ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

สาเหตุของ การเทรดแก้แค้น ไม่ใช่อารมณ์ แต่มาจาก Mindset

 สาเหตุของการเทรดแก้แค้นไม่ใช่อารมณ์ 

หลายคนคิดว่าตนเองเข้ามาเทรดแก้แค้นเพราะอารมณ์ แต่ความจริงแล้วรากเหง้าของปัญหานั้นคือ "ความคิด" ที่สร้างอารมณ์เหล่านั้นขึ้นมา  

- "รู้สึกหงุดหงิด"  

- "ฉันต้องเอาทุนคืนมาให้ได้"  

- "ฉันยอมให้วันจบลงด้วยการขาดทุนไม่ได้"  


แม้ว่าคุณจะพยายามต้านทานการเทรดแก้แค้น โดยมีเสียงในหัวเตือนว่า "ฉันไม่ควรทำ" แต่สุดท้ายคุณก็ไม่สามารถหยุดตัวเองได้  


คุณอาจคิดว่า "สาเหตุมาจากอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน" แต่ความจริงแล้วอารมณ์เป็น "ผลลัพธ์" ไม่ใช่ "สาเหตุ"  

สาเหตุที่แท้จริงคือมุมมองที่ผิดพลาดเกี่ยวกับการเทรดและความหมายที่คุณผูกไว้กับการแพ้และชนะ ซึ่งสร้างอารมณ์เหล่านั้นขึ้นมา  



แม้ว่าคุณจะคิดในหัวว่า "ฉันไม่ควรทำ" แต่ลึกๆ แล้วคุณยังคงเชื่อว่า "ผลแพ้ชนะตรงหน้านั้นสำคัญกว่าการทำตามกฎ" และ "การรู้สึกดีในตอนนี้สำคัญกว่า"  

ไม่ว่าคุณจะเข้าใจเชิงปัญญาเกี่ยวกับความสำคัญของกฎมากแค่ไหน แต่ถ้าลึกๆ แล้วยังเชื่อว่า "ผลแพ้ชนะตรงหน้านั้นสำคัญกว่า" อารมณ์ที่สอดคล้องกันจะเกิดขึ้นและพยายามผลักดันให้คุณ "ลงมือทำตามนั้น"  


ปัญหาที่แท้จริงคือการมองว่าการเทรดคือ "เกมแห่งการแพ้ชนะ" 


คุณคิดว่าการชนะทำให้เข้าใกล้ความสำเร็จและการแพ้ทำให้ห่างจากความสำเร็จ คุณมองว่าการแพ้เป็นสิ่งไม่ดีและควรหลีกเลี่ยง  

คุณผูกการแพ้และชนะเข้ากับความภาคภูมิใจในตัวเอง มองว่าการแพ้คือการปฏิเสธตัวตน และตัดสินความสำเร็จในการเทรดจากการชนะหรือแพ้  


ตราบใดที่คุณยังคงยึดติดกับกระบวนการคิดเหล่านี้ คุณจะให้ความหมายกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทันทีและสร้างอารมณ์ที่สอดคล้องตามมาเสมอ  


การพยายามควบคุมอารมณ์ในสภาพนี้ไม่มีประโยชน์ 

เพราะคุณกำลังเหยียบคันเร่งอยู่เอง มันเหมือนกับการเหยียบเบรกขณะที่ยังคงเหยียบคันเร่ง การปล่อยคันเร่งที่คุณกดไว้นั้นสำคัญกว่า  


ความหมายที่คุณให้กับผลลัพธ์ของการเทรดเพียงครั้งเดียวจะแสดงออกมาในปฏิกิริยาทางอารมณ์ต่อผลลัพธ์นั้น  

นั่นหมายความว่ามันคือปัญหาของ "วิธีที่คุณตีความและเข้าหาการเทรด"  


การเทรดไม่ใช่การแข่งขันเพื่อชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ในเทรดเพียงครั้งเดียว  

การคิดเชิงความน่าจะเป็นคือการเพิ่มขนาดตัวอย่างตามกฎที่สม่ำเสมอ ปล่อยให้กฎจำนวนมาก (Law of Large Numbers) ทำงาน และดึงความได้เปรียบออกมา  


การใช้ความน่าจะเป็นไม่ใช่การคิดว่า "ความน่าจะเป็นในการชนะเทรดนี้คือ 60%" และยึดติดกับการเทรดเพียงครั้งเดียว  

ความน่าจะเป็นเกิดขึ้นจากขนาดตัวอย่างและกฎจำนวนมาก การยึดติดกับผลลัพธ์ของการเทรดเพียงครั้งเดียวขัดแย้งกับการใช้ความน่าจะเป็น  


การเข้าใจความน่าจะเป็นหมายถึงการยอมรับความสุ่มในระยะสั้นและคิดในแง่ของตัวอย่างจำนวนมากควบคู่กันไป  

สิ่งที่จำเป็นสำหรับคุณคือ "ความสม่ำเสมอในระยะยาว" การชนะและแพ้หรือ "กำไรประจำวัน" ไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จ  


สำหรับคนที่ไม่สามารถหยุดเทรดแก้แค้นได้ การพยายามควบคุมอารมณ์เพราะคิดว่าอารมณ์เป็นปัญหานั้นไม่มีประโยชน์  

ลองค้นหาสาเหตุที่แท้จริงซึ่งทำให้อารมณ์เหล่านั้นเกิดขึ้น  

พยายามสังเกตกระบวนการคิดของตัวเองอย่างใกล้ชิดมากขึ้น



สโตอิกศาสตร์ สำหรับนักเทรด : เก็บเกี่ยวกำไร เย็นใจ ในเกมที่ไม่แน่นอน... ในรูปแบบ ebook โดย เซียว จับอิดนึ้ง (เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมอารมณ์) https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=319842

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

วิธีทำลายพอร์ต : เปลี่ยนแนวทางจาก Trader เป็น Invester (วีไอจำเป็น)

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

Oliver Kell: วงจรของการเคลื่อนไหวของราคา (Cycle of Price Action)

Mark Ritchie II มองหุ้นราคาถูก (Low-priced stocks) อย่างไร?