังพบว่ามีแรงขายกลับลงมา


แต่โดยรวมแล้ว การที่กล้าลงมือในช่วงแรก — กล้าที่จะซื้อผู้นำใหม่ในตลาดขาขึ้น — มักจะเป็นโอกาสสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม


บทสรุป:

เมื่อขาขึ้นใหม่เริ่มต้น อย่าปล่อยให้ความกลัวทำให้คุณพลาดโอกาสทอง — โดยเฉพาะใน 4 สัปดาห์แรกที่ผู้นำตัวจริงจะเริ่มวิ่ง!

ขยายขอบเขตความสบายใจ ฝึกความกล้า และเดินหน้าตามแผนอย่างมีวินัย


ตลาดหุ้นไม่เคยรอใคร... ผู้นำมักวิ่งออกไปข้างหน้าเสมอ พร้อมแล้วหรือยังที่จะก้าวตามไป?


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

Mark Ritchie II มองหุ้นราคาถูก (Low-priced stocks) อย่างไร?

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation

เจาะลึกหุ้น $TE แบบละเอียด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo