How to build a 10× portfolio แนวทางปั้นพอร์ตโต 10× (5-10 ปี) มุ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี disruptive

Image
สรุปจากบทความ  https://x.com/futurist_lens/status/2012235416858939708?s=20 กรอบการลงทุนโดยรวมสำหรับทศวรรษหน้า : ผู้เขียน (@futurist_lens) แนะนำกรอบการลงทุนส่วนตัวที่มุ่งเน้นเทคโนโลยี disruptive เพื่อสร้างความมั่งคั่งระยะยาว โดยแบ่งพอร์ตโฟลิโอออกเป็นสองส่วนหลัก คือ Core Anchors (หุ้นมั่นคงสำหรับถือยาว) และ Cycle Legs หรือ Flow Ideas (หุ้นที่มี momentum สูงแต่ความเสี่ยงมากกว่า) เพื่อให้เกิดการ compounding และสร้างมรดก generational wealth โดยไม่ไล่ตาม FOMO (fear of missing out) แต่เน้น conviction จากการวิจัยลึก Core Anchors (หุ้นหลักมั่นคง) : ส่วนนี้คิดเป็นครึ่งหนึ่งของทุนลงทุน โดยเลือกหุ้นที่เป็นผู้นำตลาดและมีศักยภาพเติบโตยั่งยืน เช่น $TSLA (Tesla สำหรับ EV และ robotics), $NVDA (NVIDIA สำหรับ chips และ AI), $GOOGL (Alphabet สำหรับ AI และ tech platforms) หุ้นเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นฐานที่มั่นคง รับมือ volatility ได้ดี และใช้เป็นที่หมุนเวียนกำไรจากส่วนอื่น Cycle Legs หรือ Flow Ideas (หุ้น momentum) : อีกครึ่งของพอร์ตโฟลิโอลงทุนในหุ้นที่มี upside สูงแต่เสี่ยงสูง เช่น $RKLB (Rocket Lab สำหร...

Trading Edge ทำให้คุณได้เงิน แต่ Position Sizing อย่างเหมาะสม ปกป้องเงินของคุณ

 


อีบุ๊ก เคล็ดลึก Position Size ปั้นพอร์ตเล็กให้เติบใหญ่ อย่างมั่นคง

มีจำหน่ายที่  https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjM1OTI2OTt9

"การมีข้อได้เปรียบในการเทรด (Trading Edge) ทำให้คุณได้เงิน"

"การกำหนดขนาดของสถานะ (Position Sizing) อย่างเหมาะสม ปกป้องเงินของคุณ"

"การควบคุมอารมณ์ (Emotional Self-Control) ช่วยเพิ่มพูนเงินของคุณ"


1. การมีข้อได้เปรียบในการเทรด (Trading Edge) ทำให้คุณได้เงิน:

Edge (ข้อได้เปรียบ) คือสิ่งที่ทำให้คุณมีโอกาสทำกำไรมากกว่าขาดทุนในระยะยาว

อาจเกิดจากการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) หรือการใช้กลยุทธ์เฉพาะตัว

ตัวอย่าง: หากคุณมีวิธีการเทรดที่มีอัตราชนะ 60% นั่นคือข้อได้เปรียบ เพราะถ้าคุณทำตามแผนได้อย่างสม่ำเสมอ คุณจะได้กำไรในระยะยาว

บทเรียน:

การมีข้อได้เปรียบในการเทรดคือ จุดเริ่มต้น ที่ทำให้คุณสามารถสร้างรายได้จากตลาด


2. การกำหนดขนาดของสถานะ (Position Sizing) ปกป้องเงินของคุณ:

ต่อให้คุณมี Edge แต่ถ้าคุณลงเงินมากเกินไปในดีลเดียว การขาดทุนเพียงครั้งเดียวก็อาจล้างพอร์ตได้

Position Sizing จึงทำหน้าที่เป็น เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง ช่วยให้พอร์ตอยู่รอดแม้จะพลาดหลายครั้ง

การกำหนดขนาดสถานะอย่างเหมาะสมคือการกำหนดเงินที่จะลงในแต่ละเทรดตาม ความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ตัวอย่าง:

ถ้าคุณมีทุน 100,000 บาท และตั้งความเสี่ยงไว้ไม่เกิน 2% ต่อการเทรด นั่นหมายถึงคุณจะเสี่ยงเพียง 2,000 บาทต่อการเทรดหนึ่งครั้ง

ถ้า Stop Loss อยู่ที่ 5% ของราคา คุณควรลงเงินไม่เกิน 40,000 บาท (2,000 / 0.05)

บทเรียน:

Position Sizing ช่วยปกป้องคุณจากการล้างพอร์ต แม้ว่าจะมี Edge ก็ตาม เพราะไม่มีใครชนะทุกครั้ง


3. การควบคุมอารมณ์ (Emotional Self-Control) ช่วยเพิ่มพูนเงินของคุณ:

เมื่อคุณมีข้อได้เปรียบและกำหนดขนาดของสถานะได้ดีแล้ว การควบคุมอารมณ์คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณ เติบโต ในระยะยาว

หากคุณปล่อยให้อารมณ์เข้าครอบงำ ไม่ว่าจะเป็น ความโลภ ความกลัว หรือความวิตกกังวล คุณอาจตัดสินใจผิดพลาด

การควบคุมอารมณ์ช่วยให้คุณ ทำตามแผน ได้อย่างมีวินัย

ตัวอย่าง:

ถ้าเจอการขาดทุนติดกัน 3 ครั้ง แต่คุณยังคงทำตามแผนอย่างมั่นคง แทนที่จะรีบเพิ่มขนาดการเทรดเพราะอยากเอาทุนคืน นั่นคือการควบคุมอารมณ์ได้ดี

เมื่อทำกำไรต่อเนื่อง อย่าเพิ่งเพิ่มขนาดสถานะทันทีเพราะความโลภ แต่ควรประเมินความเสี่ยงก่อน

บทเรียน:

การควบคุมอารมณ์ไม่ใช่แค่การไม่โกรธหรือไม่กลัว แต่คือการทำตามแผนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)